จุดเริ่มต้นของ Fujifilm Instax: จากฟิล์มสู่ภาพที่พิมพ์ได้ทันที
ย้อนกลับไปในช่วงยุค 60s–70s โลกยังอยู่ในยุคของกล้องฟิล์มแบบดั้งเดิม และ “ภาพถ่ายทันที” หรือ Instant Photography ยังเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น Fujifilm ในเวลานั้นคือหนึ่งในบริษัทที่มีเทคโนโลยีการผลิตฟิล์มที่แข็งแกร่งที่สุดในญี่ปุ่น และยังเคยช่วยผลิตฟิล์มชนิดพิเศษให้ Polaroid สำหรับตลาดเอเชียด้วย
แม้ Fujifilm จะไม่ได้เป็นผู้คิดค้น กล้อง Instant หรือที่หลายคนเรียกกันทั่วไปว่า กล้องโพลารอยด์ เป็นรายแรก แต่พวกเขาเห็นช่องว่างสำคัญ: เทคโนโลยีนี้ยังมีศักยภาพ และสามารถต่อยอดได้อีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ สิทธิบัตรของ Polaroid เริ่มหมดอายุ ในช่วงปลายยุค 90s ทำให้ผู้ผลิตรายอื่นสามารถเข้าสู่ตลาดได้โดยไม่ติดข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์อีกต่อไป
ในขณะที่หลายแบรนด์มุ่งหน้าสู่ยุคดิจิทัล Fujifilm กลับเลือก "เดินสวนทาง" ด้วยการเปิดตัว กล้อง Instant Camera ของตัวเอง โดยเชื่อมั่นว่าภาพที่พิมพ์ได้จริงยังคงมีคุณค่าในยุคที่ทุกอย่างกลายเป็นดิจิทัล
ในปี 1998 Fujifilm เปิดตัวกล้องรุ่นแรกในชื่อ Instax Mini 10 พร้อมฟิล์มขนาด Mini ที่พัฒนาเองทั้งหมด ภาพมีขนาดเล็กกะทัดรัดแบบพกพาได้ และที่สำคัญคือ “ได้ภาพทันที” ภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที — จุดเริ่มต้นของสิ่งที่คนไทยหลายคนเรียกติดปากว่า “กล้องโพลารอยด์ Fujifilm”
ช่วงเริ่มต้น: ยังไม่ฮิต แต่ไม่ยอมแพ้
แม้จะเริ่มต้นด้วยแนวคิดที่ดี แต่ต้องยอมรับว่าในช่วงต้น 2000s กระแสของกล้อง Fujifilm Instax หรือกล้อง Instant Camera ยังไม่เปรี้ยงเท่าที่ Fujifilm คาดหวังไว้
ช่วงเวลานั้นคือยุคที่กล้องดิจิทัลกำลังมาแรง ทุกคนตื่นเต้นกับการได้ “ดูภาพก่อนถ่าย” และเซฟไฟล์ลงคอมพิวเตอร์ ความสะดวกของการไม่ต้องใช้ฟิล์มกำลังครองใจตลาด ส่วน กล้องโพลารอยด์ หรือกล้อง Instant กลับถูกมองว่า “ย้อนยุคเกินไป” หรือไม่ก็ “แพงเกินไปต่อช็อต”
แต่ Fujifilm ไม่ได้ยอมแพ้ เพราะพวกเขาเชื่อว่า ประสบการณ์ของภาพถ่ายที่จับต้องได้ ยังมีมนต์ขลังอยู่ลึก ๆ ในใจของผู้คน พวกเขายังพัฒนากล้องรุ่นใหม่ออกมาเรื่อย ๆ ทั้งในฟอร์แมต Mini และ Wide เช่น Instax Mini 20 และ Instax Wide 210 ที่พยายามออกแบบให้ใช้งานง่าย และเข้าถึงผู้ใช้มากขึ้น
ในเชิงธุรกิจ Fujifilm มอง Instax เป็น “ทางเลือกใหม่” ที่แตกต่างจากตลาดกล้องดิจิทัล ไม่ใช่แค่เพื่อแข่งขัน แต่เพื่อขยายนิยามของการถ่ายภาพให้กว้างขึ้น — โดยเฉพาะในตลาดที่ยังเชื่อว่าภาพถ่ายที่จับต้องได้ มีคุณค่ามากกว่าภาพในหน้าจอ
