Rolling Shutter vs Global Shutter ต่างกันอย่างไร? ทำไมภาพเคลื่อนไหวเร็วถึงบิดเบี้ยว
Rolling Shutter และ Global Shutter คือ วิธีที่เซนเซอร์กล้องอ่านข้อมูลภาพในขณะถ่ายภาพหรือวิดีโอ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาพเวลาถ่ายวัตถุที่เคลื่อนไหวเร็ว หรือเวลาขยับกล้องอย่างรวดเร็ว
หลายคนอาจเคยเจอปัญหาเวลาถ่ายวิดีโอแล้วแพนกล้องเร็ว ๆ ภาพดูเอียง เส้นตรงดูบิด ตึกดูโย้ หรือวัตถุที่เคลื่อนที่เร็วดูย้วยผิดรูป อาการเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับ Rolling Shutter
ส่วน Global Shutter เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดปัญหาภาพบิดเบี้ยวจากการเคลื่อนไหวเร็ว เพราะเซนเซอร์อ่านข้อมูลภาพทั้งเฟรมพร้อมกัน ทำให้รูปทรงของวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวดูถูกต้องมากขึ้น
Rolling Shutter คืออะไร?

Rolling Shutter คือการอ่านข้อมูลภาพจากเซนเซอร์แบบไล่ทีละแถวจากด้านบนลงด้านล่าง หรือจากส่วนหนึ่งของเฟรมไปอีกส่วนหนึ่ง ไม่ได้อ่านข้อมูลทั้งภาพพร้อมกันในเวลาเดียว
พูดง่าย ๆ คือ กล้องไม่ได้บันทึกทุกส่วนของภาพในเวลาเดียวกันจริง ๆ แต่จะอ่านภาพทีละส่วนอย่างรวดเร็ว
ในสถานการณ์ทั่วไป เช่น ถ่ายคนพูดหน้ากล้อง ถ่ายวิว ถ่ายสินค้า หรือถ่ายวัตถุที่ไม่ได้เคลื่อนที่เร็วมาก Rolling Shutter อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ และแทบมองไม่เห็นความผิดปกติ
แต่ถ้าเกิดการเคลื่อนไหวเร็ว เช่น แพนกล้องเร็ว ถ่ายรถวิ่ง ถ่ายกีฬา ถ่ายพัดลมหมุน ถ่ายไม้กอล์ฟ หรือถ่าย subject ที่เคลื่อนผ่านเฟรมเร็ว ๆ ภาพอาจเกิดการบิดเบี้ยว เพราะแต่ละแถวของภาพถูกอ่านในเวลาที่ต่างกันเล็กน้อย
อาการ Rolling Shutter เป็นอย่างไร?
Rolling Shutter สามารถแสดงออกได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความเร็วของวัตถุ ความเร็วในการแพนกล้อง และความเร็วในการอ่านข้อมูลของเซนเซอร์
1. ภาพเอียงเวลาแพนกล้องเร็ว
ถ้าแพนกล้องซ้ายหรือขวาเร็ว ๆ เส้นตรงในภาพ เช่น เสา ตึก ประตู หรือกำแพง อาจดูเอียงหรือโย้ไปด้านหนึ่ง ทั้งที่ของจริงตั้งตรง
2. วัตถุเคลื่อนไหวเร็วดูย้วย
วัตถุที่เคลื่อนผ่านเฟรมเร็ว เช่น รถไฟ รถแข่ง นักกีฬา หรือไม้ตี อาจมีรูปทรงผิดเพี้ยน ดูยืดหรือบิดจากความเป็นจริง
3. ใบพัดหรือพัดลมดูผิดรูป
เวลาถ่ายใบพัด เครื่องบินโดรน หรือพัดลมที่หมุนเร็ว ภาพอาจดูแปลก เช่น ใบพัดโค้ง ขาด หรือดูไม่เป็นรูปทรงจริง
4. แฟลชหรือแสงกระพริบเกิดแถบ
บางครั้ง Rolling Shutter อาจทำให้เกิดแถบสว่างหรือแถบมืดในภาพ เมื่อถ่ายร่วมกับแสงกระพริบ ไฟ LED หรือแฟลชบางประเภท
5. ภาพดูย้วยเวลาเดินถ่ายหรือใช้กล้อง handheld
ถ้ากล้องมี Rolling Shutter ค่อนข้างมาก และมีการเคลื่อนไหวของกล้องแบบเร็วหรือสั่น ภาพอาจดูเหมือนย้วยหรือ wobble โดยเฉพาะในงานวิดีโอ
ทำไมภาพเคลื่อนไหวเร็วถึงบิดเบี้ยว?
