ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทรนด์ Y2K กลับมาแรงอีกครั้ง ไม่ใช่แค่ในแฟชั่นหรือเพลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รุ่นเก่า โดยเฉพาะกล้องดิจิทัลในยุค 2000s และ กล้อง Canon ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นที่ต้องการของคนรุ่นใหม่ที่อยากได้ภาพแนว “ย้อนยุคแต่คมชัด” ไม่เหมือนฟิล์ม แต่ก็ไม่เหมือนสมาร์ตโฟน
ในกระแสนี้ หนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดก็คือ Canon IXUS กล้องคอมแพ็กต์ตัวเล็กที่ทั้งสวย ใช้ง่าย และคุณภาพดีแบบไม่ต้องปรับอะไรเยอะ จนกลายเป็น ตัวเลือกแรก ๆ ของคนที่อยากได้กล้อง Y2K จริงจัง
จุดเริ่มต้นของ IXUS: พรีเมียมตั้งแต่ยังเป็นฟิล์ม
ถ้าย้อนกลับไปในยุค 90s ที่กล้องยังเป็นระบบฟิล์มอยู่ Canon ได้เปิดตัว กล้อง Canon รุ่นหนึ่งในปี 1996 ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ของ “กล้องพกพา” ไปโดยสิ้นเชิง กล้องรุ่นนั้นมีชื่อว่า Canon IXUS (หรือ ELPH / IXY แล้วแต่ภูมิภาค) ซึ่งใช้ ฟิล์มระบบ APS ที่ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ของยุคนั้น
แม้จะยังไม่ใช่กล้องดิจิทัล แต่ IXUS ก็สร้างกระแสได้ตั้งแต่รุ่นแรก เพราะมัน “เล็ก เรียบ หรู” แบบที่ไม่เคยมีในตลาดกล้องฟิล์มมาก่อน ตัวกล้องเป็นโลหะขัดเงา ขนาดพอดีมือ ดูแพงแบบไม่ต้องพยายาม จนกลายเป็นหนึ่งในกล้องที่ทั้งคนใช้จริงและแฟชั่นนิสต้าหยิบมาอวดได้โดยไม่เขิน


Y2K ถึงยุคทองของ IXUS (2004–2010)
เมื่อเข้าสู่ยุคกล้องดิจิทัล Canon ก็ไม่รอช้า ส่ง Digital IXUS ลงตลาดในช่วงต้นยุค 2000 โดยยังคงดีไซน์และความพรีเมียมแบบเดิมเอาไว้ แต่เพิ่มเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปเต็มรูปแบบ กล้องยังเล็กเหมือนเดิม แต่ใช้งานง่ายขึ้น ภาพชัดขึ้น และไม่ต้องเปลี่ยนฟิล์มอีกต่อไป
และแล้วกระแสก็เริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนมาถึงช่วง ปี 2004–2010 ซึ่งถือเป็น “ยุคทอง” ของ IXUS อย่างแท้จริง Canon ออกรุ่นใหม่แทบทุกปี ทั้งรุ่นราคาย่อมเยา และรุ่นระดับบนที่แทบจะเป็น PowerShot G-Series ย่อส่วน เช่น:
-
IXUS 40 / 55 – ขนาดเล็กจิ๋วพกง่าย กลายเป็นของติดกระเป๋าของใครหลายคน
-
IXUS 860 IS / 870 IS / 980 IS – รุ่นยอดนิยม มาพร้อมจอใหญ่, กันสั่น, และเริ่มมีโหมดถ่ายแบบแมนนวล
-
