Photography 101 : จากมือใหม่สู่สายตาช่างภาพ

Photography 101 : Part 1 – ตั้งต้นให้ถูก เริ่มจากพื้นฐานที่สำคัญ

ถ้าคุณเพิ่งเริ่มสนใจการถ่ายภาพและไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี บทความนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดีสุด ๆ ไม่ว่าคุณจะใช้กล้อง DSLR, Mirrorless หรือแค่กล้องมือถือ ก็สามารถฝึกถ่ายภาพให้เก่งขึ้นได้ หากเริ่มจาก “พื้นฐานที่ถูกต้อง”


1. เข้าใจกล้องของคุณก่อน (ไม่ว่าจะเป็นกล้องโปรหรือมือถือ)

กล้องที่ดีที่สุดคือกล้องที่คุณมีอยู่ตอนนี้ เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่ว่ามัน “แพงแค่ไหน” แต่คือ “คุณใช้มันคล่องแค่ไหน”
ลองศึกษาฟังก์ชันของกล้องให้ดี เช่น:

  • การเลือกโหมดถ่ายภาพ (Auto / Manual / Aperture Priority)

  • การโฟกัสแบบต่าง ๆ

  • ปรับ ISO / รูรับแสง / Shutter Speed

แม้แต่กล้องมือถือก็มีโหมด Pro หรือ Manual ที่ให้คุณควบคุมภาพได้มากกว่าที่คิด


2. ลงทุนในอุปกรณ์เท่าที่จำเป็น (และเหมาะกับเป้าหมาย)

ไม่ต้องรีบซื้อของครบทุกอย่างตั้งแต่วันแรก แต่เลือกให้เหมาะกับ “สไตล์ที่อยากถ่าย” เช่น:

  • ถ่ายวิว → กล้อง Mirrorless + เลนส์มุมกว้าง

  • ถ่ายคน → เลนส์ fix ระยะ 50mm หรือ 85mm

  • ถ่ายทุกวัน → กล้องมือถือ + แอปแต่งภาพดี ๆ ก็เอาอยู่

อุปกรณ์เสริมพื้นฐานที่แนะนำ:

  • ขาตั้งกล้องเล็ก ๆ

  • เมมโมรี่การ์ดสำรอง

  • ผ้าเช็ดเลนส์สะอาด

  • แอปแต่งภาพ เช่น Lightroom Mobile


3. ฝึกใช้งานเมนูและการตั้งค่าเบื้องต้นให้คล่อง

การรู้ว่าปุ่มไหนทำอะไร จะช่วยให้คุณ “ไม่พลาดจังหวะสำคัญ”
สิ่งที่ควรฝึก:

  • ตั้งค่าโหมดถ่ายภาพ

  • ปรับ Exposure, ISO, WB (White Balance)

  • เข้าใจ Histogram เบื้องต้น

  • ลองปรับ Picture Style หรือ Preset ต่าง ๆ

แนะนำให้หยิบคู่มือกล้องขึ้นมาเปิดอ่านควบคู่ไปกับการลองจริง แล้วคุณจะใช้งานกล้องได้คล่องขึ้นแบบก้าวกระโดด

Photography 101 : Part 2 – เทคนิคถ่ายภาพพื้นฐานที่มือใหม่ควรรู้

เมื่อคุณเริ่มเข้าใจกล้องและใช้งานได้คล่องขึ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ “การถ่ายให้ดีขึ้น” และนั่นเริ่มจากการรู้จักหลักพื้นฐานของการจัดองค์ประกอบและควบคุมแสง เรามาดูเทคนิคที่เปลี่ยนภาพธรรมดาให้ดูมีจังหวะและน่าสนใจขึ้นทันที


1. รู้จักกฎสามส่วน (Rule of Thirds)

กฎสามส่วนคือการแบ่งภาพออกเป็น 9 ช่อง ด้วย 2 เส้นแนวตั้งและ 2 เส้นแนวนอน แล้ววาง “จุดสนใจ” ไว้บริเวณจุดตัดของเส้นเหล่านั้น
เช่น:

  • วางดวงอาทิตย์ไว้ที่มุมบนซ้ายของภาพ ไม่ใช่กลางภาพ

  • วางตัวแบบคนไว้ที่จุดตัดด้านข้าง เพื่อให้มีพื้นที่ด้านหน้าสายตา

Tip: เปิด Grid บนหน้าจอกล้องหรือมือถือ จะช่วยให้จัดวางได้ง่ายขึ้น


2. เลือกจุดโฟกัสให้ชัดเจน และใช้ Depth of Field อย่างชาญฉลาด

โฟกัสผิด = ภาพเสีย
อย่าให้ทั้งภาพดู "พอใช้ได้" แต่ไม่มีจุดไหนโดดเด่น

  • ใช้ จุดโฟกัสเดียว กับวัตถุสำคัญ เช่น ดวงตาในภาพพอร์ตเทรต

  • หากอยากให้พื้นหลังเบลอ เลือก รูรับแสงกว้าง เช่น f/2.8

  • หากอยากให้คมทั่วทั้งภาพ (เช่น ภูเขา) ใช้ รูรับแสงแคบ เช่น f/11


3. มุมกล้องและการจัดเฟรม – เปลี่ยนมุมเล็กน้อย ภาพต่างทันที

การเปลี่ยนจากการยืนถ่าย “ตรง ๆ” มาลอง:

  • ย่อตัวลงเพื่อเน้น foreground

  • แหงนกล้องเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่

  • เอียงเฟรมเล็กน้อยเพื่อความดรามาติก

ลองมองหาสิ่งที่ใช้เป็นกรอบภาพ เช่น หน้าต่าง ต้นไม้ หรือทางเดิน เพื่อช่วยจัดองค์ประกอบให้มีมิติ


4. ใช้แสงให้เป็น – รู้จัก Golden Hour และแสงธรรมชาติ

  • Golden Hour (1 ชม. หลังพระอาทิตย์ขึ้น/ก่อนตก): แสงนุ่ม อุ่น สวยธรรมชาติ

  • Blue Hour: ช่วงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นหรือหลังตก ให้โทนนิ่งเย็น สงบ

  • ถ่าย กลางวัน: ใช้เงาและคอนทราสต์ให้เป็นข้อได้เปรียบ เช่น ถ่ายขาวดำ

  • หลีกเลี่ยง แฟลชตรง เพราะทำให้แสงแข็ง และเงาไม่สวย

Tip: ลองใช้แสงจากหน้าต่าง แสงสะท้อนจากพื้น หรือแม้แต่แสงไฟธรรมดาให้เกิดมิติ

Photography 101 : Part 3: ฝึกมอง ฝึกถ่าย ฝึกวิเคราะห์

มือใหม่ที่อยากพัฒนาเร็ว ต้องไม่หยุดแค่การอ่านหรือดูคลิป ต้อง “ลงมือถ่าย” บ่อย ๆ พร้อม วิเคราะห์ ผลงานตัวเองอย่างตรงไปตรงมา

ถ่ายซ้ำ ลองหลายแบบ ฝึกฝนอย่างมีเป้าหมาย

  • ลองถ่ายวัตถุเดิมในหลายช่วงแสง หลายมุม และหลายการตั้งค่า

  • ตั้งเป้าไว้แต่ละสัปดาห์ เช่น “ถ่ายแสงเย็นให้ได้อารมณ์อบอุ่น” หรือ “ฝึกจัดองค์ประกอบให้ลงตัวโดยไม่ต้องครอปทีหลัง”

สร้างโปรเจกต์เล็ก ๆ หรือถ่ายในชีวิตประจำวัน

  • เช่น “ถ่ายสิ่งของบนโต๊ะอาหาร 7 วัน” หรือ “เก็บแสงเช้าจากหน้าต่างบ้านทุกวัน”

  • การมีโปรเจกต์จะช่วยให้คุณ “เห็นพัฒนาการ” ชัดเจนขึ้น และมีแรงบันดาลใจต่อเนื่อง

ใส่ใจพื้นหลัง – Keep it Simple

  • โดยเฉพาะกับภาพ พอร์ตเทรต หรือ บุคคล พื้นหลังที่รกเกินไปจะทำให้ภาพขาดโฟกัส

  • ฝึกมอง “ทั้งเฟรม” ก่อนกดถ่าย ว่ามีอะไรบัง มีอะไรไม่จำเป็นที่ควรหลบออกจากฉาก

เริ่มต้นแต่งภาพแบบไม่ต้องกลัว

  • ไม่ต้องรอ “เก่งก่อน” ค่อยแต่ง เริ่มจากปรับแสง สี คอนทราสต์เล็กน้อย

  • ใช้แอปที่เข้าใจง่าย เช่น:

    • Lightroom Mobile – มีทั้งเวอร์ชันฟรีและโปร ใช้งานง่าย แต่ให้ผลลัพธ์ระดับมืออาชีพ

    • Snapseed – ฟรี ฟีเจอร์ครบ ใช้กับมือถือได้สะดวก

    • VSCO / Adobe Express – สำหรับคนที่ชอบสไตล์และฟิลเตอร์สำเร็จรูป

เป้าหมาย คือ ฝึก “มองให้เห็น” มากกว่าฝึก “กดให้เยอะ” แล้วนำภาพมาทบทวนว่าอะไรเวิร์ก อะไรควรปรับ แล้วลองใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม