โบเก้ (Bokeh) คืออะไร? เทคนิคเพิ่มเสน่ห์ให้ฉากละลายหลัง

Bokeh คืออะไร?

Bokeh (อ่านว่า "โบเก้") คือคำที่คุ้นหูอย่างยิ่งในหมู่ช่างภาพ โดยเฉพาะสายที่หลงใหลใน การถ่ายภาพพอร์ตเทรต, แสงไฟยามค่ำคืน, หรือภาพแนวอารมณ์โรแมนติก ซึ่ง Bokeh กลายเป็นหนึ่งในลูกเล่นที่ช่วยทำให้ภาพถ่ายดูมีเสน่ห์ ละมุนตา และน่าจดจำมากยิ่งขึ้น คำว่า “Bokeh” ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในภาษาอังกฤษช่วงปี 1990 โดย Mike Johnston บรรณาธิการนิตยสาร Photo Techniques เพื่อแยกแยะจากคำว่า “blur” แบบทั่วไป และเน้นถึง “ลักษณะของการเบลอ”

คำว่า Bokeh (โบเก้) มาจากภาษาญี่ปุ่นว่า “ボケ” หรือ Boke ซึ่งแปลตรงตัวว่า “เบลอ” หรือ “ความไม่ชัดเจน” ในทางถ่ายภาพ หมายถึง ลักษณะของบริเวณในภาพที่อยู่นอกจุดโฟกัส (out of focus) โดยเฉพาะบริเวณที่มีแสง เช่น ไฟถนน, ดวงไฟ, หรือแสงสะท้อนที่ทำให้เกิดจุดแสงละลายอย่างสวยงาม

เมื่อเรานึกถึง Bokeh เรามักนึกถึงจุดกลม ๆ หรือรูปร่างนวลตาที่เกิดจากดวงไฟหรือแสงที่เบลออยู่ในฉากหลัง แต่แท้จริงแล้ว Bokeh คือมากกว่าแค่ “ฉากหลังเบลอ” มันคือ ศาสตร์ของการจัดแสงและการควบคุมระยะชัดลึก (Depth of Field) เพื่อสร้างความลุ่มลึกทางสายตา และเสริมจุดเด่นให้กับวัตถุหรือแบบในภาพ


จุดเด่นของ Bokeh:

  • มักปรากฏเป็น ดวงกลม กลีบดอกไม้ หรือรูปทรงแปลกตา ขึ้นอยู่กับจำนวนใบเบลด (aperture blades) ของเลนส์

  • สีและขนาดของโบเก้ขึ้นกับทั้ง ความสว่างของแหล่งแสง และ ความกว้างของรูรับแสง

  • ไม่ใช่โบเก้ทุกแบบจะสวยเท่ากัน – โบเก้มีทั้งแบบ “ดี” และ “ไม่ดี” – โบเก้ที่ดีควรให้ความรู้สึกนุ่มนวล ไม่ทำให้ภาพดูรกหรือขัดสายตา โบเก้รูปร่างกระด้าง หรือเกิดเส้นขอบแข็ง ๆ อาจรบกวนองค์ประกอบของภาพ

    ซึ่งขึ้นอยู่กับเลนส์ที่ใช้ 

  • Bokeh ≠ ฉากหลังเบลอ (Background Blur)
    โบเก้คือ “คุณภาพของการเบลอ” – บางภาพเบลอฉากหลังแต่ไม่มีโบเก้ให้เห็นเลย เพราะไม่มีจุดแสงอยู่ในฉากหลัง
    ขณะที่บางภาพแม้เบลอน้อย แต่มีดวงโบเก้ที่โดดเด่นก็ถือว่าใช้เทคนิค Bokeh ได้อย่างสวยงาม

  •  โบเก้ไม่ได้เกิดแค่ตอนกลางคืน – ถ่ายในเวลากลางวันก็สร้างโบเก้ได้ เช่น แสงแดดลอดผ่านใบไม้ หรือแสงสะท้อนน้ำที่อยู่นอกโฟกัส

ทำไม Bokeh ถึงเป็นเทคนิคยอดนิยม?