IXUS 100 IS / 200 IS / 210 – สายบางเบา ดีไซน์สีสวย พร้อมหน้าจอสัมผัส
-
IXUS 300 HS / 310 HS – เซ็นเซอร์ CMOS, วิดีโอ Full HD และเริ่มใช้ชิป DIGIC รุ่นใหม่
เกร็ดเล็ก ๆ ที่ทำให้ IXUS ถูกใจคนใช้มากในยุคนั้นคือ มันใช้ง่าย ถ่ายสวย ไม่ต้องปรับเยอะ แค่เปิดกล้อง เล็ง แล้วกดถ่าย ก็ได้ภาพที่คมชัด แสงสวย โฟกัสดี ทำให้คนทั่วไปก็รู้สึก “ถ่ายเก่ง” ได้โดยไม่ต้องเป็นมือโปร


ไทม์ไลน์ Canon IXUS รวมรุ่นตั้งแต่ต้นจนปัจจุบัน
Canon IXUS รุ่น APS Film
-
1996 – IXUS (แรกสุด APS Film): กล้อง APS ขนาดเล็ก ใช้ฟิล์ม ระบบใหม่ในยุคนั้น ดีไซน์สุดหรู
Digital IXUS (ยุคดิจิทัล Y2K ถึงกลางทศวรรษ 2010)
- 2000 – IXUS (S100) – 2MP, จอ 1.5″, เลนส์ 35–70mm (2×) | กล้องดิจิทัลรุ่นแรกของ IXUS บอดี้เมทัลขนาดจิ๋ว สุดล้ำในยุค
- 2001 – IXUS 300 (S300) – 2MP, จอ 1.5″, เลนส์ 35–105mm (3×) | เพิ่มซูมและโหมดถ่ายภาพหลากหลายมากขึ้น
- 2001 – IXUS V (S110) – 2MP, จอ 1.5″, เลนส์ 35–70mm (2×) | รุ่นปรับปรุงของ S100 เน้นพกพาง่าย
- 2002 – IXUS v2 (S200) – 2MP, จอ 1.5″, เลนส์ 35–70mm (2×) | ตัวบอดี้มีลวดลายแบบ Titanium look
- 2002 – IXUS v3 (S230) – 3MP, จอ 1.5″, เลนส์ 35–70mm (2×) | เพิ่มความละเอียด และโหมดวิดีโอ
- 2002 – IXUS 330 (S330) – 2MP, จอ 1.5″, เลนส์ 35–105mm (3×) | มีโหมดเล่นภาพหลายแบบ
- 2003 – IXUS II (SD100) – 3MP, จอ 1.5″, เลนส์ 35–70mm (2×) | ขนาดจิ๋ว พกง่ายเหมือนแฟลชไดรฟ์
- 2003 – IXUS i (SD10) – 4MP, จอ 1.5″, เลนส์ 38mm fix | ดีไซน์ล้ำสุดในยุค ขนาดเท่าลิปสติก
- 2003 – IXUS 400 (S400) – 4MP, จอ 1.5″, เลนส์ 36–108mm (3×) | ไอคอนแห่งยุค ชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่ว
- 2004 – IXUS 500 (S500) – 5MP, จอ 1.5″, เลนส์ 36–108mm (3×) | วัสดุบอดี้เมทัลเงางาม
- 2004 – IXUS 30 (SD200) – 3MP, จอ 2″, เลนส์ 35–105mm (3×) | จอใหญ่ เริ่มเข้าสู่ยุค 2 นิ้ว
- 2004 – IXUS i5 (SD20) – 5MP, จอ 1.5″, เลนส์ 39mm fix | กล้องแฟชั่นสุดพกพา
- 2004 – IXUS 40 (SD300) – 4MP, จอ 2″, เลนส์ 35–105mm (3×) | เพิ่มฟีเจอร์วิดีโอในตัว
- 2005 – IXUS 50 (SD400) – 5MP, จอ 2″, เลนส์ 35–105mm (3×) | ใช้ง่าย เน้นคนทั่วไป
- 2005 – IXUS 700 (SD500) – 7MP, จอ 2″, เลนส์ 37–111mm (3×) | รุ่นเรือธงที่ทำให้ IXUS ดังสุดขีด
