ActiveTrack คืออะไร? ระบบติดตามอัตโนมัติใน DJI ที่ทำให้ Drone บินตามคนได้

อัปเดตล่าสุด: เมษายน 2026


หนึ่งในช็อตที่ Creator และ Vlogger ต้องการมากที่สุดคือภาพ Drone ที่บินตามตัวเองขณะวิ่ง ปั่นจักรยาน เล่น Surf หรือเดินท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องมีคนบังคับ ActiveTrack คือเทคโนโลยีที่ทำให้สิ่งนี้เป็นไปได้ แต่ ActiveTrack ไม่ได้แค่ "บินตาม" Subject อย่างเดียว ในปี 2026 ระบบนี้พัฒนาไปถึงจุดที่สามารถหลบสิ่งกีดขวาง สลับ Subject ได้เรียลไทม์ และสร้าง Cinematic Shot ได้โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายให้ครบว่า ActiveTrack ทำงานอย่างไร มีกี่เวอร์ชัน และ Drone รุ่นไหนที่ใช้ได้ดีที่สุด

 ActiveTrack ไม่ใช่แค่ระบบ Follow Me แต่คือ AI ที่เข้าใจว่ากำลังถ่ายใคร อยู่ที่ไหน และกำลังจะไปทางไหน ทำให้ภาพที่ได้ดูเหมือนมีทีม Production อยู่ด้วย


ก่อนมี ActiveTrack Drone ติดตามคนได้ไหม?

ระบบ Follow Me แบบเดิมในโดรนรุ่นแรกๆ ทำงานโดยการติดตาม GPS ของสมาร์ทโฟนหรือรีโมทที่ผู้ใช้ถืออยู่ โดรนจะบินตามตำแหน่ง GPS นั้นในระยะที่กำหนด

ปัญหาของระบบนี้มีหลายอย่าง GPS มีความแม่นยำแค่ไม่กี่เมตร ทำให้โดรนบินตามได้ไม่ตรงนัก ไม่สามารถเฟรมภาพได้สวยงาม ไม่เข้าใจว่า Subject คือตัวคนหรือพาหนะ และที่สำคัญคือไม่มีระบบหลบสิ่งกีดขวาง ทำให้เสี่ยงต่อการชนสิ่งต่างๆ ที่อยู่ระหว่างโดรนกับ Subject

ActiveTrack แก้ปัญหาเหล่านี้ทั้งหมดด้วยการใช้กล้องและ AI แทน GPS เป็นตัวติดตาม


ActiveTrack ทำงานอย่างไร?

ActiveTrack ทำงานโดยใช้กล้องของโดรนเป็นตัวรับข้อมูลหลัก ร่วมกับ AI ที่ประมวลผลภาพแบบ Real-time กระบวนการทำงานเริ่มจากผู้ใช้วาดกรอบรอบ Subject บนหน้าจอแอป DJI Fly หรือกดเลือก Subject จากตัวเลือกที่ AI ตรวจจับไว้แล้ว จากนั้น AI จะสร้าง Visual Signature ของ Subject นั้น ซึ่งรวมถึงรูปร่าง สี การเคลื่อนไหว และตำแหน่งในเฟรม ระหว่างบิน AI จะวิเคราะห์ทุก Frame ว่า Subject อยู่ที่ไหนในเฟรม เคลื่อนที่ไปทิศไหน และเร็วแค่ไหน แล้วส่งคำสั่งให้โดรนปรับตำแหน่งเพื่อรักษา Subject ให้อยู่ในเฟรมตามที่ตั้งค่าไว้ตลอดเวลา พร้อมกันนั้นระบบ Obstacle Sensing จะทำงานควบคู่เพื่อให้โดรนหลบสิ่งกีดขวางโดยไม่หยุดการติดตาม


ActiveTrack มีกี่เวอร์ชัน ต่างกันอย่างไร?

DJI พัฒนา ActiveTrack มาต่อเนื่องหลายเวอร์ชันตั้งแต่ปี 2016 จนถึงปัจจุบัน แต่ละเวอร์ชันเพิ่มความสามารถที่แตกต่างกันออกไป

ActiveTrack 1.0 เปิดตัวครั้งแรกใน DJI Phantom 4 ปี 2016 เป็นครั้งแรกที่โดรนสามารถติดตาม Subject ด้วยกล้องได้โดยไม่พึ่ง GPS ทำงานได้พื้นฐาน แต่มักสูญเสีย Subject เมื่อถูกบดบังหรือเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน

ActiveTrack 2.0 พัฒนาขึ้นใน DJI Mavic 2 Pro และ Zoom เพิ่มโหมด Trace ที่บินตาม Subject จากด้านหลัง โหมด Profile ที่บินข้างๆ และโหมด Spotlight ที่ล็อคกล้องไว้ที่ Subject ขณะที่ผู้บังคับโดรนเคลื่อนที่อิสระ รวมถึงเพิ่ม Advanced Obstacle Sensing ที่ช่วยให้บินได้ปลอดภัยกว่าเดิม

ActiveTrack 3.0 มาใน DJI Air 2S และ Mini 3 Pro เพิ่มความแม่นยำในการติดตามและรองรับ Subject ที่เคลื่อนที่เร็วขึ้น ระบบเริ่มใช้ Deep Learning จริงๆ ในการจดจำ Subject ทำให้ไม่หลุด Subject แม้ถูกบดบังชั่วคราว

ActiveTrack 360 เวอร์ชันล่าสุดที่พบใน DJI Lito 1 และ Lito X1 รวมถึง DJI Mini 4 Pro และ Air 3 ทำงานร่วมกับ Omnidirectional Obstacle Sensing ทำให้ติดตาม Subject ได้ในทุกทิศทางพร้อมหลบสิ่งกีดขวางได้ครบรอบ สร้าง Cinematic Shot อัตโนมัติได้หลายรูปแบบ และรองรับ Subject หลายประเภทตั้งแต่คน จักรยาน รถยนต์ ไปถึงเรือ


โหมดต่างๆ ใน ActiveTrack มีอะไรบ้าง?

ActiveTrack ไม่ได้มีแค่โหมดบินตามอย่างเดียว แต่มีหลายโหมดที่ให้ผลลัพธ์ภาพที่ต่างกัน

Trace โหมดพื้นฐานที่โดรนบินตาม Subject จากด้านหลังหรือด้านหน้า เหมาะกับการถ่าย Action ที่เคลื่อนที่ตรงๆ อย่างการวิ่งหรือปั่นจักรยาน

Profile โดรนบินข้างๆ Subject โดยรักษาระยะและมุมกล้องที่ตั้งไว้ ให้ภาพที่ดูเหมือนถ่ายจากรถ Tracking หรือเฮลิคอปเตอร์ เหมาะกับการถ่าย Athlete หรือ Surfer

Spotlight โดรนล็อคกล้องไว้ที่ Subject ตลอดเวลาแต่ผู้บังคับสามารถเคลื่อนโดรนไปทิศไหนก็ได้ ทำให้ได้ Dramatic Shot ที่กล้องหมุนรอบ Subject ได้อย่างอิสระ

Parallel โดรนบินขนานกับ Subject รักษาระยะห่างและมุมคงที่ เหมาะกับการถ่ายรถหรือเรือที่เคลื่อนที่ในเส้นทางตรง

Circle โดรนบินวนรอบ Subject โดยอัตโนมัติ ผู้บังคับสามารถกำหนดรัศมีและความเร็วได้ ให้ Shot แบบ Orbit ที่ดูเหมือนถ่ายจากกองถ่าย Hollywood


ActiveTrack ทำงานได้ดีแค่ไหนในทางปฏิบัติ?

ประสิทธิภาพของ ActiveTrack ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ควรรู้ก่อนใช้งาน

Subject ที่ชัดเจนและ Contrast สูงทำงานได้ดีที่สุด คนที่ใส่เสื้อสีสดตัดกับพื้นหลัง รถสีสดในที่โล่ง หรือ Surfer บนคลื่นสีขาว ล้วนให้ผลการติดตามที่แม่นยำกว่า Subject ที่กลืนกับพื้นหลัง

สภาพแสงดีช่วยได้มาก ActiveTrack ทำงานโดยอาศัยข้อมูลภาพจากกล้อง ถ้าแสงน้อยหรือ Backlight รุนแรง AI อาจจดจำ Subject ได้ไม่แม่นและติดตามพลาดได้บ้าง

ความเร็วของ Subject มีผล ActiveTrack เวอร์ชันใหม่รองรับได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก แต่ Subject ที่เปลี่ยนทิศทางกะทันหันหรือเคลื่อนที่เร็วมากอย่างรถแข่งยังอาจทำให้ระบบสูญเสีย Lock ชั่วคราว

พื้นที่บินมีผลต่อความปลอดภัย ในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวางหนาแน่น ActiveTrack อาจชะลอหรือหยุดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย แทนที่จะบินตาม Subject ต่อในทุกสถานการณ์


DJI Drone รุ่นไหนที่มี ActiveTrack ดีที่สุด?

DJI Lito 1 และ Lito X1 รุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2026 มาพร้อม ActiveTrack และ Omnidirectional Obstacle Sensing เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการ ActiveTrack ครบฟีเจอร์ในราคาที่เข้าถึงได้ น้ำหนักต่ำกว่า 249g

DJI Mini 4 Pro ตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่ต้องการ ActiveTrack ในโดรนน้ำหนักเบา มี Omnidirectional Obstacle Sensing ครบรอบและ ActiveTrack 360 ที่ทำงานได้ดีในสภาพแวดล้อมหลากหลาย

DJI Air 3 รองรับ ActiveTrack ที่ทรงพลังกว่า Mini 4 Pro มี Dual Camera ทำให้ได้มุมมองหลากหลายระหว่าง Tracking และ Obstacle Sensing ที่ครอบคลุมกว่า เหมาะกับ Creator ที่ต้องการ Output คุณภาพสูงขึ้น

DJI Mavic 3 Pro สำหรับ Creator มืออาชีพที่ต้องการ Triple Camera และ ActiveTrack ที่แม่นยำสูงสุด ให้คุณภาพภาพสูงกว่าทุกรุ่นข้างต้น แต่ราคาสูงกว่ามาก


ActiveTrack ใช้กับ DJI Action Camera และ Gimbal ได้ไหม?

นอกจาก Drone แล้ว DJI ยังนำ ActiveTrack มาใช้ในผลิตภัณฑ์อื่นด้วย

DJI Osmo Mobile Series นำ ActiveTrack มาใช้ใน Gimbal สำหรับสมาร์ทโฟน ทำให้ Gimbal หมุนติดตาม Subject อัตโนมัติได้โดยไม่ต้องมีคนบังคับ เหมาะสำหรับ Creator ที่ถ่ายตัวเองในสตูดิโอหรือ Vlog คนเดียว

DJI Osmo Pocket 3 มี ActiveTrack ในตัวที่ทำให้กล้อง Pan ตาม Subject อัตโนมัติ เหมาะสำหรับงาน Vlog และ Content ที่ถ่ายคนเดียวต้องการ Shot ที่ Subject อยู่กลางเฟรมตลอด

ความต่างระหว่าง ActiveTrack ใน Drone กับ Gimbal คือ Drone ต้องควบคุมทั้งการบินและกล้องพร้อมกัน ส่วน Gimbal ควบคุมแค่มุมกล้องทำให้ความแม่นยำในการ Frame Subject ทำได้ดีกว่าในบางสถานการณ์


ข้อควรระวังก่อนใช้ ActiveTrack

ตรวจสอบกฎหมายในพื้นที่ก่อนบินเสมอ ActiveTrack ทำให้การบินง่ายขึ้นมากแต่ไม่ได้หมายความว่าบินได้ทุกที่ พื้นที่ห้ามบินหรือต้องขออนุญาตมีอยู่ทั่วไปรวมถึงในประเทศไทย อย่าพึ่ง ActiveTrack 100% ในพื้นที่แออัด แม้ Obstacle Sensing จะดีขึ้นมากแต่ยังไม่สมบูรณ์แบบในทุกสถานการณ์ ควรมีผู้บังคับโดรนคอยดูอยู่เสมอเมื่อบินในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ฝึกใช้ ActiveTrack ในพื้นที่โล่งก่อน ก่อนนำไปใช้ในงานจริงควรฝึกในพื้นที่โล่งก่อนเพื่อทำความเข้าใจว่าระบบทำงานอย่างไรและมีข้อจำกัดอะไรบ้าง


สรุป

ActiveTrack คือหนึ่งในเทคโนโลยีที่ทำให้ Drone เข้าถึงได้สำหรับ Creator ทุกระดับมากขึ้น จากที่เคยต้องใช้ทีมงานสองคนขึ้นไปในการถ่ายช็อตที่โดรนบินตาม Subject ตอนนี้ทำได้คนเดียวด้วยการแตะเลือก Subject บนหน้าจอ การพัฒนาจาก ActiveTrack 1.0 มาถึง ActiveTrack 360 ในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่า DJI ลงทุนกับ AI และ Computer Vision อย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบฉลาดขึ้น แม่นยำขึ้น และปลอดภัยขึ้นในทุกรุ่นที่ออกมา

ถ้าต้องการคำแนะนำว่า DJI Drone รุ่นไหนที่มี ActiveTrack เหมาะกับการใช้งานและงบของคุณมากที่สุด แวะปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญที่ EC-MALL ได้เลย