Bokeh ไม่ได้เป็นแค่ "ลูกเล่น" ของการถ่ายภาพ แต่กลายเป็นเครื่องมือที่ช่างภาพใช้เพื่อ ควบคุมสายตาผู้ชม และ สร้างอารมณ์ในภาพถ่าย ได้อย่างมีพลัง ด้วยเหตุผลหลายประการดังนี้:

เน้นแบบให้โดดเด่น (Subject Isolation)

การทำให้ฉากหลังเบลอช่วยให้ “แบบ” หรือสิ่งที่เราต้องการเน้นในภาพ โดดเด่นและชัดเจน มากขึ้น ไม่มีฉากหลังที่รกรุงรังมาดึงสายตาผู้ชมให้หลุดจากจุดสำคัญ เช่น ภาพพอร์ตเทรตที่แบบมีแววตาชัดเจน ขณะที่พื้นหลังละลายไปกลายเป็นแสงนวลนุ่มตา

สร้างมิติในภาพ (Depth Perception)

โบเก้ช่วยสร้าง ความรู้สึกของระยะใกล้–ไกล ซึ่งทำให้ภาพดูมีมิติมากขึ้น ไม่แบนราบ เหมือนเป็นการแยก “ฉากหน้า” ออกจาก “ฉากหลัง” ชัดเจน โดยเฉพาะกับเลนส์เทเลโฟโต้ หรือเลนส์ไวแสง ที่ให้เอฟเฟกต์เบลออย่างชัดเจน

เพิ่มความนุ่มนวลและอารมณ์ร่วม (Mood & Atmosphere)

แสงโบเก้ที่กระจายเป็นวงกลม มักให้ความรู้สึกอบอุ่น โรแมนติก หรือแม้แต่เหงาได้ในบางบริบท ขึ้นอยู่กับ โทนสีของแสง และ องค์ประกอบโดยรวม เช่น โบเก้ในฉากหลังของภาพแคนดิดคู่รักตอนกลางคืน มักทำให้ภาพดูอบอุ่นและอบอวลด้วยความรู้สึก

ใช้ประกอบฉากสร้างเรื่องราว (Visual Storytelling)

แสงโบเก้ เช่น ไฟประดับช่วงเทศกาล หรือไฟเมืองในฉากหลังของภาพกลางคืน สามารถเป็น “บริบท” ที่ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจเรื่องราวของภาพมากขึ้น เช่น ถ่ายพอร์ตเทรตในบรรยากาศคริสต์มาส – Bokeh จากไฟประดับช่วยเสริมเรื่องราวให้ภาพดูมีชีวิต

โบเก้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

โบเก้จะเกิดขึ้นเมื่อแสงจาก แหล่งกำเนิดขนาดเล็ก (เช่น ไฟ LED, ดวงไฟถนน, ดวงไฟต้นคริสต์มาส ฯลฯ) อยู่นอกระยะโฟกัสของเลนส์ โดยเฉพาะเมื่อใช้ รูรับแสงกว้าง (ค่า f น้อย) แสงที่ไม่ได้รวมเข้าจุดโฟกัสจะกระจายออกเป็นรูปทรง ตามคุณสมบัติของเลนส์และรูรับแสง กลายเป็นดวงโบเก้  ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อโบเก้ มีดังต่อไปนี้

1. รูรับแสง (Aperture)

  • รูรับแสงกว้าง (เช่น f/1.2 – f/2.0) จะทำให้ความชัดตื้น (shallow depth of field) แคบลง ส่งผลให้ฉากหลังเบลอมาก และดวงโบเก้เด่นชัด

  • จำนวนใบเบลดของรูรับแสง ส่งผลต่อรูปร่างของโบเก้ เช่น:

    • 9 ใบเบลด = วงกลมเนียน

    • 5-6 ใบเบลด = โบเก้เป็นเหลี่ยมเล็กน้อย

เลนส์บางตัวมีใบเบลดโค้ง ช่วยให้โบเก้กลมแม้หยุดรูรับแสงลง


2. ระยะห่างระหว่างแบบกับฉากหลัง

  • ถ้าแบบอยู่ใกล้กล้อง และฉากหลังอยู่ไกล = เบลอมาก โบเก้ใหญ่

  • ถ้าแบบอยู่ใกล้ฉากหลัง = โบเก้จะเล็กลง หรือแทบไม่ปรากฏ

เทคนิคนี้ใช้บ่อยในการถ่ายพอร์ตเทรต หรือมาโครเพื่อเน้น subject


3. ความยาวโฟกัส (Focal Length)

  • เลนส์เทเลโฟโต้ (85mm, 135mm, 200mm) ให้โบเก้เด่นกว่าเลนส์ไวด์ (24mm, 35mm)

  • เลนส์ระยะยาวช่วย “บีบฉากหลัง” ให้ใกล้เข้ามาและเบลอได้มากขึ้น

ตัวอย่างคลาสสิก: Canon 85mm f/1.2L หรือ Nikon 105mm f/1.4 เลนส์เทพจากทั้ง 2 ค่ายเป็นเลนส์ที่ให้โบเก้สวยมาก


4. แหล่งกำเนิดแสงในฉากหลัง

  • จุดแสงเล็ก ๆ เช่น ไฟประดับ, แสงส่องผ่านใบไม้, แสงสะท้อนจากพื้นผิวเปียก ฯลฯ ล้วนสร้างโบเก้ได้ดี

  • ถ้าไม่มีแสงเป็นจุด – แม้จะเบลอได้ก็จะไม่มีโบเก้ปรากฏ

กลางคืนและแสงแดดผ่านร่มไม้กลางวันก็สามารถสร้างโบเก้ธรรมชาติที่สวยงามได้

วิธีถ่าย Bokeh เบื้องต้น

การสร้างโบเก้ที่นุ่มนวลและสวยงามไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงทำตามขั้นตอนพื้นฐานเหล่านี้:

1. ตั้งกล้องในโหมด Aperture Priority (A หรือ Av)

โหมดนี้ช่วยให้คุณควบคุม “รูรับแสง” โดยกล้องจะปรับค่าชัตเตอร์ให้เอง ทำให้สามารถเน้นฉากหลังละลายได้โดยไม่ต้องตั้งค่าทุกอย่างเอง

2. เลือกเลนส์ Prime เช่น 50mm หรือ 85mm

เลนส์ Prime (เลนส์ฟิกซ์) ไม่มีซูม แต่ให้ความคมชัดสูงและมักมีรูรับแสงกว้าง เหมาะกับการสร้างโบเก้แบบละลายหลัง

3. ใช้รูรับแสงกว้างที่สุด เช่น f/1.8

ยิ่ง f-number ต่ำเท่าไร รูรับแสงก็จะกว้างเท่านั้น ส่งผลให้ความชัดตื้นแคบลง และฉากหลังละลายสวยยิ่งขึ้น โบเก้จะใหญ่และชัดเจน

4. Speed Shutter ต้องเหมาะสม

ถ่ายโบเก้ ก็ยังสัมพันธ์กับเรื่องสปีดชัตเตอร์ ควรใช้ความไวของสปีดชัตเตอร์เร็วกว่า 1/100 วินาที เป็นต้นไป เพราะถ้าหากคุณใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำมาก ๆ จะทำให้ไม่เกิดเป็น Bokeh วงกลม ๆ แต่จะเบลอไปเลย นอกจากนั้นถ้าคุณต้องถ่ายภาพในเวลากลางวันแล้วต้องเปิดค่า f ต่ำมากจะทำให้ภาพของคุณสว่างจนเกินไป ก็สามารถปรับความเร็วชัตเตอร์ให้เร็วขึ้นได้

5. จัดองค์ประกอบให้เหมาะสม

แม้ Bokeh จะเพิ่มเสน่ห์ให้ภาพได้อย่างมาก แต่ก็ควรใช้อย่างระมัดระวัง เบื้องต้นให้แบบห่างจากฉากหลังอย่างน้อย 2–3 เมตรยิ่งฉากหลังไกลจากตัวแบบมากเท่าไร โบเก้จะยิ่งใหญ่และเนียนตา ช่วยแยกตัวแบบออกจากฉากหลังได้ชัดเจน และอย่าให้โบเก้เยอะจนแย่งความสนใจจากแบบ โบเก้ควร “เสริม” ไม่ใช่ “แทน” ตัวแบบ 

6. ให้มีแหล่งแสงจุดเล็กในฉากหลัง

ไฟประดับ ไฟถนน หรือแสงสะท้อนจากน้ำ เป็นแหล่งโบเก้ชั้นดี ยิ่งแสงมีความเปรียบต่างกับฉากหลังมาก โบเก้ก็จะเด่นชัดขึ้น

7. ลองใช้ โฟกัสแบบแมนนวล (Manual Focus)