- 2005 – IXUS 55 (SD450) – 5MP, จอ 2.5″, เลนส์ 35–105mm (3×) | จอใหญ่ ใช้สบาย
- 2005 – IXUS 750 (SD550) – 7MP, จอ 2.5″, เลนส์ 37–111mm (3×) | ขายดีในยุค Compact Boom
- 2005 – IXUS Wireless (SD430) – 5MP, จอ 2″, เลนส์ 35–105mm (3×) | กล้องแรกของ Canon ที่มี Wi-Fi
- 2006 – IXUS 800 IS (SD700 IS) – 6MP, จอ 2.5″, เลนส์ 35–140mm (4×) | รุ่นแรกที่มีกันสั่น
- 2006 – IXUS 60 (SD600) – 6MP, จอ 2.5″, เลนส์ 35–105mm (3×) | ดีไซน์สี่เหลี่ยมเรียบหรู ขนาดพกพาง่าย
- 2006 – IXUS 65 (SD630) – 6MP, จอ 3″, เลนส์ 35–105mm (3×) | หน้าจอใหญ่ขึ้น ใช้งานสะดวก
- 2006 – IXUS 850 IS (SD800 IS) – 7MP, จอ 2.5″, เลนส์ 28–105mm (3.8×) | มุมกว้างพร้อมกันสั่นรุ่นแรกของ IXUS
- 2006 – IXUS 900 Ti (SD900) – 10MP, จอ 2.5″, เลนส์ 37–111mm (3×) | ตัวกล้องไทเทเนียมสุดพรีเมียม
- 2006 – IXUS i7 (SD40) – 7MP, จอ 1.8″, เลนส์ 38–90mm (2.4×) | รุ่นแฟชั่น สีสันสดใส พกง่ายมาก
- 2007 – IXUS 70 (SD1000) – 7MP, จอ 2.5″, เลนส์ 35–105mm (3×) | ดีไซน์มินิมอล เรโทรสไตล์สุดฮิต
- 2007 – IXUS 75 (SD750) – 7MP, จอ 3″, เลนส์ 35–105mm (3×) | หน้าจอใหญ่ขึ้น ถ่ายสนุก
- 2007 – IXUS 950 IS (SD850 IS) – 8MP, จอ 2.5″, เลนส์ 35–140mm (4×) | ฟีเจอร์ครบ ใช้งานได้ดีรอบด้าน
- 2007 – IXUS 860 IS (SD870 IS) – 8MP, จอ 3″, เลนส์ 28–105mm (3.8×) | กล้องมุมกว้างจอใหญ่ ถ่ายวิวสวย
- 2007 – IXUS 960 IS (SD950 IS) – 12MP, จอ 2.5″, เลนส์ 36–133mm (3.7×) | ตัวท็อปเซ็นเซอร์ละเอียดสูง
- 2008 – IXUS 80 IS (SD1100 IS) – 8MP, จอ 2.5″, เลนส์ 38–114mm (3×) | มีให้เลือกหลายสี ใช้งานง่าย
- 2008 – IXUS 85 IS (SD770 IS) – 10MP, จอ 2.5″, เลนส์ 35–105mm (3×) | ขนาดเล็ก พกง่าย เหมาะกับมือใหม่
- 2008 – IXUS 90 IS (SD790 IS) – 10MP, จอ 3″, เลนส์ 35–105mm (3×) | หน้าจอใหญ่ ดีไซน์เหลี่ยม
- 2008 – IXUS 870 IS (SD880 IS) – 10MP, จอ 3″, เลนส์ 28–112mm (4×) | สีสวย โทนหวาน ถ่ายวิวดี
- 2008 – IXUS 970 IS (SD890 IS) – 10MP, จอ 2.5″, เลนส์ 37–185mm (5×) | ซูมไกลขึ้น เน้นการถ่ายระยะไกล
- 2008 – IXUS 980 IS (SD990 IS) – 15MP, จอ 2.5″, เลนส์ 36–133mm (3.7×) | รุ่นสูงสุดของปีนั้น ถ่ายคมชัดมาก