และการตัดสินใจนั้น แม้จะดูขัดกับเทรนด์ในเวลานั้น ก็กลายเป็น “เดิมพัน” ที่ส่งผลในระยะยาว เพราะในวันที่ Polaroid ยุติการผลิตฟิล์มในปี 2008 — กล้องโพลารอยด์ Fujifilm Instax กลับยังอยู่ และเติบโตได้อย่างมั่นคง


จุดเปลี่ยนของ Instax: จากซีรีส์เกาหลี สู่กล้องในมือคนทั้งโลก
ไม่มีใครคาดคิดว่า “กล้องฟิล์มพิมพ์ภาพทันที” หรือที่คนไทยเรียกกันทั่วไปว่า “กล้องโพลารอยด์” ซึ่งเคยถูกมองว่าเฉิ่ม เชย และล้าสมัยในยุคดิจิทัล จะสามารถกลับมาสร้างปรากฏการณ์ได้อีกครั้ง — และเบื้องหลังการกลับมาครั้งนี้ ไม่ใช่โฆษณาแคมเปญใหญ่ หรือรีวิวจากบล็อกเกอร์ แต่คือ… “ซีรีส์เกาหลี”
ในปี 2007 ซีรีส์ยอดฮิต Coffee Prince ออกอากาศในเกาหลีใต้ และกลายเป็นที่พูดถึงอย่างรวดเร็วทั้งในประเทศและทั่วเอเชีย ท่ามกลางเรื่องราวโรแมนติกและความน่ารักของตัวละคร สิ่งหนึ่งที่หลายคนสังเกตเห็นก็คือ กล้อง Instax สีพาสเทลเล็ก ๆ ที่ถูกหยิบขึ้นมาถ่ายภาพในฉากสำคัญ — กล้องที่ไม่เพียงถ่ายแล้วเห็นภาพทันที แต่ยังกลายเป็น “ของขวัญ” ที่สื่อความรู้สึกแทนคำพูดได้
กระแสดังกล่าวยังต่อเนื่องมาถึงปี 2009 กับซีรีส์ You’re Beautiful ที่มีกล้อง Instax เป็นเหมือน “พร็อพประจำตัว” ของตัวละคร สื่อสารถึงความรัก ความคิดถึง และความทรงจำอย่างลึกซึ้ง
จากจุดนั้นเอง กล้อง Instax หรือ “กล้อง Polaroid สไตล์ญี่ปุ่น” ก็กลายเป็น “ไอเท็มที่วัยรุ่นอยากได้” ในเอเชีย ร้านขายกล้องเริ่มมีลูกค้าถามหา ร้านเครื่องเขียนเพิ่มชั้นวางสินค้า และแฟนซีรีส์ต่างหาซื้อเพื่อเลียนแบบโมเมนต์จากฉากในเรื่อง
ผลลัพธ์ไม่ได้หยุดแค่ในเกาหลีใต้ แต่ลามไปทั่วเอเชีย สู่ตลาดยุโรปและอเมริกา — Instax กลายเป็น “แฟชั่นใหม่” ที่ทำให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาสนใจฟิล์มอีกครั้ง ทั้งในรูปแบบ กล้อง Instant, กล้องโพลารอยด์ หรือเครื่องปริ้นภาพทันที


Timeline กล้อง Fujifilm Instax: ตั้งแต่ปี 1998–2025
| ปี | รุ่นกล้อง | ฟอร์แมต | คำบรรยายสั้น |
|---|---|---|---|
| 1998 | Instax Mini 10 | Mini | กล้อง Instax รุ่นแรก ขนาดพกพา ใช้ฟิล์ม mini |
| 1999 | Instax Wide 100 | Wide | เปิดตัวฟอร์แมต Wide สำหรับภาพหมู่และทิวทัศน์ |
| 2000 | Instax Wide 500AF | Wide | กล้อง Wide รุ่นเดียวที่มีระบบออโต้โฟกัส |
| 2000 | Instax Wide 200 | Wide | อัปเกรดดีไซน์ Wide ใช้งานสะดวกขึ้น |
| 2001 | Instax Mini 7 | Mini | รุ่นพื้นฐานเล็กกะทัดรัดสำหรับตลาดญี่ปุ่น |
| 2002 | Instax Mini 30 | Mini | เพิ่มฟีเจอร์แฟลชอัตโนมัติ ดีไซน์โค้งมน |
| 2003 | Instax Mini 55 / 7S Pop’n Toy | Mini | มีแฟลชอัตโนมัติ และเวอร์ชันสีพิเศษสำหรับวัยรุ่น |
| 2004 | Instax Mini 7 | Mini | อัปเดตดีไซน์อีกครั้ง ปรับโทนสีใหม่ |
| 2005 | Instax Mini 25 | Mini | ปรับฟังก์ชันและเพิ่มจอ LCD |
| 2008 | Instax Mini 7S | Mini | กล้องยอดนิยมทั่วโลก เริ่มเข้าสู่ตลาดกว้าง |
| 2009 | Instax Mini 25 (Global) | Mini | รีดีไซน์ใหม่ รองรับการกลับมาของตลาด Instax |
| 2010 | Instax Mini 50S | Mini | ดีไซน์หรู พร้อมฟีเจอร์ถ่ายกลางคืน |
| 2010 | Instax Wide 210 | Wide | อัปเกรดกล้อง Wide สำหรับยุคใหม่ |
| 2012 | Instax Mini 8 | Mini | กล้องยอดฮิต ดีไซน์น่ารัก ใช้งานง่าย |
| 2013 | Instax Mini 90 Neo Classic | Mini | กล้องลุควินเทจ ฟังก์ชันครบ เช่น Bulb Mode |
| 2014 | Instax Wide 300 | Wide | ดีไซน์มืออาชีพ ถ่ายภาพกลุ่มได้เยี่ยม |
| 2014 | Instax Share SP-1 | Printer | ปริ้นเตอร์ภาพจากมือถือครั้งแรกของ Instax |
| 2015 | Instax Mini HELLO KITTY / 8+ / 70 | Mini | รุ่นลิมิเต็ด + Mini 70 สำหรับวัยรุ่นสายแฟ |
| 2016 | Instax Share SP-2 | Printer | ปริ้นเตอร์ความเร็วสูง ดีไซน์บางเบา |
| 2017 | Instax Square SQ10 | Square | กล้อง Hybrid รุ่นแรก ฟอร์แมต Square |
| 2018 | Instax Share SP-3 / SQ6 / SQ20 | Printer / Square | ปริ้นเตอร์จตุรัส + กล้อง Square อนาล็อกและ Hybrid |
| 2019 | Instax Mini LiPlay / Instax Mini Link | Mini / Printer | กล้อง Hybrid + ปริ้นภาพพร้อมเสียง / ปริ้นเตอร์ดีไซน์ใหม่ |
| 2020 | Instax Mini 11 | Mini | รุ่นยอดนิยมสำหรับผู้เริ่มต้น ถ่ายง่ายขึ้น |
| 2021 | Instax Mini 40 / SQ1 / Mini Evo | Mini / Square | ดีไซน์วินเทจ และกล้อง Hybrid สุดฮิต Mini Evo |
| 2022 | Instax Mini Link 2 | Printer | เพิ่มลูกเล่น AR และพ่นลายขณะพิมพ์ |
| 2023 | Instax Mini 12 / SQ40 / Pal / Square Link | Mini / Square / Printer | รุ่นใหม่หลากหลาย ดีไซน์วินเทจและไซซ์เล็กจิ๋ว |
| 2024 | Instax Mini 99 / Wide 400 / Mini LiPlay (ใหม่) / Mini Link 3 | Mini / Wide / Printer | กล้อง Mini แบบ manual / Wide รุ่นอัปเกรด และปริ้นเตอร์เจน 3 |
| 2025 | Instax Wide Evo / Mini 41 | Wide / Mini | กล้อง Hybrid Wide รุ่นเรือธง + รุ่นเริ่มต้นใหม่ล่าสุด |


Instax กับไอเดียสุดครีเอทีฟ: จากกล้องสู่ของขวัญ ความทรงจำ และงานออกแบบ
กล้อง Instax หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า กล้องโพลารอยด์ ไม่ได้เป็นแค่กล้องถ่ายรูป แต่กลายเป็นไอเทมสารพัดประโยชน์ที่คนทั่วโลกนำไปใช้ในหลากหลายโอกาส ด้วยภาพถ่ายที่ “จับต้องได้” และดีไซน์กล้องที่น่ารัก ไม่แปลกเลยที่มันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและเหตุการณ์พิเศษมากมาย
-
ของชำร่วยงานแต่ง – คู่รักหลายคู่ใช้กล้อง Instax หรือ กล้อง Instant Camera วางตามจุดต่าง ๆ ในงาน ให้แขกถ่ายภาพแล้วเขียนข้อความอวยพรด้านหลัง กลายเป็นสมุดเยี่ยมที่มีชีวิตและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
-
ของที่ระลึกในวันเดท – การพก กล้องโพลารอยด์ ออกไปถ่ายภาพคู่ในสถานที่โปรด แล้วติดโน้ตสั้น ๆ หลังภาพ กลายเป็นของขวัญเล็ก ๆ ที่เก็บความรู้สึกวันนั้นไว้ได้อย่างน่ารัก
-
สมุดภาพครอบครัว – พ่อแม่มือใหม่ชอบใช้กล้อง Instax ถ่ายภาพลูกแบบวันต่อวัน สร้างอัลบั้มภาพที่ไม่ต้องแต่ง เติมความสุขเล็ก ๆ ให้บ้านทุกวัน
-
สื่อการสอน / กิจกรรมในห้องเรียน – คุณครูใช้ กล้อง Polaroid หรือกล้อง Instax ถ่ายกิจกรรม แล้วให้เด็ก ๆ เขียนคำอธิบายหรือความรู้สึก เป็นการเรียนรู้ที่ “สนุกจริง”
-
ของขวัญวันเกิด / วันรับปริญญา – เพื่อน ๆ นิยมถ่ายภาพหมู่ในวันสำคัญด้วย กล้อง Instant แล้วติดลงในการ์ด หรือรวมเป็น Scrapbook ส่งต่อความทรงจำที่ไม่เหมือนใคร
-
มุมตกแต่งบ้านและคาเฟ่ – Instax ยังเป็นพร็อพยอดนิยมในสไตล์ Home Café หรือห้องนอนวินเทจ แค่หนีบรูปด้วยคลิปเล็ก ๆ บนเชือก ก็สร้างบรรยากาศอบอุ่นได้ทันที
-
ของฝากจากการเดินทาง – นักท่องเที่ยวบางคนถ่ายภาพด้วยกล้อง Instax แล้ว “มอบภาพนั้นให้เจ้าของสถานที่” เป็นของขอบคุณที่มีคุณค่าทางใจ
-
ไอเทม DIY – หลายคนใช้ภาพจาก กล้องโพลารอยด์ ทำพวงกุญแจ เข็มกลัด หรือกรอบไม้ เป็นของขวัญแฮนด์เมดที่มีชิ้นเดียวในโลก
ในยุคที่ภาพถ่ายอยู่แค่ในมือถือ กล้อง Instax หรือ กล้องโพลารอยด์แฟชั่น เหล่านี้จึงกลายเป็นตัวแทนของความรู้สึกแบบคลาสสิก — ภาพที่มีขอบ มีพื้นผิว และมีเรื่องราวของมันเอง ไม่ว่าคุณจะใช้เพื่อถ่าย สนุก ส่งต่อ หรือเก็บไว้ดูเอง — กล้องประเภทนี้คือช่องทางเล็ก ๆ ที่พาเราเชื่อมโยงกับผู้คนและช่วงเวลาในแบบที่ “ดิจิทัลอย่างเดียวให้ไม่ได้”


ฟิล์มกล้องโพลารอยด์ 3 ฟอร์แมตยอดนิยม: Mini, Square และ Wide
Instax มีจุดเด่นสำคัญที่ ฟอร์แมตของฟิล์ม ซึ่งหลากหลายและตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน โดยแบ่งหลัก ๆ ได้เป็น 3 แบบ:
