DJI Osmo Pocket 4 vs DJI Osmo Pocket 3 ต่างกันยังไง? อัปเกรดคุ้มไหม?

เคยไหมครับ ที่รู้สึกว่า DJI Osmo Pocket 3 ในมือยังดีอยู่ แต่พอได้ยินว่า DJI Osmo Pocket 4 เปิดตัวแล้วก็เริ่มอ่านสเปคทันที จนไม่รู้จะอัปเกรดหรืออดทนใช้ต่อไปดี

DJI Osmo Pocket 4 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อม Spec ที่ EC-MALL ยืนยันครบทุกจุด มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจหลายจุดมากพอที่จะทำให้คนถือ Dji Osmo Pocket 3 อยู่ต้องคิดหนักครับ บทความนี้จะตอบคำถามนั้นอย่างตรงไปตรงมา ทั้งเรื่องอะไรที่เปลี่ยนจริง อะไรที่เหมือนเดิม และควรตัดสินใจยังไงดีครับ

DJI Osmo Pocket 4 เปิดตัวแล้ว | ราคาเริ่มต้น ~15,500 บาท


DJI Osmo Pocket 4 คืออะไร? สรุปในหนึ่งย่อหน้า

DJI Osmo Pocket 4 คือกล้อง Gimbal แบบพกพาในซีรีส์ Pocket ของ DJI ที่ออกแบบมาสำหรับ Vlogger และ Travel Creator โดยเฉพาะ หลักการคือ Gimbal 3 แกนที่กันสั่นไว้ในตัว ทำให้วิดีโอนิ่งสนิทแม้จะถือมือเปล่าเดินหรือวิ่ง ในขนาดที่พกในกระเป๋ากางเกงได้สบาย

Pocket 3 ที่เปิดตัวในปี 2023 ถูกยกให้เป็นกล้อง Gimbal แบบพกพาที่ดีที่สุดในตลาดมาตลอดเกือบ 3 ปี และตอนนี้ Pocket 4 ก็มาพร้อมการอัปเกรดที่แก้ Pain Point หลักของ Pocket 3 ไว้เกือบครบแล้วครับ


ตารางเปรียบเทียบ DJI Osmo Pocket 4 vs Dji Osmo Pocket 3 ครบทุกสเปค

ฟีเจอร์ DJI Pocket 3 DJI Pocket 4
เซ็นเซอร์ 1-inch CMOS 1-inch CMOS (เหมือนเดิม)
Dynamic Range ~13 stops 14 stops ✅
วิดีโอสูงสุด 4K/120fps (Crop) 4K/240fps ✅ ใหม่ทั้งหมด
Color Profile 10-bit D-Log M 10-bit D-Log ✅
Internal Storage ❌ ต้องใช้ microSD 107GB ในตัว ✅
Transfer Speed ขึ้นกับ microSD 800 MB/s ✅
Zoom Digital Zoom เสีย Quality 2x Lossless Zoom ✅
Audio 3-Channel 4-Channel (ใช้ร่วมไมค์ DJI) ✅
Active Track ActiveTrack 6.0 ActiveTrack 7.0 ✅
Gimbal กันสั่น 3 แกน กันสั่น 3 แกน ปรับปรุงใหม่
แบตเตอรี่ 1,300 mAh (~166 นาที) 1,545 mAh (~200 นาที) ✅
น้ำหนัก 179 กรัม ~116 กรัม เบากว่า 35% ✅
ไฟ LED ในตัว ❌ ไม่มี ✅ มีแล้ว
Physical Joystick ❌ ไม่มี ✅ มีแล้ว
ราคาเริ่มต้น ~$519 ~$499 ✅

 


วิเคราะห์ทีละจุด: อัปเกรดตรงไหนที่คุ้มจริง?