เมื่อใช้ค่ารูรับแสงต่ำ (f/1.2 – f/1.8) ความลึกชัดจะบางมาก ต้องระวัง จุดโฟกัสหลุด โดยเฉพาะถ่ายระยะใกล้ ควรใช้แมนนวลโฟกัสเพื่อความแม่นยำ หมั่นเช็กโฟกัส ใช้ Live View, Focus Peaking, หรือ ขยายภาพดูจุดโฟกัส เพื่อให้มั่นใจว่าแบบคมชัดในตำแหน่งที่ต้องการ โดยเฉพาะเมื่อถ่ายใกล้หรือมีฉากหลังซับซ้อน 

ตัวอย่างภาพ Bokeh

ตัวอย่างภาพนี้ เราจะเห็นว่าเป็นภาพ Portrait ที่มีระยะชัดตื้นจากการใช้รูรับแสงกว้าง หรือ ค่า F ต่ำ โฟกัสไปที่ตัวแบบจนทำอะไรก็ตามที่อยู่นอกเหนือระยะชัดนั้นเบลอจนกด Bokeh สวย ๆ จะเห็นว่าดวงไฟที่อยู่ข้างหลังมากมายนั้นเบลอจนกลายเป็น Bokeh ดวงกลม ๆ สวยงาม

ภาพนั้นโฟกัสให้เห็นถึงมือของเด็กและผู้เป็นแม่ ทำให้จุดสนใจอื่น ๆ ไม่รบกวนสิ่งที่ผู้ถ่ายโฟกัสมากจนเกินไป แถมยังมีดวงไฟ Bokeh ข้างหลังสวย ๆ เป็นอีกหนึ่งเทคนิคหากคุณต้องการที่ถ่ายภาพให้มีดวงไฟโบเก้ ในห้องของคุณเอง ก็แค่ซื้อไฟประดับมาและจัดห้องให้สวยงาม ทำให้มันอยู่นอกระยะโฟกัส เท่านี้คุณก็ได้ภาพโบเก้ดวงไฟสวยงามในห้องของคุณแล้ว

บางคนสงสัยอยากได้ Bokeh วงกลม ๆ ในช่วงกลางวันแบบนี้จะ ถ่ายโบเก้ ได้อย่างไร การที่แสงส่องผ่านต้นไม้มาทำให้เกิดประกายแสง และพอเราโฟกัสที่ตัวแบบจนข้างหลังนั้นหลุดเบลอจึงเกิดเป็น Bokeh แสงธรรมชาติที่สวยงาม

 

เทคนิคสร้าง Bokeh รูปทรงต่างๆ (Shaped Bokeh)

เพิ่มลูกเล่นให้กับโบเก้ด้วยวิธีสร้างสรรค์ที่ง่ายและสนุก:

1. ตัดกระดาษดำเจาะรูเป็นรูปต่าง ๆ

  • ตัดเป็นรูปหัวใจ, ดาว, ดอกไม้ ฯลฯ แล้วติดไว้หน้ากล้อง

  • แสงในฉากหลังที่อยู่นอกโฟกัสจะกลายเป็นโบเก้ในรูปทรงที่คุณเลือก

  • ควรใช้กับเลนส์ที่รูรับแสงกว้างมาก (เช่น f/1.4, f/1.8)

2. ใช้ไฟเส้น LED วางฉากหลังแบบ DIY

  • วางสายไฟประดับหรือไฟกระพริบไว้ในฉากหลัง แล้วเบลอออก

  • ให้แสงแต่ละจุดกลายเป็นโบเก้ที่นุ่มนวลและมีสีสัน

3. ใช้แสงธรรมชาติ

  • ถ่ายกลางวันโดยให้แสงส่องผ่านใบไม้, ผิวน้ำ, หรือหน้าต่างกระจกเปียก

  • แสงธรรมชาติเหล่านี้จะกระจายและให้เอฟเฟกต์โบเก้ที่นุ่มและไม่ปรุงแต่ง

แนะนำเลนส์สำหรับการถ่าย Bokeh สวย ๆ

โดยทั่วไปเลนส์ที่มี “รูรับแสงกว้าง” และ “ทางยาวโฟกัสยาวปานกลาง” จะให้โบเก้ที่ดีที่สุด เรามีเลนส์รุ่นแนะนำให้เลือกดังต่อไปนี้

