Microphone Pattern คืออะไร? Cardioid, Omni, Shotgun เลือกแบบไหนดี
เสียงคือครึ่งหนึ่งของงานวิดีโอ ภาพสวยแค่ไหนถ้าเสียงมีเสียงรบกวนหรือฟังไม่ชัด คนดูก็กดออกทันที แต่เวลาเลือกซื้อไมค์ คนส่วนใหญ่มักดูแค่ยี่ห้อกับราคา แล้วลืมมองค่าที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งไป นั่นคือ "Microphone Pattern" หรือรูปแบบการรับเสียง
แพตเทิร์นนี่แหละคือตัวกำหนดว่าไมค์จะเก็บเฉพาะเสียงของเรา หรือจะกวาดเสียงรอบข้างเข้ามาทั้งหมด อาการ "อัดมาแล้วเสียงแอร์ดัง เสียงรถเข้า เสียงห้องก้อง" ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากไมค์คุณภาพต่ำ แต่เกิดจากเลือกแพตเทิร์นผิดประเภทงาน บทความนี้จะอธิบายว่า Cardioid, Omni และ Shotgun ต่างกันยังไง และควรเลือกแบบไหนให้เสียงคมตรงงาน
Microphone Pattern คืออะไร?
Microphone Pattern หรือ Polar Pattern คือรูปแบบที่บอกว่าไมโครโฟนไวต่อเสียงจากทิศทางไหนบ้าง พูดง่าย ๆ คือมันคือ "ทิศทางการฟัง" ของไมค์ ว่าจะรับเสียงรอบตัว 360 องศา หรือเลือกรับเฉพาะด้านหน้า แล้วปฏิเสธเสียงจากด้านอื่น
ค่านี้สำคัญเพราะมันกำหนดคุณภาพเสียงปลายทางโดยตรง ถ้าเลือกถูก ไมค์จะเก็บเฉพาะเสียงที่ต้องการและตัดเสียงรบกวนออก แต่ถ้าเลือกผิด เช่น ใช้ไมค์รับรอบทิศในที่เสียงดัง เสียงรบกวนก็จะเข้ามาเต็มไปหมดจนแก้ใน Post แทบไม่ได้ การเข้าใจแพตเทิร์นจึงเป็นด่านแรกก่อนตัดสินใจซื้อ
3 แพตเทิร์นหลักที่ต้องรู้
Omnidirectional (Omni) — รับเสียงรอบทิศ
Omni รับเสียงเท่ากันทุกทิศทางรอบตัวไมค์แบบ 360 องศา ให้เสียงที่เป็นธรรมชาติ เต็ม และไม่ผิดเพี้ยนเมื่อขยับหัว จุดที่หลายคนไม่รู้คือ ไมค์หนีบหรือลาเวเลียร์ไร้สายเกือบทั้งหมดเป็นแบบ Omni เหตุผลคือมันถูกหนีบใกล้ปากผู้พูดอยู่แล้ว ระยะที่ใกล้จึงชดเชยข้อเสียเรื่องการรับเสียงรอบข้างได้
แพตเทิร์นนี้เหมาะกับงานสัมภาษณ์ การเก็บเสียงเป็นกลุ่ม หรือไมค์ติดตัวที่อยู่ใกล้แหล่งเสียง ข้อจำกัดคือ ไม่เหมาะกับห้องที่เสียงก้องหรือสถานที่ที่มีเสียงรบกวนดัง เพราะมันจะเก็บทุกอย่างเข้ามาด้วย
Cardioid — รับด้านหน้า ตัดด้านหลัง
Cardioid มีรูปแบบการรับเสียงคล้ายรูปหัวใจ คือรับเสียงจากด้านหน้าเป็นหลัก และปฏิเสธเสียงจากด้านหลังได้ดี ทำให้เป็นแพตเทิร์นออลราวเดอร์ที่ไมค์พอดแคสต์ ไมค์ร้อง และไมค์สตรีมส่วนใหญ่เลือกใช้
แพตเทิร์นนี้เหมาะที่สุดกับคนพูดคนเดียวที่นั่งหน้าโต๊ะ ทั้งงานพอดแคสต์ ไลฟ์สตรีม และอัดเสียงพากย์ เพราะมันโฟกัสที่เสียงตรงหน้าและลดเสียงสะท้อนจากด้านหลังห้องได้ระดับหนึ่ง สำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำมากขึ้น ยังมีรุ่นย่อยอย่าง Supercardioid และ Hypercardioid ที่รับด้านหน้าแคบลงไปอีก เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนรอบข้างมาก
Shotgun — แคบ พุ่งตรง รับได้ไกล
Shotgun เป็นแพตเทิร์นที่มีทิศทางสูงที่สุด รับเสียงเป็นลำแคบ ๆ เฉพาะด้านหน้า และตัดเสียงด้านข้างได้แรงมาก ด้วยลักษณะนี้ไมค์ Shotgun จึงนิยมติดบนกล้องหรือบนบูม เพื่อเล็งไปที่ผู้พูดโดยตรง
แพตเทิร์นนี้เหมาะกับงานวิดีโอและงานภาพยนตร์ การเก็บเสียงตัวแสดงที่อยู่ห่างจากกล้องพอสมควร และการแยกเสียงพูดออกจากสภาพแวดล้อมที่หนวกหู ข้อควรระวังคือ ต้องเล็งไมค์ให้ตรงกับแหล่งเสียง เพราะถ้าหันเบี้ยว เสียงที่ออกมาด้านข้างจะเพี้ยนและเบาลงทันที
