Canon EF 24-70mm f/2.8L II USM
canon
จุดเด่น/เสปคย่อ Canon EF 24-70mm f/2.8L II USM
- เลนส์ EF-Mount ที่รองรับกล้องฟูลเฟรม ให้คุณภาพภาพถ่ายระดับมืออาชีพด้วยรูรับแสง f/2.8 ที่สามารถปรับได้สูงสุดถึง f/22 สำหรับแสงทุกสภาวะ
- ชิ้นเลนส์ Super UD และ UD ช่วยลดความผิดเพี้ยนและให้ภาพคมชัดในทุกมุมมอง พร้อมชิ้นเลนส์ Aspherical ที่ทำให้ภาพไม่มีความบิดเบือน
- เคลือบผิวฟลูออไรต์ที่ช่วยป้องกันน้ำและฝุ่น ทำให้คุณมั่นใจในการใช้งานในสภาพอากาศที่ท้าทาย
- ระบบโฟกัสด้วยวงแหวน USM ทำให้การถ่ายภาพเคลื่อนไหวเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว ช่วยให้คุณไม่พลาดทุกช่วงเวลา
- กระบอกเลนส์ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันละอองน้ำและฝุ่น ช่วยให้คุณสามารถใช้งานได้ในทุกที่ทุกสภาพ
- ม่านรูรับแสง 9 กลีบ ช่วยให้ได้เอฟเฟ็กต์โบเก้อย่างสวยงาม ช่วยเพิ่มมิติให้กับภาพถ่ายของคุณ
ตัวเลือกที่ใกล้เคียงหรือมาแทน ซึ่งมีทั้งเลนส์ที่ ใช้งานได้ใกล้เคียงช่วงระยะและรูรับแสงคล้ายกัน หรือเป็น ตัวเลือกที่อัปเกรดขึ้น
- Canon RF 24-70mm f/2.8L IS USM (สำหรับ Canon RF-mount)
เลนส์ที่ใกล้เคียงที่สุดในช่วง 24-70mm f/2.8 ที่มีวางจำหน่ายปัจจุบันบน EC-Mall — แต่เป็น เมาท์ RF
ช่วงซูม 24-70 mm
รูรับแสงคงที่ f/2.8 เหมือนรุ่น EF
มีระบบ กันสั่นภาพ Optical IS เพิ่มความนิ่งขณะถ่ายทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ
ถ้าใช้กล้องในระบบ Canon EOS R Series อยู่แล้วตัวนี้จะเป็นตัวเลือกที่ “แทนฟีล” เดิมได้มากที่สุด
*เลนส์นี้มีช่วงระยะเทียบกันและมาพร้อม กันสั่น IS แต่จะมีรูรับแสงกว้างสุด f/4 แทน f/2.8 — จึงเหมาะกับคนที่ต้องการ ซูมทั่วไปอเนกประสงค์พร้อม IS โดยยังเป็นเลนส์ EF อยู่
- SKU
- 34249
ทำไม Canon EF 24-70mm f/2.8L II USM ถึงน่าสนใจ (รายละเอียด)
จุดเด่นผลิตภัณฑ์
- เลนส์ EF-Mount/Full-Frame Format
- รูรับแสง: f/2.8 - f/22
- ชิ้นเลนส์พิเศษ Super UD 1ชิ้น และ UD 2ชิ้น
- ชิ้นเลนส์ Aspherical 3ชิ้น
- เคลือบผิวฟลูออไรต์กันหยดน้ำเกาะ
- ระบบโฟกัส วงแหวน USM
- กระบอกเลนส์ กันละอองน้ำ กันฝุ่น
- ม่านรูรับแสง 9กลีบ
ซูมนี้ช่วยให้ผมถ่ายภาพทิวทัศน์ธรรมชาติได้แม้ในพื้นที่แคบ