- 2009 – IXUS 95 IS (SD1200 IS) – 10MP, จอ 2.5″, เลนส์ 35–105mm (3×) | ขนาดกะทัดรัด ใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน
- 2009 – IXUS 100 IS (SD780 IS) – 12MP, จอ 2.5″, เลนส์ 33–100mm (3×) | ดีไซน์บางเฉียบ ถ่ายวิดีโอ HD
- 2009 – IXUS 120 IS (SD940 IS) – 12MP, จอ 2.7″, เลนส์ 28–112mm (4×) | กล้องจอใหญ่พร้อมมุมกว้าง
- 2009 – IXUS 200 IS (SD980 IS) – 12MP, จอสัมผัส 3″, เลนส์ 24–120mm (5×) | รุ่นต้น ๆ ที่ใช้จอสัมผัสใน IXUS
-
2009 – IXUS 990 IS (SD970 IS) – 12MP, จอ 3″, เลนส์ 37–185mm (5×) | รุ่นแฟลกชิประดับสูง
- 2009 – IXUS 1000 HS (SD4500 IS / IXY 50S) – 10MP, จอ 3″, เลนส์ 36–360mm (10×) | IXUS รุ่นแรกที่ซูมได้ถึง 10 เท่า
- 2010 – IXUS 105 (SD1300 IS / IXY 200F) – 12MP, จอ 2.7″, เลนส์ 28–112mm (4×) | รุ่นพื้นฐาน ขนาดเล็ก ใช้งานง่าย
- 2010 – IXUS 130 (SD1400 IS) – 14MP, จอ 2.7″, เลนส์ 28–112mm (4×) | ขนาดบาง เบา พร้อมสีให้เลือกเยอะ
-
2010 – IXUS 210 (SD3500 IS / IXY 10S) – 14MP, จอสัมผัส 3.5″, เลนส์ 24–120mm (5×) | จอสัมผัสใหญ่ที่สุดในซีรีส์
- 2011 – IXUS 220 HS (ELPH 300 HS) – 12MP, จอ 2.7″, เลนส์ 24–120mm (5×) | มุมกว้างในไซซ์เล็ก
- 2011 – IXUS 115 HS (ELPH 100 HS) – 12MP, จอ 3″, เลนส์ 28–112mm (4×) | ถ่ายภาพกลางคืนได้ดี
- 2011 – IXUS 230 HS (ELPH 310 HS) – 12MP, จอ 3″, เลนส์ 28–224mm (8×) | ซูมไกล ใช้งานหลากหลาย
- 2011 – IXUS 310 HS (ELPH 500 HS / IXY 31S) – 12MP, จอสัมผัส 3.2″, เลนส์ 24–105mm (4.4×) | ดีไซน์หรู ใช้งานจอสัมผัสเต็มรูปแบบ
- 2011 – IXUS 1100 HS (ELPH 510 HS / IXY 51S) – 12MP, จอสัมผัส 3.2″, เลนส์ 28–336mm (12×) | จอสัมผัสใหญ่ที่สุดในตระกูล
- 2012 – IXUS 125 HS (ELPH 110 HS) – 16MP, จอ 3″, เลนส์ 24–120mm (5×) | ถ่ายกลางคืนดี มี HS System
- 2012 – IXUS 500 HS (ELPH 520 HS) – 10MP, จอ 3″, เลนส์ 28–336mm (12×) | ซูมไกลในตัวจิ๋ว
- 2013 – IXUS 140 (ELPH 130 IS) – 16MP, จอ 3″, เลนส์ 28–224mm (8×) | มี Wi-Fi เชื่อมต่อสะดวก
- 2013 – IXUS 132 (ELPH 115 IS) – 16MP, จอ 3″, เลนส์ 24–120mm (5×) | กล้องพื้นฐานราคาไม่แรง
- 2014 – IXUS 145 (ELPH 135) – 16MP, จอ 2.7″, เลนส์ 28–224mm (8×) | รุ่นเริ่มต้น คุ้มราคา
- 2014 – IXUS 150 (ELPH 140 IS) – 16MP, จอ 2.7″, เลนส์ 28–224mm (8×) | มี IS ป้องกันสั่น