4K/240fps Slow Motion — เปลี่ยนไปทั้งหมด

นี่คือความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างสองรุ่นครับ Pocket 3 ถ่าย Slow Motion สูงสุดได้ที่ 1080p/240fps หรือ 4K/120fps แบบ Crop ที่ทำให้ Field of View แคบลงและสูญเสียบรรยากาศของภาพ

Pocket 4 ยกระดับใหม่ทั้งหมดด้วย 4K/240fps ซึ่งให้ Slow Motion ที่ละเอียดกว่าถึง 2 เท่าในความละเอียด 4K เต็มๆ ไม่ต้อง Crop ลองนึกภาพว่าคลื่นทะเลที่ค่อยๆ ซัดขึ้นหาด น้ำหยดที่กระเด็น หรือการเคลื่อนไหวของสัตว์ที่ถ่าย Slow Down แล้วคมชัดทุกเฟรม สำหรับ Creator ที่ต้องการ Cinematic Slow Motion แบบ Super Smooth นี่คือ Game Changer ที่แท้จริงครับ


107GB Internal Storage — แก้ Pain Point ที่ทุกคนเจอ

ถ้าเคยใช้ Pocket 3 จะรู้ว่าการไม่มี Internal Storage เป็นปัญหาที่น่าหงุดใจมากในชีวิตจริง ต้องซื้อ microSD เพิ่มตั้งแต่วันแรก ต้องโอนไฟล์บ่อยทุกครั้งที่ Card เกือบเต็ม และถ้า Card มีปัญหาหรือเสียก็อาจสูญเสียไฟล์ที่ถ่ายมาทั้งหมด

Pocket 4 แก้ปัญหานี้ด้วย 107GB Internal Storage พร้อม Transfer Speed 800 MB/s ที่รวดเร็วมาก สำหรับวิดีโอ 4K ทั่วไปจะเก็บได้นานหลายชั่วโมงก่อนต้องโอน ยังรองรับ microSD เพิ่มได้สำหรับคนที่ถ่ายเยอะมากอยู่แล้ว ถือเป็นการแก้ Pain Point ที่คนใช้ Pocket 3 บ่นมากที่สุดได้อย่างสมบูรณ์ครับ


น้ำหนักเบาลง 35% — สำคัญกว่าที่คิดมาก

จาก 179 กรัมเหลือเพียง 116 กรัม ฟังดูไม่มาก แต่ในทางปฏิบัติคือเบาลง 63 กรัมซึ่งรู้สึกได้ทันทีเมื่อพกทั้งวัน โดยเฉพาะสำหรับ Travel Creator ที่พกกล้องในกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าสะพายตลอดเวลา

ที่น่าทึ่งที่สุดคือ Pocket 4 เบาลงได้ขนาดนี้ ทั้งที่ใส่ Sensor ขนาดเดิมและแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นด้วย DJI ทำได้โดยการปรับ Layout ภายในและวัสดุใหม่ทั้งหมด


ActiveTrack 7.0 — ติดตาม Subject ฉลาดขึ้นมาก

ActiveTrack 7.0 อัปเกรดจาก 6.0 ด้วยความสามารถในการ Predict การเคลื่อนไหวของ Subject ได้ดีกว่า ทำให้ Gimbal หมุนตามได้ราบรื่นกว่าแม้ Subject เดินหรือวิ่งในพื้นที่ที่มี Obstacle เช่น ป่าหรือฝูงชน

สำหรับ Solo Creator ที่ต้องถ่ายตัวเองโดยไม่มีทีม ActiveTrack 7.0 คือฟีเจอร์ที่ช่วยได้มากที่สุดในการได้ Shot ที่ดีโดยไม่ต้องมีคนช่วยกดครับ


ไฟ LED Fill Light และ Physical Joystick — เล็กน้อยแต่ใช้งานจริง

ไฟ LED Fill Light ในตัวช่วยเพิ่มแสงในสถานการณ์ที่แสงน้อยได้ทันทีโดยไม่ต้องพกอุปกรณ์เพิ่ม เหมาะสำหรับถ่าย Indoor, ร้านอาหารแสงน้อย หรือช่วงหัวค่ำ

Physical Joystick ช่วยให้ควบคุม Gimbal Direction ได้ง่ายและรวดเร็วกว่าการสัมผัสหน้าจอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ Pocket 3 ร้องขอมาตลอดครับ


