IBIS vs OIS vs EIS ต่างกันอย่างไร? เลือกกล้องกันสั่นแบบไหนให้เหมาะกับงานถ่ายภาพ
อัปเดตล่าสุด: เมษายน 2026
เวลาดูสเปคกล้องแล้วเห็นคำว่า IBIS, OIS หรือ EIS หลายคนรู้แค่ว่ามันคือระบบกันสั่น แต่ไม่รู้ว่าแต่ละแบบเวลาดูสเปคกล้องแล้วเห็นคำว่า IBIS, OIS หรือ EIS หลายคนรู้แค่ว่ามันคือระบบกันสั่น แต่ไม่รู้ว่าแต่ละแบบทำงานต่างกันอย่างไร และในทางปฏิบัติให้ผลลัพธ์ต่างกันแค่ไหน ความจริงคือระบบกันสั่นทั้งสามแบบไม่เหมือนกันเลย และการเลือกกล้องที่มีระบบกันสั่นไม่เหมาะกับงานที่ทำอาจทำให้ผิดหวังได้มากทั้งที่กล้องราคาสูงมาก บทความนี้อธิบายให้ชัดเจนว่าแต่ละระบบทำงานอย่างไร เหมาะกับงานไหน และควรเลือกแบบไหนให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการ
IBIS กันสั่นด้วยการขยับ Sensor, OIS กันสั่นด้วยการขยับชิ้นเลนส์ และ EIS กันสั่นด้วยการ Crop และประมวลผลดิจิทัล ทั้งสามแบบมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
IBIS คืออะไร? In-Body Image Stabilization
IBIS ย่อมาจาก In-Body Image Stabilization คือระบบกันสั่นที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวกล้องโดยตรง ทำงานโดยการขยับ Sensor ภายในบอดี้กล้องเพื่อชดเชยการสั่นของมือผู้ถ่าย เมื่อกล้องตรวจจับการเคลื่อนไหวด้วย Gyroscope ระบบจะสั่งให้ Sensor เลื่อนไปในทิศทางตรงข้ามกับการสั่นในเวลาเดียวกัน ทำให้ภาพที่ตกบน Sensor นิ่งแม้ตัวกล้องจะสั่นอยู่ จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของ IBIS คือทำงานได้กับเลนส์ทุกตัวที่ติดบนกล้อง ไม่ว่าเลนส์นั้นจะมีระบบกันสั่นในตัวหรือไม่ก็ตาม ทำให้เลนส์ Manual Focus รุ่นเก่าหรือเลนส์ราคาถูกที่ไม่มี OIS ก็ได้ประโยชน์จากระบบกันสั่นด้วย IBIS สมัยใหม่มีประสิทธิภาพกันสั่นสูงสุดถึง 7-8 stops ซึ่งหมายความว่าถ้าปกติต้องใช้ Shutter Speed 1/125 วินาทีเพื่อให้ภาพนิ่ง ระบบ IBIS ที่ดีจะช่วยให้ถ่ายที่ 1/1 วินาทีได้โดยภาพยังนิ่งอยู่
ข้อจำกัดของ IBIS คือเพิ่มน้ำหนักและขนาดของบอดี้กล้อง ใช้พลังงานมากกว่าและทำให้แบตเตอรีหมดเร็วขึ้นในบางรุ่น และในกล้องบางรุ่นที่ IBIS ไม่ดีพออาจเห็นอาการภาพขยับแบบ Jello หรือภาพเด้งในวิดีโอแทนที่จะนิ่ง
กล้องที่มี IBIS ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ได้แก่ Sony A7 IV และ A7R V ที่ให้ 7-8 stops, Canon EOS R6 Mark II ที่ให้ 8 stops และ Nikon Z8 ที่ให้ 6 stops
OIS คืออะไร? Optical Image Stabilization
OIS ย่อมาจาก Optical Image Stabilization คือระบบกันสั่นที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวเลนส์ ทำงานโดยการขยับกลุ่มชิ้นเลนส์พิเศษภายในเพื่อชดเชยการสั่น แต่ละแบรนด์ใช้ชื่อเรียกต่างกัน Canon เรียกว่า IS (Image Stabilization), Nikon เรียกว่า VR (Vibration Reduction), Sony เรียกว่า OSS (Optical SteadyShot), Fujifilm เรียกว่า OIS และ Panasonic เรียกว่า O.I.S. แต่หลักการทำงานเหมือนกันทั้งหมด
จุดเด่นของ OIS คือทำงานได้ดีมากสำหรับเลนส์ Telephoto ระยะยาว เพราะเลนส์ระยะยาวมีการขยายการสั่นไหวมากกว่า การกันสั่นในเลนส์จึงได้ผลดีกว่าในกรณีนี้ นอกจากนั้น OIS ยังช่วยให้ ViewFinder หรือ Live View นิ่งขึ้นเวลาจัดองค์ประกอบ ทำให้เล็งกล้องได้สะดวกกว่า
ข้อจำกัดของ OIS คือทำงานเฉพาะกับเลนส์ตัวนั้น เปลี่ยนเลนส์ก็หายไป เพิ่มราคาและน้ำหนักของเลนส์ และบางครั้งเสียงมอเตอร์ OIS อาจดังพอที่ไมโครโฟนจะจับได้เวลาถ่ายวิดีโอในสภาพแวดล้อมเงียบ