- 2014 – IXUS 155 (ELPH 150 IS) – 20MP, จอ 2.7″, เลนส์ 24–240mm (10×) | ซูมไกลกว่า ใช้งานคล่อง
- 2014 – IXUS 265 HS (ELPH 340 HS) – 16MP, จอ 3″, เลนส์ 25–300mm (12×) | ถ่ายกลางคืนดี ใช้สนุก
- 2015 – IXUS 160 (ELPH 160) – 20MP, จอ 2.7″, เลนส์ 28–224mm (8×) | ราคาประหยัด ใช้งานพื้นฐาน
- 2015 – IXUS 165 – 20MP, จอ 2.7″, เลนส์ 28–224mm (8×) | ฟีเจอร์คล้าย IXUS 160 เพิ่ม IS
- 2015 – IXUS 170 (ELPH 170 IS) – 20MP, จอ 2.7″, เลนส์ 25–300mm (12×) | พกง่าย ถ่ายไกล
- 2015 – IXUS 275 HS (ELPH 350 HS) – 20MP, จอ 3″, เลนส์ 25–300mm (12×) | ฟีเจอร์ครบ Wi-Fi/NFC
- 2016 – IXUS 180 (ELPH 180) – 20MP, จอ 2.7″, เลนส์ 28–224mm (8×) | รุ่นเริ่มต้น ฟังก์ชันพื้นฐาน
- 2016 – IXUS 190 IS (ELPH 190 IS) – 20MP, จอ 2.7″, เลนส์ 24–240mm (10×) | เพิ่มกันสั่น ซูมไกลขึ้น
- 2016 – IXUS 285 HS (ELPH 360 HS) – 20.2MP BSI-CMOS, จอ 3″ 461k, เลนส์ 25–300mm (12×), Wi‑Fi/NFC | กล้อง IXUS รุ่นสุดท้ายในตำนาน
ทำไม Canon IXUS ถึงยังมีคนตามหา แม้ในยุคสมาร์ตโฟน?
ในยุคที่สมาร์ตโฟนกลายเป็นอุปกรณ์กล้องหลักของคนส่วนใหญ่ คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ “แล้วทำไมยังมีคนหันกลับมาใช้กล้องดิจิทัลพกพาอย่าง Canon IXUS?” คำตอบนั้นอาจไม่ได้อยู่แค่เรื่องของคุณภาพไฟล์ หรือความละเอียดเท่านั้น แต่เป็นเพราะ IXUS มีหลายอย่างที่ "มือถือให้ไม่ได้" และเมื่อใช้งานจริง ก็จะเข้าใจว่าทำไมมันยังน่าใช้แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี
1. ขนาดเล็ก พกง่าย แต่ดีไซน์พรีเมียม
Canon IXUS ถูกออกแบบมาให้เป็นกล้องที่ดูดีทุกมุมมอง — เล็ก พกง่าย แต่หรูหราแบบกล้องราคาแพง บอดี้โลหะขัดเงา วัสดุดี งานประกอบแน่น บางรุ่นมีให้เลือกหลายสี พกไปไหนก็ไม่เขิน เรียกได้ว่าเป็น "กล้องไลฟ์สไตล์" ที่ใครพกก็มีสไตล์ในตัว


2. ใช้งานง่ายมาก แค่เปิด เล็ง แล้วกดถ่าย
จุดแข็งของ IXUS คือใช้งานง่ายสุด ๆ โดยไม่ต้องปรับอะไรยุ่งยาก ระบบโฟกัสอัตโนมัติเร็วและแม่นยำ ปุ่มชัตเตอร์จริงช่วยให้ถ่ายภาพได้นิ่ง ไม่ต้องกลัวนิ้วหลุดโฟกัสแบบกล้องมือถือ และยังมีระบบอย่าง Face Detection, Servo AF, Scene Auto ที่ช่วยให้คนทั่วไปถ่ายได้เก่งขึ้นโดยไม่รู้ตัว
3. แฟลช Xenon จริง ไม่ใช่ไฟฉาย
