GoPro Hero 4
gopro
จุดเด่น/เสปคย่อ GoPro Hero 4
- ถ่ายวิดีโอได้ความละเอียดสูงสุดถึง 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที เพื่อภาพที่คมชัดและสมจริง
- มาพร้อมชิปประมวลผลที่เร็วขึ้นถึง 2 เท่า ทำให้การถ่ายทำเป็นไปได้อย่างราบรื่น
- รองรับการถ่ายภาพนิ่งถึง 12 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดสโลโมชั่นแบบ Timelapse
- บอดี้กันน้ำได้ลึกถึง 40 เมตร เหมาะสำหรับการใช้งานในกิจกรรมกลางแจ้ง
- เชื่อมต่อ WiFi และบลูทูธสำหรับการควบคุมผ่านแอพพลิเคชั่น GoPro App บนสมาร์ทโฟน
GoPro HERO 4 เคยเป็นกล้องแอ็กชันระดับท็อปในยุคของมัน ด้วยความสามารถถ่ายวิดีโอ 4K (รุ่น Black), Slow Motion 1080p 120fps, ระบบ Protune สำหรับปรับภาพแบบมืออาชีพ และดีไซน์แข็งแรงทนทาน เหมาะกับสายลุย สายกีฬา และครีเอเตอร์ แต่ปัจจุบันหยุดผลิตและมีรุ่นใหม่ที่กันสั่นและคุณภาพไฟล์ดีกว่าอย่างชัดเจน
หากคุณกำลังมองหากล้องที่มาแทน HERO 4 พร้อมเทคโนโลยีล้ำยุค นี่คือรุ่นแนะนำ:
- DJI Osmo Action 5 – เซ็นเซอร์ 1/1.3 นิ้ว, D-Log M 10-bit, วิดีโอ 4K120p, กันสั่น RockSteady 3.0, หน้าจอสัมผัสหน้า–หลัง เหมาะกับผู้ที่ต้องการคุณภาพโปรในบอดี้แกร่งพกพาง่าย
- Insta360 Ace Pro 2– ร่วมพัฒนาโดย Leica, เซ็นเซอร์ 1/1.3 นิ้ว, วิดีโอ 8K, หน้าจอพับได้, AI ช่วยถ่าย เหมาะกับสายสร้างคอนเทนต์ที่ต้องการมุมมองหลากหลาย
- GoPro Hero 13 Black – วิดีโอ 5.3K60p, GP-Log, กันสั่น HyperSmooth 6.0, รองรับ Bluetooth Audio เหมาะกับสายแอ็กชันที่ต้องการระบบเสถียรและความยืดหยุ่นในการใช้งาน
- SKU
- 49076
ทำไม GoPro Hero 4 ถึงน่าสนใจ (รายละเอียด)
- GoPro ผู้ผลิตกล้องแอ็คชั่นแคมชื่อดัง ได้ทำการเปิดตัวกล้องในตระกูล Hero4 พร้อมกัน 2 รุ่น โดยใช้ชื่อว่า ฮีโร่4 แบล็ค (Hero4 Black) ซึ่งเป็นตัวท็อปและรุ่นรองลงมาอย่าง ฮีโร่4 ซิลเวอร์ (Hero4 Silver) มาพร้อมกับสเปคที่อัพเดทให้ทันสมัยและใช้งานได้ครบครันมากขึ้น
- สเปคโดยรวมของทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับชิปที่ประมวลผลได้เร็วกว่าเดิมถึง 2 เท่า สามารถถ่ายวิดีโอที่ให้ความชัด 1080p สูงสุด 120 เฟรมต่อวินาที ถ่ายภาพนิ่งได้ความละเอียดสูงสุดที่ 12 ล้านพิกเซล ด้วยความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที รวมทั้งถ่ายโหมดสโลโมชั่นแบบ Timelapse ได้ มีการปรับปรุงคุณภาพในการบันทึกเสียงให้มีมิติที่กว้างขึ้น ตัวเลนส์เป็นกระจกแบบ Ultra Wide ที่ให้ผู้ใช้ถ่ายมุมกว้างได้กว้างกว่าเดิม เพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่าง QuickCapture ที่ใช้การกดปุ่มเพียงครั้งเดียวเพื่อเปิดกล้องและถ่ายรูปแบบอัตโนมัติได้ในทันที และ HiLight Tag ที่ให้มาร์คจุดสำคัญระหว่างการถ่ายวิดีโอได้ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเช็กและแก้ไขได้อย่างง่ายดายในภายหลัง ตัวบอดี้กันน้ำได้ลึกถึง 40 เมตร นอกจากนี้มี WiFi และบลูทูธแบบบิวท์อินที่รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชั่น GoPro App ทั้งของ Android และ iOS ด้วย
- ด้านความแตกต่างของกล้องแอ็คชั่นตระกูล Hero4 ทั้ง 2 ตัว โดยตัวท็อปอย่าง แบล็ค สามารถถ่ายวิดีโอที่ให้ความละเอียดได้สูงสุดถึงระดับ 4K ได้ที่ 30 เฟรมต่อวินาที ในขณะที่ตัวซิลเวอร์จะถ่ายวิดีโอได้ในระดับ 2.7K ที่ 50 เฟรมต่อวินาที แต่โดดเด่นกว่ารุ่นแบล็คด้วยหน้าจอสัมผัส LCD สำหรับพรีวิวรูปและตั้งค่าต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น