นอกจากสามแบบหลัก ยังมี Bidirectional หรือ Figure-8 ที่รับเสียงทั้งด้านหน้าและด้านหลังแต่ตัดด้านข้าง เหมาะกับการสัมภาษณ์สองคนที่นั่งหันหน้าเข้าหากัน เป็นตัวเลือกเฉพาะทางที่ดีในบางสถานการณ์
เลือกแพตเทิร์นไหนตามงาน
เมื่อเข้าใจทั้งสามแบบแล้ว วิธีเลือกที่ง่ายที่สุดคือเริ่มจากลักษณะงานและสภาพแวดล้อม ไม่ใช่เริ่มจากยี่ห้อ
สำหรับสายวล็อกเดินถ่าย สัมภาษณ์ที่ต้องขยับตัว หรือต้องการอิสระในการเคลื่อนไหว ไมค์ไร้สายแบบหนีบที่เป็น Omni คือคำตอบ เพราะหนีบใกล้ปากแล้วเดินไปไหนก็ได้เสียงสม่ำเสมอ
ถ้าทำพอดแคสต์ ไลฟ์สตรีม หรืออัดเสียงพากย์ที่นั่งอยู่กับโต๊ะ ไมค์สตูดิโอแบบ Cardioid จะให้เสียงอุ่น คม และตัดเสียงสะท้อนจากด้านหลังได้ดี
ส่วนงานถ่ายวิดีโอ ถ่ายหนังสั้น หรือต้องการไมค์ติดกล้องที่เก็บเสียงเฉพาะหน้ากล้อง ไมค์ Shotgun คือตัวเลือกที่ตรงที่สุด และถ้าเป็นการสัมภาษณ์สองคนแบบนั่งประจันหน้า ไมค์ Figure-8 ตัวเดียวก็จบงานได้สวย
ไมค์แนะนำตามแต่ละแพตเทิร์น
เมื่อรู้แล้วว่างานของตัวเองต้องการแพตเทิร์นแบบไหน นี่คือกลุ่มไมค์ที่ตรงกับแต่ละประเภท
กลุ่ม Omni (ไมค์ไร้สายหนีบ) เหมาะกับสายวล็อกและสัมภาษณ์เคลื่อนที่ รุ่นที่น่าสนใจคือ DJI Mic Mini ที่เล็ก เบา แบตอึด ใช้งานง่ายมาก และ Hollyland Lark M2 ที่ให้แคปซูล Omni เสียงคมในดีไซน์หนีบติดเสื้อแบบเรียบร้อย ส่วนใครที่ต้องการระบบสำรองเสียงระดับมืออาชีพ ระบบไร้สายของ Saramonic และ Rode ก็รองรับการเสียบไมค์ลาเวเลียร์ภายนอกเพิ่มได้
กลุ่ม Cardioid (ไมค์โต๊ะ/สตูดิโอ) เหมาะกับพอดแคสต์ สตรีม และงานพากย์ ไมค์คอนเดนเซอร์และไดนามิกสำหรับตั้งโต๊ะส่วนใหญ่ใช้แพตเทิร์นนี้ ให้เสียงร้องและเสียงพูดที่อิ่มและตัดเสียงห้องได้ดี ดูตัวเลือกเพิ่มเติมได้ที่หมวด ไมโครโฟนสำหรับสตูดิโอและพอดแคสต์
กลุ่ม Shotgun (ติดกล้อง/บูม) เหมาะกับงานวิดีโอและถ่ายทำ รุ่นอย่าง Rode VideoMic NTG และ VideoMic GO II เป็นไมค์ติดกล้องที่เก็บเสียงด้านหน้าได้คมและตัดเสียงข้างได้ดี ส่วนสาย V-Mic ของ Saramonic ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับมือใหม่ ดูเพิ่มที่หมวด ไมโครโฟนติดกล้อง
เรื่องช่องเสียบไมค์ก็สำคัญไม่แพ้กัน หากกำลังเลือกกล้องคู่กับไมค์ สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ กล้องที่มี Vlog Mode น่าใช้ ซึ่งพูดถึงช่องเสียบไมค์ 3.5 มม. ที่ควรมีไว้สำหรับอัปเกรดเสียง
สรุป เริ่มจากแพตเทิร์น ก่อนดูยี่ห้อ
Microphone Pattern คือค่าที่กำหนดว่าไมค์จะเก็บเฉพาะเสียงที่ต้องการ หรือกวาดเสียงรบกวนเข้ามาทั้งหมด เลือกถูกตั้งแต่ต้น เสียงก็คมและสะอาดโดยไม่ต้องแก้เยอะใน Post
หลักการง่าย ๆ คือ Omni สำหรับไมค์ติดตัวระยะใกล้และงานสัมภาษณ์ Cardioid สำหรับคนพูดคนเดียวหน้าโต๊ะอย่างพอดแคสต์และสตรีม และ Shotgun สำหรับงานวิดีโอที่ต้องเล็งเก็บเสียงเฉพาะหน้ากล้อง เริ่มจากเลือกแพตเทิร์นให้ตรงงานก่อน แล้วค่อยพิจารณายี่ห้อและงบประมาณ จะช่วยลดโอกาสซื้อผิดได้มาก
อยากเทียบรุ่นหรือเช็กว่าไมค์ตัวไหนพร้อมส่ง สามารถเช็กราคาและสต็อกไมโครโฟนได้ที่ EC-MALL พร้อมทีมงานช่วยแนะนำรุ่นที่เข้ากับลักษณะงานและสภาพแวดล้อมการอัดของคุณ