หนึ่งในสิ่งที่มือถือยังทำได้ไม่ดีคือ “แฟลช” เพราะมือถือส่วนใหญ่ใช้ไฟ LED ที่ให้แสงแบน สว่างเวอร์ หรือทำให้หน้าคนซีดผิดธรรมชาติ ในขณะที่ IXUS ใช้แฟลช Xenon แบบกล้องจริง ยิงแสงนุ่ม ๆ เฉพาะจุด ทำให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้เนียนกว่าชัดเจน


4. โหมดกลางคืน และ Scene ที่ “ช่วยได้จริง”
IXUS หลายรุ่นมีโหมดกลางคืนที่ใช้งานง่าย ไม่ต้องเปิดแอปเสริมหรือปรับค่ามือ กล้องจะปรับ ISO, ความเร็วชัตเตอร์ และลด Noise ให้อัตโนมัติ ถ่ายภาพกลางคืนได้ชัดแม้ไม่ใช้ขาตั้ง บางรุ่นยังมี Scene ให้เลือกตามสถานการณ์ เช่น Portrait, Fireworks, Kids & Pets หรือ Macro ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
5. ปรับ ISO ได้ในบางรุ่น — คุมคุณภาพได้เอง
แม้ IXUS จะเน้นออโต้ แต่รุ่นพรีเมียมอย่าง IXUS 980 IS, 310 HS ยังสามารถปรับ ISO, EV, และ White Balance ได้เอง ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมคุณภาพภาพถ่ายได้มากขึ้น เป็นก้าวเล็ก ๆ เข้าสู่โหมดแมนนวล สำหรับคนที่อยากเรียนรู้การถ่ายภาพให้มากขึ้น


6. โหมดถ่ายภาพสร้างสรรค์ ที่มือถือไม่มี
บางรุ่นของ IXUS มาพร้อมลูกเล่นสนุก ๆ เช่น Color Accent ที่ทำให้ทั้งภาพเป็นขาวดำ เหลือแค่สีที่เลือก หรือ Color Swap ที่เปลี่ยนสีวัตถุในภาพได้ เช่น เสื้อจากเหลืองเป็นเขียว ทั้งหมดทำได้ “ในกล้อง” แบบไม่ต้องง้อแอปแต่งภาพ
7. โทนภาพธรรมชาติ ไม่แต่งเวอร์
กล้องมือถือยุคนี้มักแต่งภาพให้ดูว้าวแบบ AI ไม่ว่าจะฟิลเตอร์ HDR หรือความคมจัดจ้านเกินจริง แต่ IXUS กลับให้ภาพโทนธรรมชาติ ภาพอาจดูนุ่มกว่าหน่อย แต่ได้ฟีลอบอุ่น คลาสสิก เหมือนถ่ายด้วยเจตนา ไม่ใช่แค่ “กดแล้วแอปจัดให้”
8. แบตอึด ถ่ายได้ทั้งวัน
IXUS ใช้แบตเตอรี่แบบก้อนที่ออกแบบมาสำหรับกล้องโดยเฉพาะ ถ่ายได้หลายร้อยภาพต่อชาร์จ เหมาะกับทริปถ่ายรูปทั้งวัน ไม่ต้องพก Power Bank หรือเสียเวลาหาสายชาร์จกลางทาง
9. หาง่าย ราคาดี มีให้เลือกเพียบ
แม้ Canon จะไม่ได้ผลิตรุ่นใหม่แล้ว แต่ตลาดมือสองของ IXUS ยังคึกคักมาก มีให้เลือกตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นราคาไม่ถึงพัน ไปจนถึงรุ่นพรีเมียมอย่าง 980 IS ที่มีโหมดแมนนวลพร้อมหน้าจอใหญ่ ใครชอบฟีลกล้อง Y2K แนะนำให้เริ่มจาก IXUS คือคุ้มค่าทั้งดีไซน์และประสบการณ์ใช้งาน
แล้วถ้าวันนี้อยากได้ “อะไรแบบ IXUS” ยังมีทางเลือกอยู่ไหม?