ตอนที่ผมเริ่มจริงจังกับการถ่ายภาพ เลนส์แรกที่ผมซื้อคือ เลนส์ซูมมาตรฐาน ซึ่งให้ภาพถ่ายที่มีมุมรับภาพใกล้เคียงกับสายตามนุษย์ แม้ว่าผมจะเปลี่ยนกล้องที่ใช้ไปตั้งแต่ตอนนั้น แต่เลนส์ซูมมาตรฐานยังเป็นหนึ่งในคลังอาวุธที่ขาดไม่ได้สำหรับผม นั่นเป็นเพราะผมถ่ายภาพทิวทัศน์ตามธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ และรู้สึกว่าการมีเลนส์ที่สามารถซูมและครอบคลุมช่วงโฟกัสมาตรฐานได้นั้นเป็นหัวใจสำคัญ ความสามารถในการซูมอาจไม่สำคัญถ้าผมสามารถปรับตำแหน่งการถ่ายตามต้องการได้ แต่เมื่อผมออกไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติจริงๆ ผมมักจะมีพื้นที่การทำงานจำกัด อันตรายอาจอยู่ใกล้ตัว หรือผมอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถเข้าใกล้หรือถอยหลังได้ตามใจอยาก ผมผ่านประสบการณ์ที่ชวนหงุดหงิดมาหลายครั้ง ที่ผมไม่สามารถถ่ายภาพในมุมรับภาพที่อยากถ่ายได้ด้วยเลนส์เดี่ยว ในแง่นั้น เลนส์ที่สามารถซูมได้เอื้อให้ผมปรับตั้งค่าเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้ได้องค์ประกอบภาพที่สมบูรณ์แบบดั่งใจ แม้ว่าจะมีที่ยืนจำกัด ในบรรดาเลนส์ที่ผมมี เลนส์ EF24-70mm f/2.8L II USM เป็นเลนส์ที่ผมใช้บ่อยที่สุด และผมพบว่าไว้ใจได้มากที่สุด
EOS 5D Mark III/ EF24-70mm f/2.8L II USM/ FL: 41mm/ Manual exposure (f/11, 1/60 วินาที)/ ISO 100/ WB: แสงแดด
ภาพนี้ถ่ายในฤดูใบไม้ผลิตอนที่ผมไปเยี่ยมชมภูเขาโยชิโนะประมาณ 3 วันหลังจากที่ซากุระบานสะพรั่ง อันที่จริง ดอกซากุระบานเริ่มร่วงแล้ว และกระแสลมแต่ละครั้งที่พัดผ่านต้นไม้และพัดพากลีบซากุระให้ฟุ้งกระจายไปทั่วเป็นช่วงเวลาที่ตราตรึงในใจผมจริงๆ ผมพบจุดถ่ายภาพที่ดีและเฝ้าดูช่วงเวลาเหล่านั้นเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่นานสองนาน
ความสามารถรอบด้านของเลนส์ คือโบนัสสำหรับการถ่ายภาพการเดินป่าระยะไกลและการปีนเขา
ในความคิดของผม เลนส์ที่มีมุมรับภาพขนาด 24 ถึง 70 มม. ถ่ายภาพได้มีประสิทธิภาพที่สุด ไม่เพียงแค่ภาพทิวทัศน์เท่านั้น แต่รวมถึงภาพผู้คนด้วย มันช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ได้หลากหลายกว่า: ภาพถ่ายในช่วงมุมกว้างเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์ที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา พอๆ กันกับภาพถ่ายตัวแบบระยะใกล้อย่างต้นไม้และหิน ขณะที่ภาพถ่ายช่วงเทเลโฟโต้ระยะกลางไปจนถึง 70 