เปรียบเทียบ Sony A7C II Mirrorless Camera vs Canon EOS R8 Mirrorless Camera

Sony A7C II Mirrorless Camera

ตัวเลือกและราคา

Sony A7C II Mirrorless Camera - Body สี Black ฿59,990.00
Sony A7C II Mirrorless Camera - Kit 28-60mm สี Black ฿71,990.00
Sony A7C II Mirrorless Camera - Body สี Silver ฿59,990.00
Sony A7C II Mirrorless Camera - Kit 28-60mm สี Silver ฿71,990.00
ราคา สั่งซื้อ Sony A7C II Mirrorless Camera

Canon EOS R8 Mirrorless Camera

ตัวเลือกและราคา

Canon EOS R8 Mirrorless Camera - Kit RF 24-50mm ฿49,500.00
Canon EOS R8 Mirrorless Camera - Body ฿41,900.00
ราคา สั่งซื้อ Canon EOS R8 Mirrorless Camera

บทนำ ทำความรู้จัก 2 รุ่นฮิต

การเลือกกล้องที่เหมาะสมกับการถ่ายภาพและวิดีโอในยุคปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อเรามีตัวเลือกที่น่าสนใจอย่าง Sony A7C II และ Canon EOS R8 ทั้งสองรุ่นนี้มีคุณสมบัติที่โดดเด่นที่ช่วยให้ช่างภาพและนักทำวิดีโอสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ละรุ่นมีเอกลักษณ์และจุดเด่นที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้การเลือกซื้อกล้องเป็นเรื่องที่น่าสนใจและท้าทาย

Sony A7C II นำเสนอเซนเซอร์ฟูลเฟรม 33MP ที่ให้คุณภาพภาพที่คมชัดและสีสันที่แม่นยำ ในขณะที่ Canon EOS R8 มาพร้อมกับเซนเซอร์ฟูลเฟรม 24.2MP ที่สามารถจับภาพได้อย่างละเอียดและชัดเจน ทั้งสองรุ่นมีฟีเจอร์การถ่ายวิดีโอ 4K แต่มีความแตกต่างในระบบโฟกัสและการถ่ายภาพต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่ารุ่นไหนเหมาะสมกับความต้องการของตนมากที่สุด

คุณสมบัติSony A7C IICanon EOS R8
ความละเอียดภาพสูงสุด7008 x 46726000 x 4000
พิกเซล33 megapixels24 megapixels
ระบบโฟกัสAI AutofocusDual Pixel CMOS AF II
ถ่ายภาพต่อเนื่อง10.0 fps40 fps
ISO Rating100-51200 (expands to 50-204800)100-102400
ระบบป้องกันภาพสั่น5-Axis (Sensor-Shift)5-Axis (Video Only)
ความเร็วชัตเตอร์30 sec - 1/4000 sec30 sec - 1/4000 sec
ประเภทแบตเตอรี่NP-FZ100LP-E17
น้ำหนัก514 g461 g
ขนาด124 x 71.1 x 63.4 mm132.59 x 86.11 x 70.1 mm

เปิดสเปก เจาะลึกความต่างที่คุณต้องรู้ก่อนซื้อ

คุณภาพภาพ

กล้อง Sony A7C II มาพร้อมกับเซนเซอร์ฟูลเฟรม 33MP ที่ให้ความละเอียดสูงสุดถึง 7008 x 4672 พิกเซล ซึ่งเหมาะสำหรับการถ่ายภาพระดับโปรที่ต้องการรายละเอียดที่คมชัด ในขณะที่ Canon EOS R8 มีความละเอียดที่ต่ำกว่า 24.2MP แต่ยังคงสามารถให้ภาพที่ชัดเจนและสวยงามได้ ความแตกต่างนี้อาจมีผลต่อการใช้งานในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะการถ่ายภาพขนาดใหญ่หรือการพิมพ์ภาพขนาดใหญ่

ระบบโฟกัส

ระบบโฟกัสของ Sony A7C II ใช้ AI Autofocus ที่ช่วยให้การติดตามดวงตาของคนและสัตว์ทำได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่ Canon EOS R8 ใช้ Dual Pixel CMOS AF II ที่มีความเร็วและความแม่นยำสูงเช่นกัน แต่การเลือกใช้ระบบโฟกัสที่แตกต่างกันนี้อาจทำให้ผู้ใช้มีประสบการณ์ที่แตกต่างกันในการถ่ายภาพ โดยเฉพาะในสภาพแสงน้อยหรือการถ่ายภาพเคลื่อนไหว

การถ่ายวิดีโอ

ทั้งสองรุ่นรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K แต่ Sony A7C II สามารถบันทึกได้ที่ 60p 10-bit 4:2:2 ซึ่งให้คุณภาพสูงสุดในการผลิตวิดีโอ ในขณะที่ Canon EOS R8 มีฟอร์แมต Canon Log 3 ที่ช่วยให้การทำงานในกระบวนการหลังการผลิตมีความยืดหยุ่นมากขึ้น การเลือกกล้องที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับความต้องการในการผลิตวิดีโอของผู้ใช้

การถ่ายภาพต่อเนื่อง

ในด้านการถ่ายภาพต่อเนื่อง Sony A7C II มีความสามารถในการถ่ายที่ 10 fps ขณะที่ Canon EOS R8 สามารถทำได้ถึง 40 fps ซึ่งเหมาะสำหรับการจับภาพเหตุการณ์ที่รวดเร็ว เช่น การแข่งขันกีฬา การเลือกกล้องที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับช่างภาพที่ต้องการความเร็ว

การเชื่อมต่อและการใช้งาน

Canon EOS R8 มีการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth ที่ช่วยให้การถ่ายโอนข้อมูลไปยังอุปกรณ์อื่นทำได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ในขณะที่ Sony A7C II ไม่มีฟีเจอร์นี้ แต่มี USB-C PD สำหรับการชาร์จเร็ว การเลือกกล้องที่มีฟีเจอร์การเชื่อมต่อที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณจึงเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา

น้ำหนักและขนาด

น้ำหนักของ Sony A7C II อยู่ที่ 514 g ในขณะที่ Canon EOS R8 มีน้ำหนักเพียง 461 g ซึ่งทำให้ R8 มีความสะดวกในการพกพามากกว่า โดยเฉพาะสำหรับการถ่ายภาพท่องเที่ยวหรือการเดินทาง การเลือกกล้องที่มีน้ำหนักเบาอาจทำให้การใช้งานสะดวกสบายมากขึ้น

สรุปจากผู้เชี่ยวชาญ: รุ่นไหนที่ใช่สำหรับคุณ

สำหรับผู้ที่ต้องการกล้องที่มีคุณภาพภาพสูงและฟีเจอร์การถ่ายวิดีโอที่ยอดเยี่ยม Sony A7C II เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยเซนเซอร์ 33MP และระบบโฟกัส AI ที่ช่วยให้การถ่ายภาพเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังมีการกันสั่นที่ช่วยให้ภาพและวิดีโอมีความคมชัดเหมาะสำหรับการใช้งานระดับโปร

ในขณะเดียวกัน Canon EOS R8 ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องถึง 40 fps และการเชื่อมต่อที่สะดวกสบาย การออกแบบที่เน้นความสะดวกในการใช้งานทำให้ R8 เป็นกล้องที่เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความคล่องตัวและความสะดวกในการทำงาน