แม้กล้อง Canon IXUS ไม่ได้ออกรุ่นใหม่มานาน และก็หายากขึ้นในปัจจุบัน แต่ถ้าวันนี้คุณกำลังมองหากล้องคอมแพ็กต์ที่ พกง่าย ใช้ง่าย และถ่ายออกมาสวยแบบไม่ต้องคิดเยอะ — ยังมีตัวเลือกดี ๆ ที่พอจะสานต่อจิตวิญญาณของ IXUS ได้อยู่ครับ:


Canon IXUS 285 HS – ตัวจริงเสียงจริงรุ่นสุดท้าย
กล้องรุ่นสุดท้ายของตระกูล IXUS ที่ยังพอหาได้ แม้จะเปิดตัวในปี 2016 แต่ดีไซน์และฟีลลิ่งยังคงเสน่ห์แบบ IXUS เอาไว้ครบ ทั้งบอดี้เมทัลหรูหรา น้ำหนักเบา พกง่าย และฟีเจอร์ครบ ๆ อย่างเซ็นเซอร์ 20MP, ซูมออปติคอล 12x, Wi‑Fi และ NFC เหมาะมากกับคนที่อยากได้กล้องคอมแพ็กต์แท้ ๆ ที่พร้อมใช้งานทันทีโดยไม่ต้องแต่งภาพเพิ่มให้วุ่นวาย


Canon PowerShot SX740 HS – คอมแพกต์ซูมไกลที่ยังคงฟีล IXUS
ถ้าคุณชื่นชอบความเรียบง่ายและคล่องตัวแบบกล้อง IXUS แต่ต้องการ “พลังซูม” และวิดีโอที่ตอบโจทย์ยุค 4K มากขึ้น Canon PowerShot SX740 HS คือคำตอบที่ลงตัวที่สุดในตอนนี้
กล้องรุ่นนี้เปิดตัวในปี 2018 มาพร้อมเซ็นเซอร์ 20MP, ซูมออปติคอล 40× (เทียบเท่าเลนส์ 24–960mm) และหน้าจอขนาด 3” พับได้สำหรับเซลฟี่ รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งหมดนี้อยู่ในบอดี้คอมแพกต์ที่น้ำหนักเบาและพกพาสะดวก ใกล้เคียงความรู้สึกของการใช้งาน IXUS แบบเดิม แต่เติมพลังให้ทันสมัยยิ่งขึ้น


PowerShot G Series (G7 X / G9 X / G5 X) – คุณภาพสูงขึ้น ใกล้เคียง IXUS รุ่นบน
ถ้าคุณพอรับได้กับกล้องที่ขนาดใหญ่กว่า IXUS เล็กน้อย แต่ต้องการคุณภาพภาพถ่ายและวิดีโอที่ “ขยับขึ้นอีกขั้น” ซีรีส์ PowerShot G คือคำตอบที่ดีมาก
โดยเฉพาะ Canon G7X Mark III ที่ยังมีขายใหม่อยู่ในปัจจุบัน ให้เซ็นเซอร์ 1 นิ้ว (ใหญ่กว่ากล้องมือถือ), รูรับแสง f/1.8–2.8, ถ่าย RAW ได้, หน้าจอพับเซลฟี่ได้ และยังถ่ายวิดีโอ 4K พร้อมช่องไมค์สำหรับ Vlog
ในขณะที่รุ่น G7X Mark II หรือ G9X Mark II ก็ยังน่าสนใจมากในตลาดมือสอง สำหรับคนอยากได้กล้องเล็ก ๆ แต่ภาพ “โปร” พอสมควร


Canon EOS R100 / R50 – ขยับไป Mirrorless ที่ยังพกง่าย
หากคุณอยากเริ่มเล่นกล้องแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ แต่ไม่อยากเริ่มจากรุ่นใหญ่เทอะทะ Canon ก็มี EOS R Series รุ่นเล็กอย่าง R100 หรือ canon r50 ที่ออกแบบมาเพื่อคนที่ “อยากได้ความจริงจังมากขึ้น แต่ยังใช้งานง่ายเหมือนกล้องพกพา” ทั้งสองรุ่นมีบอดี้เล็ก เบา ใช้ระบบโฟกัส Dual Pixel Autofocus ที่ฉลาดมาก มี Eye AF, วิดีโอ 4K และสามารถใช้อะแดปเตอร์ต่อ เลนส์ canon EF/EF-S ได้อีกด้วย ใครที่เคยชินกับฟีล IXUS แล้วอยากอัปเกรดแบบค่อยเป็นค่อยไป นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีมากครับ