การเลือกกล้อง DSLR ระดับโปรเฟสชั่นนัลนั้นเป็นการตัดสินใจที่สำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อเราต้องเปรียบเทียบระหว่างสองยักษ์ใหญ่อย่าง Nikon D6 และ Canon EOS 1DX Mark III ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ถือเป็นเรือธงของแต่ละแบรนด์ที่พัฒนามาเพื่อตอบสนองนักถ่ายภาพมืออาชีพที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งสองรุ่นนี้เป็นกล้อง Full Frame ที่มีเซนเซอร์ใกล้เคียงกันที่ 20 เมกะพิกเซล แต่จุดเด่นของแต่ละรุ่นกลับมีความแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่อง ระบบโฟกัส หรือแม้กระทั่งการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานในสภาวะต่างๆ ผมจึงอยากจะพานักอ่านมาดูว่าแต่ละรุ่นมีจุดเด่นและจุดด้อยอย่างไร และควรเลือกรุ่นไหนให้เหมาะกับสไตล์การถ่ายภาพของเรา
ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องและประสิทธิภาพการถ่าย
จุดที่โดดเด่นที่สุดของ Canon EOS 1DX Mark III คือความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องที่สามารถทำได้ถึง 16-20 ภาพต่อวินาทีขึ้นอยู่กับโหมดที่เลือกใช้ ในขณะที่ Nikon D6 สามารถทำได้ 14 ภาพต่อวินาที ซึ่งแม้จะน้อยกว่า แต่ก็ถือว่าเร็วมากแล้วสำหรับการถ่ายภาพกีฬาหรือสัตว์ป่า ความแตกต่างนี้อาจดูเล็กน้อย แต่สำหรับนักถ่ายภาพกีฬาอาชีพ การได้ภาพเพิ่มขึ้น 2-6 ภาพต่อวินาทีอาจเป็นตัวกำหนดว่าจะได้ภาพชัตเตอร์แชนส์หรือไม่ อย่างไรก็ตาม Nikon D6 ชดเชยด้วยการมีบัฟเฟอร์ที่ใหญ่กว่าและเสถียรภาพในการถ่ายต่อเนื่องยาวนาน ทำให้เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการความสม่ำเสมอมากกว่าความเร็วสุดขีด ทั้งสองรุ่นจึงมีจุดแข็งที่แตกต่างกันตามสไตล์การใช้งาน
ระบบโฟกัสและความแม่นยำ
Canon EOS 1DX Mark III มีจุดโฟกัสถึง 191 จุด โดยมี Cross-type ถึง 155 จุด ซึ่งมากกว่า Nikon D6 ที่มี 105 จุด อย่างชัดเจน ระบบโฟกัสของ Canon ยังมีการพัฒนา Dual Pixel CMOS AF ที่ทำงานได้ดีทั้งในโหมด Optical Viewfinder และ Live View โดยเฉพาะในโหมด Live View สามารถเลือกจุดโฟกัสได้ถึง 3,869 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม Nikon D6 มีระบบ 3D Tracking ที่โด่งดังและมีประสิทธิภาพสูงมาก โดยเฉพาะในการติดตามวัตถุเคลือนที่ ระบบ Multi-CAM 37K ของ Nikon ยังมีความไวในแสงน้อยที่ดีกว่า สามารถโฟกัสได้ในสภาวะแสงน้อยถึง -4.5 EV ในขณะที่ Canon ทำได้ -3 EV การเลือกจึงขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานที่ต้องการความแม่นยำหรือความครอบคลุม
คุณภาพภาพและช่วงไดนามิก
ทั้งสองรุ่นใช้เซนเซอร์ Full Frame ขนาดใกล้เคียงกันที่ประมาณ 20 เมกะพิกเซล แต่มีการออกแบบที่แตกต่างกัน Nikon D6 ใช้ EXPEED 6 processor ที่เน้นการลดสัญญาณรบกวนและการจัดการสีธรรมชาติ ในขณะที่ Canon EOS 1DX Mark III ใช้ DIGIC X ที่มีกำลังการประมวลผลสูงกว่า จากการทดสอบจริง Nikon D6 มีช่วงไดนามิกที่กว้างกว่าเล็กน้อย โดยเฉพาะในการกู้คืนรายละเอียดในเงาและไฮไลท์ การจัดการสีของ Nikon ยังคงมีเอกลักษณ์ที่นักถ่ายภาพหลายคนชื่นชอบ Canon กลับมีความเด่นชัดของสีที่สดใสกว่า และมีการปรับแต่งโทนสีผิวที่นุ่มนวลกว่า ทั้งสองรุ่นสามารถทำงานในค่า ISO สูงได้ดีมาก โดย Nikon สามารถขยาย ISO ได้สูงสุดถึง 3,280,000 ในขณะที่ Canon ขยายได้ถึง 819,200 แต่ในการใช้งานจริงค่า ISO ใช้งานได้ดีอยู่ที่ประมาณ 25,600-51,200 สำหรับทั้งสองรุ่น
ระบบการ์ดหน่วยความจำและการจัดเก็บข้อมูล
Nikon D6 มีข้อได้เปรียบที่สำคัญในเรื่องช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ โดยมีช่องใส่การ์ด XQD/CFexpress สองช่อง ทำให้สามารถใช้งานแบบ backup หรือแบ่งประเภทไฟล์ได้ ในขณะที่ Canon EOS 1DX Mark III มีเพียงช่องเดียวสำหรับ CFexpress การ์ด การมีการ์ดสองช่องเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับนักถ่ายภาพงานแต่งงาน กิจกรรม หรือสารคดี ที่ไม่สามารถเสี่ยงให้เสียข้อมูลได้ อีกทั้ง XQD การ์ดยังมีราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า CFexpress ในบางรุ่น อย่างไรก็ตาม CFexpress ของ Canon มีความเร็วในการเขียนข้อมูลที่เร็วกว่า ทำให้เหมาะกับการถ่าย RAW ต่อเนื่องนานๆ หรือการบันทึกวิดีโอ 4K ความต้องการในเรื่องนี้จึงขึ้นอยู่กับลักษณะงานและงบประมาณที่มี
ความสามารถด้านวิดีโอและการบันทึกเสียง
Canon EOS 1DX Mark III มีความสามารถด้านวิดีโอที่เหนือชั้นกว่าอย่างชัดเจน สามารถบันทึกวิดีโอ 4K DCI และ 5.5K RAW ภายในเครื่องได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในกล้อง DSLR รุ่นอื่น ยังมีระบบกันสั่นดิจิทัลสำหรับวิดีโอและการเชื่อมต่อหูฟังและไมโครโฟนภายนอก Nikon D6 แม้จะบันทึกวิดีโอ 4K UHD ได้ แต่คุณสมบัติด้านวิดีโอยังไม่ครอบคลุมเท่า Canon โดยเฉพาะในเรื่องของ codec และ bitrate ที่มีให้เลือกน้อยกว่า สำหรับผู้ที่ต้องการใช้กล้องเพื่องานวิดีโอด้วย Canon จะตอบโจทย์ได้ดีกว่ามาก แต่หากใช้เฉพาะถ่ายภาพนิ่ง ความแตกต่างนี้จะไม่สำคัญมากนัก การพิจารณาจึงควรดูที่สัดส่วนการใช้งานระหว่างภาพนิ่งและภาพเคลือนไหว
การใช้งานและ Ergonomics
ทั้ง Nikon D6 และ Canon EOS 1DX Mark III ออกแบบมาเพื่อการใช้งานหนักในสภาวะที่ท้าทาย โดยมีโครงสร้างแมกนีเซียมอัลลอยและการปิดผนึกกันฝุ่นน้ำระดับมืออาชีพ Nikon D6 มีน้ำหนักเบากว่าที่ 1,270 กรัม เมื่อเทียบกับ Canon ที่ 1,440 กรัม ซึ่งอาจสำคัญในการถือใช้งานนานๆ การจัดวางปุ่มควบคุมของ Nikon มีเอกลักษณ์ที่นักถ่ายภาพ Nikon คุ้นเคย ขณะที่ Canon มีการปรับปรุงการเข้าถึงเมนูและการตั้งค่าให้ใช้งานง่ายขึ้น จอ LCD ของทั้งสองรุ่นมีขนาดใกล้เคียงกัน แต่ Canon มีความละเอียดที่สูงกว่า battery life ของ Nikon D6 อยู่ที่ประมาณ 3,580 ภาพต่อการชาร์จ ซึ่งถือว่าดีมาก ในขณะที่ Canon ยังไม่ระบุข้อมูลชัดเจน แต่จากการใช้งานจริงมักได้ประมาณ 2,500-3,000 ภาพ ความทนทานของแบตเตอรี่จึงเป็นจุดเด่นของ Nikon
ราคาและความคุ้มค่า
การตัดสินใจเลือกซื้อระหว่างสองรุ่นนี้ไม่ควรมองเพียงราคาซื้อเครื่องเปล่า แต่ต้องพิจารณาต้นทุนการใช้งานโดยรวม Nikon D6 มีข้อได้เปรียบในเรื่องการ์ดหน่วยความจำที่หาง่ายและราคาเข้าถึงได้กว่า รวมถึงระบบแบตเตอรี่ที่ทนทานกว่า Canon EOS 1DX Mark III แม้จะมีต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่า แต่มีความสามารถที่หลากหลายกว่า โดยเฉพาะด้านวิดีโอที่สามารถทำงานระดับโปรดักชันได้ การลงทุนในเลนส์และอุปกรณ์เสริมก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน เนื่องจากเลนส์ระดับโปรเฟสชั่นนัลของทั้งสองแบรนด์มีราคาใกล้เคียงกัน แต่ระบบเลนส์ Canon มีความหลากหลายมากกว่าเล็กน้อย ความคุ้มค่าสูงสุดจึงขึ้นอยู่กับการใช้งานจริงและการวางแผนการใช้งานในระยะยาว มากกว่าราคาในขณะซื้อ