

กำเนิดจาก OEM สู่ผู้ผลิตเลนส์ (1972–1980)
Samyang เริ่มต้นชีวิตในฐานะบริษัทเกาหลีที่มีชื่อว่า Korea WAKO Co., Ltd. ในปี 1972 โดยมีเป้าหมายในการผลิตเลนส์ออปติกให้กับแบรนด์อื่นมากกว่าการสร้างแบรนด์ของตัวเอง บริษัทจดทะเบียนภายใต้รูปแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) ซึ่งหมายถึงการผลิตให้แบรนด์ดังๆ ไปติดตราของตัวเอง เช่น Sears ในอเมริกา, Vivitar และ Rokinon ที่เรารู้จักกันดี และ Walimex ซึ่งจัดจำหน่ายในเยอรมนี
ในปี 1979 Samyang เปลี่ยนชื่อบริษัทอย่างเป็นทางการเป็น Samyang Optical Co., Ltd. สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ใหม่ที่ต้องการสร้างชื่อเสียงในฐานะผู้ผลิตเลนส์ที่มีตัวตน ไม่ใช่แค่ผู้เบื้องหลัง นับเป็นก้าวแรกของแบรนด์ที่ในเวลาต่อมาจะกลายเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเลนส์ที่มี “ความกล้า” แหวกแนวจากแบรนด์ค่ายใหญ่
เติบโตยุคฟิล์ม – Manual Focus ครองใจตลาด
ในยุคกล้องฟิล์มช่วงปี 1980–1990 Samyang ค่อยๆ สร้างชื่อด้วยการพัฒนาเลนส์ manual focus ที่มีราคาคุ้มค่าและคุณภาพน่าประทับใจ กลุ่มผู้ใช้ SLR (กล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ที่ใช้ฟิล์ม 35mm) ต่างหันมาเลือก Samyang เป็น “ทางเลือกที่มั่นใจได้” สำหรับเลนส์เสริม
หนึ่งในจุดแข็งที่ทำให้เลนส์ Samyang แตกต่างในเวลานั้น คือการผลิตเลนส์ prime มุมกว้างและเลนส์เทเลที่มีรูรับแสงกว้าง ในราคาย่อมเยากว่าค่ายใหญ่ แต่ให้ความคมและสีสันที่ใช้งานจริงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น 14mm, 24mm, 35mm หรือ 85mm f/1.4 ที่กลายเป็นรุ่นขึ้นหิ้งของมือสมัครเล่นและมืออาชีพที่อยากได้คุณภาพโดยไม่ต้องแบกราคาค่าย
แบรนด์นี้เริ่มสร้างชื่อในกลุ่ม niche ที่เน้นภาพนิ่งคุณภาพสูงสำหรับการถ่ายพอร์ตเทรต, แลนด์สเคป และ astrophotography โดยที่ Samyang ยังไม่ต้องมีระบบออโต้โฟกัสหรือชิปอัจฉริยะใดๆ — แค่การเลือกกระจก, การเคลือบผิวเลนส์ และโครงสร้างที่แข็งแรง ก็เพียงพอแล้วที่จะ “ขอพื้นที่ในกระเป๋าช่างภาพ” ท่ามกลางสงครามเลนส์ยุคฟิล์ม
XP & Cine – เปิดการขายตรงคุณภาพโปร


ในช่วงปลายยุค 2000s Samyang เริ่มเปลี่ยนภาพลักษณ์จาก “เลนส์เสริมราคาย่อม” ไปสู่การเป็นผู้เล่นระดับจริงจังในตลาดมืออาชีพ โดยเปิดตัวซีรีส์ XP (eXtra Performance) ที่มุ่งเน้นคุณภาพระดับสูงสุดของทางแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Samyang XP 35mm f/1.2, 50mm f/1.2 หรือ 85mm f/1.2 ที่สร้างความฮือฮาในหมู่ผู้ใช้งานกล้อง DSLR แบบ Full Frame ด้วยความคม, ความใสของโบเก้ และการควบคุมแฟลร์ที่แม่นยำราวกับเลนส์ค่ายราคาสูง


พร้อมกันนั้น Samyang ยังบุกเข้าสู่ตลาดงานวิดีโออย่างเต็มรูปแบบ ด้วยซีรีส์ Cine / VDSLR ที่กลายเป็นจุดขายสำคัญสำหรับผู้ผลิตวิดีโออิสระหรือ filmmaker ที่ต้องการเลนส์ราคาสมเหตุสมผล แต่ได้ฟีลลิ่งระดับ cine lens เช่นการควบคุมระยะ focus แบบ manual ละเอียด, ฟันเฟืองปรับค่า T-stop ที่นิ่ม และองศาการหมุน focus กว้างสำหรับโฟกัสแม่นยำ เช่น 12mm T3.1, 35mm T1.5, 85mm T1.5 ที่กลายเป็นขาประจำของกลุ่มผู้ถ่ายหนัง low-budget, YouTuber, ไปจนถึงสาย wedding film
นี่คือช่วงเวลาที่ Samyang “ไม่ต้องหลบอยู่หลังแบรนด์อื่น” อีกต่อไป แต่เริ่มถูกเรียกตรงๆ ในฐานะเลนส์ระดับโปร ที่มีทั้ง DNA ของความจริงใจและคุณภาพที่เกินความคาดหวัง
ยุค DSLR โต – แลนด์สเคปและ astrophotography
เมื่อเข้าสู่ยุคกล้อง DSLR Samyang ตอบรับกระแสด้วยการเปิดตัวเลนส์ที่กลายเป็น “ไอคอนของยุค” โดยเฉพาะเลนส์ 14mm f/2.8 ที่เปิดตัวในปี 2009 ซึ่งโดดเด่นด้วยความคมทั่วเฟรม การควบคุม distortion ได้อย่างน่าทึ่ง และราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ กลายเป็นเลนส์ยอดนิยมในหมู่นักถ่าย แลนด์สเคป, astrophotography และสถาปัตยกรรม ทันที


ในปีเดียวกัน Samyang ยังเปิดตัวเลนส์ 8mm f/3.5 Fish-eye ที่เปลี่ยนวงการถ่ายภาพ ultra-wide ไปอย่างสิ้นเชิง เพราะให้มุมมองแปลกใหม่ในราคาที่ไม่ต้องคิดนาน แม้ในยุคที่หลายค่ายยังไม่มี fish-eye lens ของตัวเอง Samyang ก็กลายเป็นตัวเลือกหลักในกลุ่มนี้
ความสำเร็จไม่ได้หยุดแค่เสียงตอบรับจากผู้ใช้ แต่ยังรวมถึงรางวัลระดับนานาชาติ เช่น “Gear of the Year 2010” จาก Practical Photography (UK) ซึ่งยกให้ Samyang 85mm f/1.4 เป็นเลนส์ budget ที่ดีที่สุดในปี — นี่คือจุดที่ “Samyang” เริ่มไม่ได้เป็นแค่แบรนด์ทางเลือก แต่เป็น “ทางเลือกแรก” ของมือสมัครเล่นและโปรที่ต้องการคุณภาพจริงในราคาที่จับต้องได้
ยุค Mirrorless & AF มาแรง
เมื่อกล้อง mirrorless เริ่มแทนที่ DSLR อย่างจริงจังในช่วงปลายทศวรรษ 2010s Samyang ก็เดินหน้าเข้าสู่ยุค Autofocus (AF) อย่างเต็มตัว เริ่มจากเลนส์สำหรับ Sony E-Mount ซึ่งได้รับความนิยมสูง เช่น AF 14mm f/2.8, AF 35mm f/1.4, และ AF 85mm f/1.4 ที่ไม่เพียงพัฒนาให้ AF เร็วและแม่นขึ้น แต่ยังคงจุดเด่นเรื่องคอนทราสต์และสีสันในแบบ Samyang ที่ผู้ใช้เคยชิน
การขยับขยายไม่ได้หยุดอยู่ที่ Sony — Samyang ยังเป็นผู้ผลิตรายแรกๆ ที่ออกเลนส์ AF สำหรับ Canon RF-Mount และ Nikon Z-Mount แบบ third-party ก่อนที่ตลาดจะเปิดกว้างในภายหลัง รุ่นเด่นอย่าง AF 85mm f/1.4 RF และ AF 14mm f/2.8 Z ได้เสียงตอบรับดีจากทั้งกลุ่มมือโปรและ creator ที่ต้องการเลนส์คุณภาพดี โดยไม่ต้องจ่ายราคาเทียบเท่าเลนส์ค่าย
ปี 2023 Samyang สร้างความตื่นตะลึงอีกครั้งด้วย AF 35-150mm f/2-2.8 FE ซึ่งไม่ใช่แค่เลนส์ซูมอเนกประสงค์ แต่ให้รูรับแสงกว้างสุดถึง f/2 ที่ช่วง 35mm และ f/2.8 ที่ช่วง 150mm ในบอดี้ที่เล็กกว่าคู่แข่ง — กลายเป็นเลนส์ที่ได้รับคำชมมากจากสาย wedding, fashion, content creator ที่ต้องการเลนส์ all-in-one พร้อมคุณภาพแบบโปร
การเปลี่ยนผ่านสู่ AF ไม่ได้แค่เพิ่มยอดขาย แต่ยกระดับ “ภาพลักษณ์ของ Samyang” จากแบรนด์เลนส์แมนวลสู่วงการมืออาชีพอย่างมั่นใจ