สาเหตุหลักคือเซนเซอร์แบบ Rolling Shutter อ่านข้อมูลแต่ละแถวในเวลาต่างกัน
ลองนึกภาพว่ากล้องกำลังถ่ายรถที่วิ่งผ่านเฟรมอย่างรวดเร็ว ขณะที่เซนเซอร์กำลังอ่านข้อมูลแถวบน รถอยู่ตำแหน่งหนึ่ง แต่เมื่อเซนเซอร์อ่านลงมาถึงแถวล่าง รถได้เคลื่อนที่ไปอีกตำแหน่งแล้ว
ผลคือภาพที่ได้อาจดูเหมือนรถเอียง ยืด หรือบิด ทั้งที่ในความจริงรถไม่ได้มีรูปทรงแบบนั้น
อาการนี้จะเห็นชัดขึ้นเมื่อ:
- วัตถุเคลื่อนที่เร็วมาก
- กล้องแพนเร็ว
- ใช้เลนส์ทางยาวโฟกัสมาก เช่น Telephoto
- ถ่ายวิดีโอด้วยความละเอียดสูงที่กล้องอ่านเซนเซอร์ช้าลง
- กล้องมี readout speed ไม่เร็วพอ
- ใช้ electronic shutter ในบางสถานการณ์
ดังนั้น Rolling Shutter ไม่ได้แปลว่ากล้องเสีย แต่เป็นผลจากวิธีการอ่านข้อมูลภาพของเซนเซอร์
Global Shutter คืออะไร?

Global Shutter คือการอ่านข้อมูลจากเซนเซอร์ทั้งเฟรมพร้อมกันในเวลาเดียว ทำให้ทุกส่วนของภาพถูกบันทึกในจังหวะเดียวกัน
ข้อดีคือช่วยลดปัญหาภาพบิดเบี้ยวจากการเคลื่อนไหวเร็ว เพราะวัตถุในทุกตำแหน่งของภาพถูกจับในเวลาเดียวกัน ไม่ใช่คนละจังหวะแบบ Rolling Shutter
Global Shutter จึงเหมาะกับงานที่มีการเคลื่อนไหวเร็วมาก เช่น กีฬา, Action, รถแข่ง, งานอุตสาหกรรม, งาน Broadcast, งาน VFX หรือวิดีโอที่ต้องแพนกล้องเร็วและต้องการภาพที่รูปทรงถูกต้อง
ในอดีต Global Shutter มักพบในกล้องเฉพาะทางหรือกล้องระดับโปรบางประเภท แต่ปัจจุบันเริ่มเป็นเทคโนโลยีที่คนถ่ายภาพและวิดีโอทั่วไปเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น เพราะช่วยแก้ pain point ที่ Rolling Shutter ทำให้ภาพเสียรูปในงานเคลื่อนไหวเร็ว
Rolling Shutter vs Global Shutter ต่างกันอย่างไร?
| หัวข้อ | Rolling Shutter | Global Shutter |
|---|---|---|
| วิธีอ่านข้อมูลภาพ | อ่านทีละแถวหรือทีละส่วน | อ่านทั้งเฟรมพร้อมกัน |
| ภาพเวลาวัตถุเคลื่อนไหวเร็ว | อาจบิด เอียง หรือย้วย | รูปทรงถูกต้องกว่า |
| การแพนกล้องเร็ว | อาจเกิดภาพเอียงหรือ wobble | ลดปัญหาภาพบิดเบี้ยว |
| การถ่ายกีฬา / Action | ต้องระวังมากขึ้น | เหมาะกว่า |
| การใช้งานทั่วไป | เพียงพอสำหรับงานส่วนใหญ่ | เหมาะกับงานเฉพาะทางหรือจริงจัง |
| ต้นทุนเทคโนโลยี | พบได้ทั่วไปในกล้องจำนวนมาก | มักอยู่ในกล้องเฉพาะทางหรือรุ่นสูง |
| ข้อควรดูเพิ่มเติม | Readout speed ของเซนเซอร์ | คุณภาพไฟล์ Dynamic Range และ ISO ด้วย |
Rolling Shutter แย่เสมอไปไหม?