Canon RF 50mm f/1.4 L VCM

เลนส์ฟูลเฟรมระดับมืออาชีพที่โดดเด่นด้วยรูรับแสงกว้าง f/1.4 พร้อมม่านรูรับแสง 11 ใบ ให้โบเก้ที่นุ่มละมุนและละลายฉากหลังได้อย่างสวยงาม มาพร้อมระบบโฟกัส VCM + Nano USM ที่เร็วและเงียบ เหมาะสำหรับทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ จุดเด่นอีกข้อคือขนาดเล็ก เบากว่ารุ่น f/1.2 เกือบ 40% เหมาะกับการพกพาไปใช้งานหลากหลายสถานการณ์

Canon RF 50mm f/1.8 STM

เลนส์สุดคุ้มสำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นถ่ายโบเก้อย่างจริงจัง ด้วยรูรับแสงกว้าง f/1.8 ให้โบเก้นุ่มละมุนสวยงาม พร้อมขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาง่าย เหมาะทั้งสำหรับพอร์ตเทรตและการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังโฟกัสใกล้ได้ถึง 30 ซม. และรองรับระบบกันสั่นสูงสุด 7 สต็อปเมื่อใช้กับกล้อง EOS R5/R6 — เป็นเลนส์ “ฟิกซ์ 50” ที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับระบบเมาท์ RF

Sony FE 85mm f/1.4 GM

เลนส์พอร์ตเทรตระดับเรือธงของ Sony ที่ให้โบเก้ละลายฉากหลังอย่างหรูหราด้วยรูรับแสงกว้าง f/1.4 และไดอะแฟรม 11 ใบมีด G Master ซีรีส์นี้เด่นทั้งในเรื่องความคมชัดระดับพรีเมียมและการละลายฉากหลังที่นุ่มนวลเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับสาย Sony ที่ต้องการภาพบุคคลคุณภาพระดับมืออาชีพ พร้อมโครงสร้างป้องกันฝุ่นและความชื้น รองรับการใช้งานภาคสนามได้อย่างมั่นใจ

Nikon AF-S NIKKOR 105mm f/1.4E ED

สุดยอดเลนส์พอร์ตเทรตของฝั่ง Nikon ที่มาพร้อมรูรับแสงกว้าง f/1.4 และไดอะแฟรม 9 ใบมีด ให้โบเก้สวยนุ่มและละลายฉากหลังได้อย่างมืออาชีพ ระยะ 105 มม. เหมาะอย่างยิ่งสำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบระยะไกลโดยให้มิติภาพลึก ชิ้นเลนส์ ED และเคลือบ Nano Crystal ช่วยลดแฟลร์และความคลาดสี พร้อมระบบโฟกัส SWM เงียบและแม่นยำ — เป็นเลนส์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับช่างภาพสาย Nikon ที่ต้องการคุณภาพระดับสูงสุด

Sigma 50mm f/1.4 DG DN (Art)

เลนส์ฟิกซ์รูรับแสงกว้างสำหรับสาย Sony และ L-Mount ที่อยากได้โบเก้สวยจัดเต็ม พร้อมความคมทั่วเฟรม SIGMA Art ซีรีส์นี้ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพระดับมืออาชีพ รูรับแสง f/1.4 พร้อมม่าน 11 ใบเบลดให้โบเก้เนียนนุ่ม หรูหรา เหมาะสำหรับงานพอร์ตเทรตและถ่ายแสงกลางคืน มาพร้อมระบบโฟกัส HLA เร็ว เงียบ แม่นยำ รองรับงานวิดีโอ และออกแบบให้กันฝุ่นละออง พกพาง่าย — เป็นเลนส์ "Art" ที่ครอบคลุมทั้งงานสร้างสรรค์และงานจริงจัง

Tamron 35-150mm f/2-2.8 Di III VXD (Model A058S)

เลนส์ซูม “กว้างถึงเทเล” ที่มาพร้อมรูรับแสงกว้างถึง f/2 ตลอดช่วง ถือเป็นหนึ่งในเลนส์เอนกประสงค์ที่น่าประทับใจที่สุดของ Tamron สำหรับชาว Sony FE เหมาะสำหรับสายพอร์ตเทรต ท่องเที่ยว และถ่ายงานอีเวนต์ที่ต้องเปลี่ยนระยะรวดเร็วโดยไม่เปลี่ยนเลนส์ ระบบโฟกัส VXD เร็ว เงียบ แม่นยำ พร้อมโฟกัสใกล้เพียง 33 ซม. และบอดี้กันละอองน้ำ — เหมาะทั้งมืออาชีพและสายเดินทางที่ต้องการความยืดหยุ่นและคุณภาพในตัวเดียว