เข้าร่วม L-Mount Alliance (2023)
กรกฎาคม 2023 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญอีกครั้ง — Samyang ประกาศเข้าร่วม L-Mount Alliance อย่างเป็นทางการ ร่วมกับพันธมิตรระดับยักษ์อย่าง Leica, Panasonic, Sigma และ DJI นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อหรือเข้าร่วมระบบ แต่คือการเปิดประตูเข้าสู่ ecosystem ที่เปิดกว้างแต่รักษาคุณภาพ อย่าง L-Mount อย่างเต็มตัว
การเข้าร่วมครั้งนี้หมายความว่า Samyang จะสามารถพัฒนาเลนส์ native สำหรับกล้อง L-Mount ได้อย่างราบรื่น และได้รับข้อมูลทางเทคนิคอย่างเป็นทางการ ช่วยให้สามารถสร้างเลนส์ที่ตอบสนองทั้ง autofocus, metadata และ compatibility ได้อย่างลึกซึ้ง
นอกจากนี้ ชื่อบริษัทยังเปลี่ยนเป็น LK Samyang Co., Ltd. โดย "LK" ย่อมาจาก “Leading Korea” สะท้อนเจตนารมณ์ใหม่ของบริษัทที่ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตเลนส์ราคาย่อมอีกต่อไป แต่เป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักระดับโลกที่พร้อมเข้าสู่ตลาดสูงสุดในทุกเซกเมนต์


รีแบรนด์เป็น LK Samyang และพันธมิตรใหม่ (2024–2025)
หลังจากปูทางกับ L-Mount Alliance ได้เพียงไม่กี่เดือน Samyang ก็เดินเกมใหญ่อีกครั้ง — ในเดือนมีนาคม 2024 บริษัทประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น "LK Samyang Co., Ltd." โดยคำว่า “LK” ย่อจาก Leading Korea สื่อถึงภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ที่ไม่เพียงเป็นเลนส์ทางเลือก แต่พร้อมเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีออปติกในระดับโลก
พร้อมกันนี้ LK Samyang ก็สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ด้วยการเปิดตัว AF 14-24mm f/2.8 FE ซึ่งไม่ได้เปิดตัวลำพัง แต่ เป็นความร่วมมือกับผู้ผลิตเลนส์ในตำนานจากเยอรมนี — Schneider-Kreuznach ซึ่งนับเป็นก้าวแรกของ Samyang ในการพัฒนาเลนส์ระดับเรือธงร่วมกับพันธมิตรยุโรป
นี่ไม่ใช่แค่การจับมือแบบ symbolic แต่เป็นการแชร์เทคโนโลยีทั้งทางออปติก, coating และการควบคุมคุณภาพระดับ broadcast ซึ่งผลลัพธ์คือเลนส์ที่ไม่เพียง sharp ทุกขอบภาพ แต่ยังควบคุม distortion, CA และ flare ได้ในระดับที่ช่างภาพมืออาชีพต้องหยุดดู
การรีแบรนด์ในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เปลี่ยนโลโก้ แต่เป็นการตั้งเข็มทิศใหม่ให้ชัดเจนว่า LK Samyang จะมุ่งหน้าสู่ “โลกของเลนส์โปรในราคาที่ยุติธรรม” ไม่ว่าจะอยู่ในมือของ cine crew หรือ content creator


Samyang วันนี้ (2025) – ครบทุกไลน์ อัดแน่นความคุ้ม
ปี 2025 คือช่วงเวลาที่ชื่อของ Samyang หรือในปัจจุบันคือ LK Samyang ก้าวเข้าสู่ภาพลักษณ์ “ผู้เชี่ยวชาญด้านเลนส์ทุกรูปแบบ” อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะการแตกไลน์สินค้าอย่างชัดเจนออกเป็น Autofocus (AF), Manual (MF), Cine (V-DSLR / XEEN), XP Series และ V-AF สำหรับวิดีโอ เพื่อรองรับทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและมืออาชีพสายโปรดักชัน
สำหรับสาย Autofocus — Samyang ยังคงเน้นเลนส์ขนาดกะทัดรัด ราคาสมเหตุผล แต่ให้คุณภาพระดับโปร เช่น
-
AF 18mm f/2.8 FE, AF 24mm f/2.8 FE, AF 35mm f/1.8 FE — สามเกลอขนาดเล็กในตำนานที่ยังครองใจสาย street และ content creator
-
AF 85mm f/1.4 FE II, AF 135mm f/1.8 FE, AF 50mm f/1.4 FE II — เลนส์ระดับโปรสำหรับสาย portrait ที่พัฒนา AF ให้แม่นขึ้นมากในรุ่น II
-
AF 35-150mm f/2-2.8 FE / L Mount — ซูมอเนกประสงค์ที่กำลังได้รับความนิยมแรงทั้งในสายภาพนิ่งและวิดีโอ
ฝั่ง Manual Focus ก็ยังมีขายเช่น MF 14mm f/2.8 MK2, MF 85mm f/1.4 MK2, และ 100mm f/2.8 ED UMC Macro สำหรับคนที่ต้องการความนิ่ง แม่น และ classic
กลุ่ม Cine Lens (V-DSLR MK2) ยังคงเป็นหนึ่งในจุดแข็งของ Samyang สำหรับกล้อง full-frame และ APS-C ด้วยรุ่นยอดนิยมอย่าง 24mm T1.5, 35mm T1.5, 50mm T1.5, 85mm T1.5 และ 100mm T3.1 ซึ่งทั้งหมดมาพร้อมฟันโฟกัส และดีไซน์แบบ unified ขนาดเลนส์ที่สะดวกต่อการเปลี่ยนเลนส์ในงานจริง
ซีรีส์ XP ยังวางขายในปีนี้ เช่น XP 10mm f/3.5, XP 35mm f/1.2, XP 50mm f/1.2, และ XP 85mm f/1.2 ซึ่งเป็น prime สำหรับผู้ต้องการคุณภาพออปติกสูงสุด
ในส่วน V-AF Series ที่เป็นเลนส์วิดีโอ AF สำเร็จรูป มีครบทั้ง 24mm, 35mm, 45mm, 75mm และ 100mm T2.3 ซึ่งได้รับความนิยมสูงในสาย multicam, live production และ gimbal
และสุดท้าย Remaster Slim RS Series ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นาน — เป็นเลนส์ prime ดีไซน์เรโทรสำหรับ Sony E Mount เน้นพกง่าย เบา และสวย ด้วย focal length อย่าง 21mm, 28mm, 31mm ซึ่งสื่อถึงการ “กลับไปที่ราก” ของการถ่ายภาพ
LK Samyang ในปี 2025 ไม่ใช่แค่เลนส์สำรองอีกต่อไป — แต่นี่คือแบรนด์ที่ออกแบบมาเพื่อ “เข้าใจกล้องแต่ละยุค” และตอบสนองจริงในทุกระดับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นสาย mirrorless, cine, หรือ creator มือใหม่ที่ต้องการคุณภาพในราคาที่ไม่เกินฝัน