Rolling Shutter ไม่ได้แย่เสมอไป และไม่ได้หมายความว่ากล้องที่ใช้ Rolling Shutter จะถ่ายวิดีโอไม่ได้ดี
กล้อง Mirrorless และกล้องวิดีโอจำนวนมากยังใช้ Rolling Shutter และสามารถถ่ายงานจริงได้ดีมาก ถ้าเซนเซอร์มี readout speed เร็วพอ และผู้ใช้งานเข้าใจข้อจำกัดของกล้อง
สำหรับงานทั่วไป เช่น
- Vlog
- Interview
- รีวิวสินค้า
- พูดหน้ากล้อง
- ถ่ายท่องเที่ยวทั่วไป
- ถ่ายงานแต่งบางลักษณะ
- ถ่ายวิดีโอที่ไม่ได้แพนเร็วมาก
Rolling Shutter อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่
แต่ถ้างานของคุณมีการเคลื่อนไหวเร็วมาก เช่น กีฬา มอเตอร์สปอร์ต Action Shot หรือถ่าย subject ที่เคลื่อนผ่านเฟรมเร็ว ๆ Rolling Shutter อาจเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกกล้อง
Readout Speed สำคัญอย่างไร?

แม้กล้องจะใช้ Rolling Shutter เหมือนกัน แต่ไม่ได้แปลว่าจะมีอาการภาพบิดเท่ากันทุกตัว
สิ่งที่สำคัญมากคือ Readout Speed หรือความเร็วในการอ่านข้อมูลจากเซนเซอร์
ถ้าเซนเซอร์อ่านข้อมูลได้เร็ว อาการ Rolling Shutter จะลดลง เพราะความต่างของเวลาระหว่างแถวบนและแถวล่างของภาพน้อยลง
กล้องบางรุ่นจึงควบคุม Rolling Shutter ได้ดี แม้ยังใช้ Rolling Shutter อยู่ เพราะมีเซนเซอร์และระบบประมวลผลที่อ่านข้อมูลเร็ว
ในทางกลับกัน กล้องบางรุ่นอาจมีภาพสวย ไฟล์ดี แต่เมื่อถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงหรือใช้ Electronic Shutter อาจเกิด Rolling Shutter ชัดกว่าเดิม
ดังนั้นเวลาดูสเปกกล้องสำหรับงานวิดีโอหรือกีฬา ไม่ควรดูแค่ความละเอียดหรือ Frame Rate แต่ควรดูรีวิวหรือทดสอบเรื่อง Rolling Shutter และ readout speed ด้วย
Electronic Shutter เกี่ยวกับ Rolling Shutter ไหม?
เกี่ยวข้องในหลายกรณี
Electronic Shutter คือการถ่ายภาพโดยใช้การอ่านข้อมูลจากเซนเซอร์แทนการใช้ม่านชัตเตอร์กลไก ซึ่งมีข้อดีคือเงียบ ไม่มีการสั่นจากชัตเตอร์ และสามารถถ่ายต่อเนื่องได้เร็วในกล้องหลายรุ่น
แต่เมื่อใช้ Electronic Shutter กับเซนเซอร์แบบ Rolling Shutter กล้องยังคงต้องอ่านข้อมูลทีละแถว หากวัตถุเคลื่อนไหวเร็วหรือมีการแพนกล้องเร็ว ภาพนิ่งก็อาจบิดเบี้ยวได้เช่นกัน
ตัวอย่างที่เจอได้บ่อย:
- ถ่ายไม้กอล์ฟแล้วไม้ดูโค้ง
- ถ่ายรถวิ่งเร็วแล้วรูปทรงรถเอียง
- ถ่ายกีฬาแล้วแขน ขา หรืออุปกรณ์กีฬาดูผิดรูป
- ถ่ายไฟ LED แล้วเกิดแถบ
ถ้างานต้องถ่าย action จริงจัง ควรทดสอบ Electronic Shutter ของกล้องรุ่นนั้นก่อนใช้งานจริง หรือเลือกใช้ Mechanical Shutter ในงานภาพนิ่งบางสถานการณ์
Global Shutter มีข้อดีอะไรบ้าง?