-
Mini – ขนาดเท่าบัตรเครดิต (46 x 62 มม.) พกพาสะดวก ใส่กระเป๋าสตางค์ได้ง่าย ใช้กันแพร่หลายในหมู่วัยรุ่น งานปาร์ตี้ และห้องเรียน
-
Square – ขนาดจัตุรัส (62 x 62 มม.) เหมาะกับสายอาร์ตและคนที่ชอบสัดส่วนภาพแบบ Instagram ดูสนุกและมีสไตล์
-
Wide – ขนาดใหญ่ที่สุด (99 x 62 มม.) เหมาะกับภาพกลุ่ม วิว หรือภาพที่ต้องการเก็บรายละเอียดเต็มเฟรม


นอกจากฟอร์แมตพื้นฐานแล้ว Fujifilm ยังสร้างสรรค์ฟิล์มพิเศษอีกมากมาย เช่น:
-
ฟิล์มลายขอบ – ลายการ์ตูน ลายพาสเทล ลายแฟนคลับศิลปิน ฯลฯ
-
ฟิล์มขาวดำ (Monochrome) – สำหรับผู้ชอบความคลาสสิก สายวินเทจ
-
คอลเล็กชันลิมิเต็ด – ออกแบบร่วมกับแบรนด์ แฟชั่น หรือคาแรกเตอร์ต่าง ๆ
Instax จึงไม่ได้มีแค่ ขนาดฟิล์มให้เลือก แต่ยังมี บุคลิก และ อารมณ์ภาพถ่าย ที่แตกต่าง ให้คุณเลือกใส่ลงไปในแต่ละภาพได้อย่างสร้างสรรค์
Instax ในยุคใหม่: มากกว่ากล้อง แต่คือประสบการณ์
จากกล้องอนาล็อกที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงของเล่นหรือของสะสมในกลุ่มเล็ก ๆ วันนี้ Instax ได้กลายเป็น กล้องโพลารอยด์ยุคใหม่ ที่พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ครบวงจร ตั้งแต่ตัวกล้อง ปริ้นเตอร์ ไปจนถึงแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน
-
กล้อง Hybrid อย่าง Instax Mini Evo หรือ Instax LiPlay ผสมผสานการถ่ายแบบดิจิทัลก่อนเลือกพิมพ์จริง ช่วยประหยัดฟิล์ม และเพิ่มลูกเล่นในการถ่ายภาพ
-
ปริ้นเตอร์ Instax เช่น Share SP-3, Mini Link หรือ Square Link ที่เชื่อมมือถือ แล้วเลือกภาพที่ชอบมาพิมพ์แบบ Instant Camera ได้ทันที
-
แอป Instax ที่ใช้ควบคุมกล้อง ใส่ฟิลเตอร์ ข้อความ หรือออกแบบภาพก่อนสั่งพิมพ์ เพิ่มความสนุกและความสร้างสรรค์ให้กับทุกช็อต
สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนพฤติกรรมผู้ใช้ จากการ “ถ่ายไว้ดูคนเดียว” เป็น “ถ่ายเพื่อส่งต่อ” ให้เพื่อน คนรัก หรือแม้แต่คนแปลกหน้าในวันพิเศษ
ในโลกที่ภาพถ่ายจำนวนมากจบลงแค่ในคลังมือถือ กล้อง Instant แบบ Instax กลับกลายเป็นวิธีใหม่ในการสร้างความสัมพันธ์ ด้วยสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด — ภาพถ่ายที่จับต้องได้
ไม่เพียงอยู่รอดจากยุคดิจิทัล กล้อง Polaroid สมัยใหม่จาก Fujifilm ยังเติบโตด้วยแนวคิดใหม่ที่ผสานความคลาสสิกของอนาล็อก เข้ากับความสะดวกแบบดิจิทัล และกลายเป็นแบรนด์ที่ผู้คนทั่วโลกเลือกใช้เพื่อ “บอกความรู้สึก” อย่างแท้จริง