มม. จะทำให้คุณถ่ายภาพดอกไม้หรือตัวแบบอื่นๆ แบบระยะใกล้ได้จากระยะห่างเพียงนิดเดียว หลายครั้ง ผมลงเอยด้วยการถ่ายภาพทุกประเภทโดยใช้เลนส์นี้เพียงเลนส์เดียว ก่อนหน้านี้ ตอนที่ผมถ่ายภาพระหว่างปีนภูเขาโยโกะในเทือกเขายาสึกะตาเกะที่ตอนกลางของญี่ปุ่น ผมเตรียมตัวเองให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ โดยพกเลนส์ติดตัวไปประมาณ 4-5 เลนส์ แต่สุดท้าย ผมลงเขามาโดยใช้เพียงแค่เลนส์ EF24-70mm f/2.8L II USM ตัวเดียวเท่านั้น ตั้งแต่นั้น เมื่อไปถ่ายภาพที่จะต้องปีนเขาหรือเดินทางไกลด้วย ผมจะพกเลนส์นี้ไปเป็นเลนส์หลัก และพ่วงเลนส์อื่นๆ ไปอีกแค่หนึ่งหรือสองตัวเท่านั้น
EOS 5D Mark III/ EF24-70mm f/2.8L II USM/ FL: 24 มม./ Manual Exposure (f/13, 30 วินาที)/ ISO 100/ WB: แสงแดด
หลังจากดวงอาทิตย์ตกแล้ว ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี มีสีสันไล่เลียงกันไปทั่วท้องฟ้า ผมต้องการถ่ายภาพแสงสะท้อนของท้องฟ้าบนผิวน้ำทะเล ผมจึงถ่ายภาพนี้โดยใช้ฟิลเตอร์ ND และฟิลเตอร์ Graduated ND
สีภาพที่ได้น่าพอใจ และความละเอียดภาพคมชัดดีเยี่ยม
ถ้าว่ากันถึงประสิทธิภาพการทำงาน เลนส์นี้นับว่าไม่มีที่ติ ผมเคยใช้เลนส์ EF24-70mm รุ่นก่อนหน้า และการให้สีและภาพที่คมชัดที่ได้จากกล้องนั้นน่าพอใจทีเดียว แต่สำหรับรุ่นสองของซีรีส์นี้ ผมรู้สึกได้ว่าทุกรายละเอียดของเลนส์ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมอีก เมื่อผมถ่ายภาพโฟกัสลึก เลนส์นี้สามารถถ่ายภาพที่ดีเยี่ยมซึ่งคมชัดตั้งแต่โฟร์กราวด์จนถึงแบ็คกราวด์ ไปจนถึงขอบภาพ แม้แต่ภาพที่ผมสร้างเอฟเฟ็กต์โบเก้มากที่สุดก็ออกมาอย่างที่คิดไว้ คุณภาพของภาพถ่ายไปได้ไกลถึงการถ่ายภาพท้องฟ้าที่เต็มด้วยดวงดาว เมื่อใช้รูรับแสงกว้างสุด f/2.8 แบบสว่าง และเลนส์จะช่วยให้คุณถ่ายภาพดวงดาวนับไม่ถ้วนได้ คุณยังสามารถใช้เลนส์นี้ได้อย่างสบายใจถ้าต้องการถ่ายภาพย้อนแสงที่มีดวงอาทิตย์อยู่ในกรอบภาพด้วย
EOS 5D Mark III/ EF24-70mm f/2.8L II USM/ FL: 24mm/ Manual exposure (f/8, 1/2 วินาที)/ ISO 100/ WB: แสงแดด
ภาพต้นเมเปิลที่มีใบไม้ร่วงปกคลุมภาพนี้ถ่ายตอนที่ฝนตกโปรยๆ ขณะที่กำลังถ่ายภาพ จู่ๆ ฝนก็ตกหนักขึ้น ผมจึงหลบใต้ต้นไม้ใกล้ๆ ฉากนี้ ซึ่งมีสีโทนฤดูใบไม้ร่วงจากใบไม้สีแดงที่กระจายอยู่ทั่วพื้นดินรอบๆ น่ามองมากแม้กระทั่งหลังจากฝนหยุด ผมจึงอ้อยอิ่งอยู่บริเวณนั้นสักพัก