Global Shutter มีจุดเด่นหลักคือการลดปัญหาภาพบิดเบี้ยวจากการเคลื่อนไหวเร็ว แต่ยังมีประโยชน์ในงานอื่นด้วย
1. ลดภาพบิดเวลาแพนกล้องเร็ว
เมื่อกล้องอ่านข้อมูลทั้งเฟรมพร้อมกัน เส้นตรงและวัตถุในภาพจะไม่เอียงหรือย้วยจากการอ่านภาพทีละแถว
2. เหมาะกับการถ่ายกีฬาและ Action
วัตถุที่เคลื่อนที่เร็ว เช่น นักกีฬา รถแข่ง จักรยาน สัตว์ป่า หรือการเคลื่อนไหวฉับไว จะคงรูปทรงได้ดีกว่า
3. ใช้กับแสงแฟลชได้ยืดหยุ่นกว่า
Global Shutter สามารถช่วยลดข้อจำกัดบางอย่างของการใช้แฟลชกับ Electronic Shutter เพราะทั้งเฟรมถูกบันทึกพร้อมกัน
4. ลดปัญหาแสงกระพริบและ banding ในบางสถานการณ์
เมื่อทำงานกับแหล่งกำเนิดแสงบางประเภท Global Shutter อาจช่วยให้ภาพนิ่งและวิดีโอมีความสม่ำเสมอมากขึ้น
5. เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำของภาพ
เช่น งาน VFX, Motion Analysis, งานอุตสาหกรรม หรือการถ่ายที่ต้องรักษารูปทรงของวัตถุให้ถูกต้อง
Global Shutter มีข้อจำกัดไหม?
แม้ Global Shutter จะมีข้อดีมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับทุกคนหรือทุกงานเสมอไป
ข้อที่ควรพิจารณา ได้แก่:
- กล้องที่มี Global Shutter มักมีราคาสูงกว่า
- ตัวเลือกกล้องยังไม่หลากหลายเท่า Rolling Shutter
- ควรดูคุณภาพไฟล์ด้านอื่นร่วมด้วย เช่น Dynamic Range, ISO, สี และ Codec
- สำหรับงานทั่วไป อาจไม่ได้จำเป็นถึงขั้นต้องใช้ Global Shutter
- บางคนอาจได้ประโยชน์จาก Log, 10-bit, Autofocus หรือกันสั่น มากกว่า Global Shutter
ดังนั้น Global Shutter เป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์มากในงานเฉพาะทาง แต่การเลือกกล้องยังควรดูภาพรวมของ workflow และลักษณะงานที่ถ่ายจริง
งานแบบไหนควรให้ความสำคัญกับ Rolling Shutter?

ถ้าคุณถ่ายงานต่อไปนี้ ควรให้ความสำคัญกับเรื่อง Rolling Shutter เป็นพิเศษ
1. กีฬาและ Action
งานกีฬา เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล เทนนิส มวย สเก็ตบอร์ด หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่มีการเคลื่อนไหวเร็ว อาจทำให้ Rolling Shutter เห็นชัดขึ้น
2. มอเตอร์สปอร์ตและยานพาหนะ
รถแข่ง มอเตอร์ไซค์ รถไฟ หรือยานพาหนะที่เคลื่อนผ่านเฟรมเร็ว อาจเกิดภาพบิดหรือเอียงได้ง่าย
3. Wildlife
สัตว์ที่เคลื่อนไหวเร็ว เช่น นกบิน สัตว์วิ่ง หรือสัตว์ที่เปลี่ยนทิศทางเร็ว อาจทำให้ภาพดูผิดรูปในบางจังหวะ
4. งานวิดีโอที่แพนกล้องเร็ว
ถ้าต้องแพนกล้องตาม subject เร็ว ๆ หรือถ่าย handheld แบบเคลื่อนไหวมาก ควรเลือกกล้องที่ควบคุม Rolling Shutter ได้ดี หรือใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงอย่าง Gimbal เพื่อให้ movement นิ่งและควบคุมทิศทางของกล้องได้ดีขึ้น
5. งานอีเวนต์ที่มีแสง LED
ไฟ LED เวทีหรือไฟในงานอีเวนต์บางประเภทอาจทำให้เกิด banding หรือแถบในภาพ โดยเฉพาะเมื่อใช้ Electronic Shutter หรือวิดีโอในบางค่า shutter speed
งานแบบไหนที่ Rolling Shutter อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่?