สิ่งที่ไม่ได้เปลี่ยน — Sensor ขนาดเดิม

Pocket 4 ยังคงใช้ Sensor 1-inch ขนาดเดิมกับ Pocket 3 ซึ่งหมายความว่า Image Quality พื้นฐานยังคล้ายกัน สิ่งที่ดีขึ้นจริงคือ Dynamic Range ที่เพิ่มเป็น 14 stops ซึ่งช่วยให้ดึงรายละเอียดในส่วนมืดและส่วนสว่างได้ดีกว่า

แต่ถ้าคุณใช้ Pocket 3 ถ่ายงานปกติและพอใจกับ Image Quality อยู่แล้ว ความแตกต่างตรงนี้จะไม่เห็นชัดเจนนักในสภาพแสงปกติกลางแจ้งครับ


DJI Osmo Pocket 4 เหมาะกับใคร?


Vlogger และ Travel Creator ที่พกกล้องทุกวัน

Pocket 4 ถูกออกแบบมาสำหรับกลุ่มนี้โดยตรงครับ น้ำหนัก 116 กรัมที่เบาลง 35% ทำให้พกได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกหนัก Internal Storage 107GB ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่อง Card เต็มกลางทาง และ ActiveTrack 7.0 ทำให้ถ่ายตัวเองได้ง่ายแม้ไม่มีทีมช่วยครับ


Solo Creator ที่ถ่ายคนเดียว

ถ้าต้องถ่ายตัวเองบ่อยๆ โดยไม่มีคนช่วย Pocket 4 คือกล้องที่เหมาะที่สุดในตลาด ทั้ง ActiveTrack 7.0 ที่ตาม Subject ได้ฉลาด, Physical Joystick ที่ควบคุม Gimbal ได้ง่าย และ LED Fill Light ที่ช่วยให้แสงในทุกสถานการณ์ ครบในตัวเดียวโดยไม่ต้องพกอุปกรณ์เพิ่ม


คนที่อยากได้ Cinematic Slow Motion คุณภาพสูง

4K/240fps คือฟีเจอร์ที่หาไม่ได้ในกล้อง Gimbal Pocket Size อื่นในตลาดขณะนี้ ถ้าต้องการ Shot Slow Motion แบบ Super Smooth ที่ยังคง 4K Resolution เต็มๆ Pocket 4 คือคำตอบเดียวในระดับราคานี้ครับ


สรุปให้ชัด: ใครควรอัปเกรดมา Djo osmo Pocket 4 ?

อัปเกรดได้เลยถ้า ใช้ Pocket 3 อยู่แล้วและเจอปัญหาเหล่านี้บ่อย ต้องพก microSD ตลอดและกังวลเรื่อง Card เสีย อยากได้ Slow Motion 4K/240fps คุณภาพสูง รู้สึกว่า 179 กรัมหนักเกินไปสำหรับพกทุกวัน หรือต้องการไฟ LED Fill Light และ Physical Joystick ที่ Pocket 3 ไม่มี ถ้าตอบใช่ตั้งแต่สองข้อขึ้นไป การอัปเกรดครั้งนี้คุ้มค่าแน่นอนครับ

รอก่อนถ้า ซื้อ Pocket 3 มาไม่นานและยังพอใจกับคุณภาพวิดีโอที่ได้ ไม่ได้มี Pain Point เรื่อง Storage หรือ Slow Motion และสนใจ Pocket 4 Pro ที่มีกล้อง Dual และ Hasselblad Color Science ซึ่งคาดว่าจะออกช่วงพฤษภาคม-มิถุนายน 2026 ถ้ารอได้อีก 1-2 เดือนก็น่ารอครับ

ซื้อ Pocket 4 เลยถ้า ยังไม่เคยมี DJI Pocket เลยและต้องการกล้องวิดีโอ Gimbal สำหรับ Vlog หรือ Travel Creator ตอนนี้ Pocket 4 คือตัวเลือกที่ดีที่สุดในระดับราคานี้อย่างไม่ต้องลังเล เพราะได้ทุกอย่างที่ดีที่สุดของตระกูลนี้ในราคาที่ใกล้เคียงกับ Pocket 3

 


แพ็คเกจ DJI Osmo Pocket 4 ควรเลือกอันไหน?


แพ็คเกจ ราคา เหมาะกับ
Standard ~(15,500 บาท) มีอุปกรณ์เสริม DJI อยู่แล้ว
Creator Combo ~(18,900 บาท) มือใหม่ คุ้มค่าที่สุด
     

ถ้าเพิ่งเริ่มต้น Creator Combo คือทางเลือกที่แนะนำมากที่สุดครับ เพราะ DJI Mic 2 ในชุดมีมูลค่าสูงและจำเป็นมากสำหรับการทำ Vlog คุณภาพสูง ถ้าซื้อแยกจะแพงกว่าซื้อในชุด Creator Combo อย่างเห็นได้ชัด

ดูแพ็คเกจ DJI Omo Pocket 4 ทุกชุด


คำถามที่พบบ่อย

DJI Osmo Pocket 4 กับ GoPro Hero 13 อันไหนดีกว่าสำหรับ Vlog?

ขึ้นอยู่กับสไตล์การถ่ายครับ Pocket 4 ให้วิดีโอที่นิ่งกว่าโดยไม่ต้อง Post-process เพิ่ม เหมาะกับการเล่าเรื่อง Cinematic ที่ต้องการ Shot นิ่งๆ สวยงาม GoPro เหมาะกว่าถ้าต้องการ Action Shot กลางแจ้ง กันน้ำ หรือ Wide Angle สุดขอบภาพ ถ้าเน้น Vlog Travel แนะนำ Pocket 4 ครับ

DJI Osmo Pocket 4 ถ่ายได้นานแค่ไหน?

แบตเตอรี่ 1,545 mAh ให้เวลาบันทึกประมาณ 200 นาทีตามสเปค DJI ในการใช้งานจริงที่ถ่าย 4K/60fps น่าจะอยู่ที่ประมาณ 90–120 นาที แนะนำพก Power Bank เพิ่มสำหรับการเดินทางทั้งวันครับ

DJI Osmo Pocket 4 เชื่อมต่อมือถือได้ไหม?

ได้ครับ เชื่อมต่อผ่าน DJI Mimo App ทั้ง iOS และ Android ใช้สำหรับควบคุมกล้อง ดู Preview แบบ Live และโอนไฟล์ นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อ USB-C กับมือถือได้โดยตรงเพื่อถ่ายโอนไฟล์ด้วยความเร็ว 800 MB/s ครับ

DJI Osmo Pocket 4 กับ DJI Osmo Action 5 Pro ต่างกันอย่างไร?

เป็นคนละหมวดหมู่ครับ Pocket 4 คือกล้อง Gimbal ที่ให้วิดีโอนิ่งสนิทแบบ Cinematic เหมาะกับ Vlog และ Travel ที่ต้องการ Shot สวยงาม Osmo Action 5 Pro คือ Action Camera ที่กันน้ำได้ 20m ทนทานสำหรับกิจกรรม Extreme เช่น Diving, Surfing หรือ Mountain Biking ถ้าจะเลือกสักตัวดูว่าใช้งานแบบไหนเป็นหลักครับ

ดูกล้อง DJI ทุกรุ่น


ถ้ายังลังเลว่า DJI Pocket 4 vs Pocket 3 ควรเลือกตัวไหน หรืออยากรู้ว่าแพ็คเกจไหนคุ้มค่าที่สุดสำหรับงานที่ทำ ลองแวะปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญที่ EC-MALL ได้เลยครับ ที่นี่คือศูนย์รวมกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพครบวงจรที่อยู่คู่วงการถ่ายภาพไทยมากกว่า 23 ปี มีทีมงานพร้อมแนะนำทุกรุ่น ทุกระดับงบ และช่วยให้คุณเลือก DJI Pocket 4 ของแท้ประกันศูนย์ไทยได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องตัดสินใจคนเดียวครับ