EIS คืออะไร? Electronic Image Stabilization
EIS ย่อมาจาก Electronic Image Stabilization คือระบบกันสั่นแบบดิจิทัลที่ไม่ได้ขยับ Sensor หรือชิ้นเลนส์ แต่ทำงานโดยการ Crop ภาพและเลือกใช้เฉพาะส่วนกลางของเฟรม แล้วประมวลผลเพื่อทำให้ภาพนิ่งขึ้น
กระบวนการทำงานคือกล้องบันทึกภาพในพื้นที่ที่กว้างกว่าเฟรมที่แสดงผล แล้วเมื่อตรวจจับการสั่นได้ก็จะเลือก Crop ส่วนที่อยู่ตรงข้ามกับทิศทางสั่นออกมาแสดงผล ทำให้ภาพที่ได้ดูนิ่งกว่าความเป็นจริง
จุดเด่นของ EIS คือไม่เพิ่มน้ำหนักหรือขนาดของกล้องและเลนส์เลย ราคาถูกในการผลิตและสามารถอัปเดตผ่าน Firmware ได้ เหมาะกับกล้อง Action Camera และสมาร์ทโฟนที่พื้นที่จำกัด
ข้อจำกัดของ EIS ที่สำคัญมากคือ ทุกครั้งที่ EIS ทำงานจะ Crop ภาพเข้ามาทำให้มุมมองภาพแคบลงและเสีย Field of View ไปบางส่วน คุณภาพภาพด้อยกว่า IBIS และ OIS เพราะเป็นการประมวลผลดิจิทัล และในที่แสงน้อยอาจทำให้ภาพมี Noise มากขึ้น
Dual IS คืออะไร? เมื่อ IBIS และ OIS ทำงานร่วมกัน
Dual IS คือการนำ IBIS และ OIS มาทำงานร่วมกัน ซึ่งให้ประสิทธิภาพการกันสั่นสูงกว่าการใช้แต่ละระบบแยกกันมาก เมื่อกล้องและเลนส์ที่มี OIS คุยกันได้ ระบบจะแบ่งหน้าที่กัน โดย OIS จัดการกับการสั่นในระดับเล็กและเร็ว ส่วน IBIS จัดการกับการสั่นในระดับใหญ่และช้า ผลลัพธ์คือได้การกันสั่นที่มากกว่าการใช้แต่ละระบบแยกกันถึงเกือบสองเท่า
Panasonic Dual I.S. 2 เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในตลาด ให้ประสิทธิภาพรวมสูงถึง 6.5 stops เมื่อใช้กล้องและเลนส์ Panasonic ที่รองรับ Dual IS ร่วมกัน
เปรียบเทียบแบบตรงๆ ระบบไหนเหมาะกับงานไหน
| งานที่ทำ | แนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| Portrait และ Street | IBIS | ใช้ได้กับเลนส์ทุกตัว ยืดหยุ่นสูง |
| Landscape บน Tripod | ไม่จำเป็น | Tripod นิ่งกว่าทุกระบบกันสั่น |
| Telephoto และ Wildlife | OIS หรือ Dual IS | เลนส์ระยะยาวต้องการ OIS |
| Vlog เดินถ่าย | IBIS + EIS | ต้องการทั้งคุณภาพและความนิ่ง |
| Action Camera | EIS | น้ำหนักเบา กันสั่นพอใช้งาน |
| วิดีโอ Handheld | Dual IS | ประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับวิดีโอ |
ระบบกันสั่นทำงานได้ดีแค่ไหนในทางปฏิบัติ?
มีข้อควรระวังที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบกันสั่นอยู่สองประเด็น
ค่า Stops ที่โฆษณาไม่ใช่ค่าที่ได้จริงเสมอ ค่า Stops ที่แต่ละแบรนด์โฆษณาวัดภายใต้เงื่อนไขที่ดีที่สุด ในทางปฏิบัติจริงมักได้ผลน้อยกว่าที่ระบุ โดยเฉพาะเมื่อเดินหรือเคลื่อนไหวมาก ระบบกันสั่นทำได้ดีกับการสั่นแบบ Micro แต่ทำได้จำกัดกับการเคลื่อนที่แบบ Macro อย่างการเดิน
ระบบกันสั่นไม่ได้แทนที่ Gimbal สำหรับวิดีโอ IBIS และ OIS ช่วยได้มากสำหรับการสั่นเล็กน้อย แต่ถ้าต้องการวิดีโอที่ลื่นไหลแบบเดินตาม Subject หรือ Tracking Shot ยาวๆ Gimbal ยังให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าระบบกันสั่นในกล้องอย่างชัดเจน
สรุป
IBIS เหมาะสำหรับช่างภาพที่ใช้เลนส์หลายตัวและต้องการความยืดหยุ่น OIS เหมาะสำหรับงาน Telephoto ที่ต้องการกันสั่นในเลนส์โดยตรง และ EIS เหมาะสำหรับกล้อง Action Camera หรือสมาร์ทโฟนที่น้ำหนักและขนาดสำคัญกว่าคุณภาพสูงสุด สำหรับคนที่ต้องการทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ Dual IS คือตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ต้องใช้กล้องและเลนส์ที่รองรับระบบนี้ร่วมกันถึงจะได้ประสิทธิภาพสูงสุด