ถ้าคุณถ่ายงานที่ movement ไม่เร็วมาก Rolling Shutter อาจไม่ใช่สเปกที่ต้องกังวลเป็นอันดับแรก
เช่น
- พูดหน้ากล้อง
- รีวิวสินค้า
- สัมภาษณ์
- Live Streaming
- Podcast Video
- งานอาหาร
- วิดีโอสอนใช้งาน
- Portrait Video
- Travel ที่ไม่ได้แพนเร็ว
- งานแต่งที่เน้น shot นิ่งหรือ movement ช้า
สำหรับงานเหล่านี้ สเปกอย่าง Autofocus, สีผิว, Dynamic Range, Log Profile, 10-bit Video, ระบบกันสั่น หรือความร้อน อาจมีผลกับการใช้งานจริงมากกว่า โดยเฉพาะถ้าต้องนำ footage ไปทำ Color Grading ต่อเพื่อคุม mood & tone ของวิดีโอให้สม่ำเสมอ
วิธีลดปัญหา Rolling Shutter เวลาใช้งานจริง

ถ้ากล้องของคุณมี Rolling Shutter อยู่บ้าง ยังสามารถลดปัญหาได้ด้วยวิธีเหล่านี้
1. หลีกเลี่ยงการแพนกล้องเร็วเกินไป
การแพนกล้องช้าลงและควบคุม movement ให้เนียนขึ้น ช่วยลดภาพเอียงหรือย้วยได้มาก
2. ใช้ Gimbal หรือขาตั้งกล้อง
อุปกรณ์ช่วยพยุงกล้องทำให้ movement นิ่งขึ้น ลดการสั่นแบบฉับพลันที่อาจทำให้ Rolling Shutter ดูชัดกว่าเดิม
3. เลือกโหมดวิดีโอที่เซนเซอร์อ่านเร็วกว่า
กล้องบางรุ่นมี Rolling Shutter ต่างกันในแต่ละโหมด เช่น 4K, 6K, Full HD หรือ crop mode ควรทดสอบโหมดที่เหมาะกับงานจริง
4. ระวังการใช้ Electronic Shutter กับวัตถุเคลื่อนไหวเร็ว
ถ้าถ่ายภาพนิ่งกีฬา หรือ subject ที่เร็วมาก อาจเลือก Mechanical Shutter แทนในบางสถานการณ์
5. วางแผน shot ให้เหมาะกับข้อจำกัดของกล้อง
ถ้ารู้ว่ากล้องมี Rolling Shutter ค่อนข้างมาก อาจหลีกเลี่ยง shot ที่ต้องแพนเร็ว หรือเปลี่ยนวิธีถ่ายให้ subject เคลื่อนเข้าหากล้องแทนการเคลื่อนผ่านเฟรมเร็ว ๆ
เลือกกล้องสำหรับงานเคลื่อนไหวเร็วควรดูอะไรบ้าง?
ถ้าคุณกำลังเลือกกล้องสำหรับงานกีฬา Action Event หรือวิดีโอที่มี movement เยอะ ควรดูหลายสเปกร่วมกัน ไม่ใช่ดูแค่คำว่า Rolling Shutter หรือ Global Shutter อย่างเดียว
| สิ่งที่ควรดู | ทำไมสำคัญ |
|---|---|
| Rolling Shutter / Global Shutter | ส่งผลต่อภาพบิดเวลามีการเคลื่อนไหวเร็ว |
| Readout Speed | ยิ่งอ่านเซนเซอร์เร็ว อาการภาพบิดยิ่งน้อย |
| Frame Rate | ช่วยจับ motion และทำ Slow Motion |
| Autofocus | สำคัญกับ subject ที่เคลื่อนที่เร็ว |
| Buffer / Burst Speed | สำคัญกับงานภาพนิ่งกีฬาและ action |
| Codec / Bitrate | ส่งผลต่อคุณภาพไฟล์วิดีโอ |
| Dynamic Range | ช่วยเก็บรายละเอียดแสงเงา |
| กันสั่น / การใช้งานกับ Gimbal | ช่วยให้ movement นิ่งขึ้น |
| Memory Card ที่รองรับ | ไฟล์วิดีโอและ burst ต่อเนื่องต้องใช้การ์ดที่เร็วพอ |
สำหรับงานจริง ควรดูรีวิวหรือทดสอบกล้องในสถานการณ์ใกล้เคียงกับงานของคุณ เช่น แพนกล้องเร็ว ถ่ายคนวิ่ง ถ่ายรถ ถ่ายกีฬา หรือถ่ายงานเวทีที่มีไฟ LED
Rolling Shutter vs Global Shutter เลือกแบบไหนดี?
คำตอบขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่ถ่าย
ถ้าคุณถ่ายคอนเทนต์ทั่วไป Vlog รีวิวสินค้า สัมภาษณ์ หรือวิดีโอที่ movement ไม่เร็วมาก กล้อง Rolling Shutter ที่มี readout speed ดีอาจเพียงพอแล้ว และอาจให้คุณภาพไฟล์ ฟีเจอร์ และราคาที่เหมาะกับงานมากกว่า
แต่ถ้าคุณถ่ายกีฬา Action มอเตอร์สปอร์ต งานที่ต้องแพนเร็ว หรือ subject ที่เคลื่อนไหวเร็วมาก Global Shutter จะช่วยลดปัญหาภาพบิดเบี้ยวได้ชัดเจน และช่วยให้ footage หรือภาพนิ่งมีรูปทรงถูกต้องกว่า
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเลือกกล้องจาก Shutter Type อย่างเดียว ควรดูสเปกอื่นร่วมด้วย เช่น Autofocus, Dynamic Range, Frame Rate, Codec, ความร้อน, น้ำหนัก, เลนส์ที่รองรับ และงบประมาณ
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานวิดีโอเคลื่อนไหวเร็ว
นอกจากกล้องแล้ว อุปกรณ์เสริมก็ช่วยให้การถ่ายวิดีโอเคลื่อนไหวเร็วทำได้ดีขึ้น
Gimbal

ช่วยให้การเคลื่อนกล้องนิ่งขึ้น ลดการสั่นแบบฉับพลัน และทำให้ movement ดูตั้งใจมากขึ้น
Memory Card ความเร็วสูง
งานวิดีโอความละเอียดสูง หรือภาพนิ่ง burst ต่อเนื่อง ต้องใช้ Memory Card ที่เขียนข้อมูลได้เร็วพอ เพื่อป้องกัน buffer เต็มหรือการบันทึกสะดุด
เลนส์โฟกัสไว
งาน action และกีฬาได้ประโยชน์จากเลนส์ที่โฟกัสเร็ว มอเตอร์เงียบ และติดตาม subject ได้ดี
ขาตั้งหรือ Monopod

ช่วยให้แพนกล้องตาม subject ได้ลื่นกว่า handheld โดยเฉพาะงานกีฬา งานเวที หรือการถ่ายด้วยเลนส์ telephoto
ND Filter

สำหรับงานวิดีโอกลางแจ้ง ND Filter ช่วยคุม Shutter Speed ให้เหมาะกับ Frame Rate โดยไม่ต้องปิดรูรับแสงมากเกินไป
สรุป: Rolling Shutter vs Global Shutter ต่างกันอย่างไร?
Rolling Shutter และ Global Shutter ต่างกันที่วิธีการอ่านข้อมูลจากเซนเซอร์
Rolling Shutter อ่านข้อมูลทีละแถว ทำให้ในบางสถานการณ์ เช่น แพนกล้องเร็วหรือถ่ายวัตถุเคลื่อนไหวเร็ว ภาพอาจเกิดการบิด เอียง หรือย้วยได้
Global Shutter อ่านข้อมูลทั้งเฟรมพร้อมกัน จึงช่วยลดปัญหาภาพบิดเบี้ยวจาก motion ได้ดีกว่า เหมาะกับงานกีฬา Action มอเตอร์สปอร์ต และงานที่ต้องการความแม่นยำของรูปทรงในภาพ
สำหรับคนที่ถ่ายวิดีโอทั่วไป Rolling Shutter อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หากเลือกกล้องที่มี readout speed ดีและใช้งานอย่างเหมาะสม แต่สำหรับคนที่ถ่ายงานเคลื่อนไหวเร็วจริงจัง การเข้าใจความต่างระหว่าง Rolling Shutter กับ Global Shutter จะช่วยให้เลือกกล้องได้ตรงกับงานมากขึ้น
ก่อนเลือกกล้อง จึงควรถามตัวเองว่า “งานที่ถ่ายมีการเคลื่อนไหวเร็วแค่ไหน” และ “ต้องการลดภาพบิดเบี้ยวมากน้อยเพียงใด” เพราะคำตอบนี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรให้ความสำคัญกับ Rolling Shutter, Readout Speed หรือ Global Shutter มากแค่ไหน