เพื่อนร่วมทางที่ไว้ใจได้ ที่ผมจินตนาการไม่ออกว่าจะทำอย่างไรถ้าไม่พกมาด้วย
เลนส์ที่ไว้ใจได้นี้เป็นคู่หูที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับช่างภาพ ผมมองเห็นอนาคตเลยว่า จะต้องมีช่วงเวลาที่มีเพียงเลนส์รุ่นนี้เท่านั้นที่จะช่วยกู้สถานการณ์ให้ผมได้ โดยถ่ายทอดภาพได้อย่างสมจริงในแบบที่ผมต้องการ ทุกวันนี้ ผมคิดไม่ออกเลยว่าถ้าไม่พกเลนส์รุ่นนี้ไปด้วยจะเป็นอย่างไร หากมีใครถามว่า เลนส์รุ่นไหนที่ผมจะเลือกหากต้องพกพาเลนส์เพียงตัวเดียว ผมจะเลือกเลนส์นี้โดยไม่ลังเล นี่คือความสำคัญของเลนส์ EF24-70mm f/2.8L II USM สำหรับผม
EOS 5D Mark III/ EF24-70mm f/2.8L II USM/ FL: 47mm/ Manual exposure (f/13, 1/5 วินาที)/ ISO 100/ WB: แสงแดด
คืนก่อนที่ผมจะถ่ายภาพนี้ ผมมองดูหิมะตกในคืนสงบและหลับไปด้วยความหวังว่าจะตื่นขึ้นมาเห็นภาพที่หิมะขาวโพลนสวยงาม และนี่คือสิ่งที่ทักทายผมในยามเช้าวันถัดมาหลังตื่นนอนและมองไปข้างนอก มันสวยยิ่งกว่าที่จินตนาการไว้เสียอีก
EF24-70mm f/2.8L II USM
โครงสร้างของเลนส์: 18 ชิ้นเลนส์ใน 13 กลุ่ม
จำนวนม่านรูรับแสง: 9
รูรับแสงต่ำสุด: f/22
ระยะโฟกัสใกล้สุด: 0.21 ม.
เส้นผ่านศูนย์กลางฟิลเตอร์: φ82 มม.
ขนาดภายนอกของกล้อง: ประมาณ φ88.5x113.0 มม.
น้ำหนัก: ประมาณ 805 กรัม
ที่มา : snapshot.canon-asia.comสเปค Canon EF 24-70mm f/2.8L II USM (Specification)
| ระยะโฟกัส (Focal Length) | 24 – 70 mm |
|---|---|
| รูรับแสงกว้างที่สุด (Maximum Aperture) | f/2.8 |
| รูรับแสงแคบที่สุด (Minimum Aperture) | f/22 |
| องค์ประกอบเลนส์ (Lens Construction) | 18 Elements in 13 Groups |
| ระยะโฟกัสต่ำสุด (Minimum Focus Distance) | 38 cm (1.25') |
| อัตราการขยายสูงสุด (Maximum Reproduction Ratio) | 1:4.76 |
| จำนวนของม่านรับแสง (Number of Diaphragm Blades) | 9, Rounded |
| มุมของภาพ (Picture Angle) | 84° - 34° |
| ระบบช่วยโฟกัส (Focus Adjustment) | Internal Ring-type ultrasonic |
| ระบบป้องกันการสั่น (Image Stabilizer) | No |
| ขนาดฟิลเตอร์ (Filter Attachment Size) | 82 mm |
| เลนส์ฮูด (Hood) | n/a |
| อุปกรณ์ในกล่อง (Included Accessories) | n/a |
| ขนาด (Dimensions) | (DxL)88.5 x 113 mm / 3.48 x 4.45 |
| น้ำหนัก (Weight) | 805 g(1.77 lb) |