How to เลือก Memory Card ยังไง? ไม่ให้ fail

เลือกเมมโมรี่การ์ดผิด งานพังไม่รู้ตัว คู่มือเลือกซื้อฉบับมืออาชีพ ครบจบในที่เดียว

หลายคนยอมทุ่มเงินหลักหมื่นหลักแสนไปกับกล้องและเลนส์ระดับเทพ แต่กลับมองข้ามอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่สำคัญที่สุดอย่าง เมมโมรี่การ์ด” (Memory Card) การเลือกการ์ดที่ไม่เหมาะสม ไม่ใช่แค่เรื่องของความจุที่เต็มเร็ว แต่มันคือความเสี่ยงที่อาจทำให้งานสำคัญของคุณหายไปในพริบตา

อาการฟ้อง... เมื่อการ์ดของคุณ "เอาไม่อยู่"

หากคุณเคยเจอปัญหาเหล่านี้ สาเหตุอาจไม่ได้มาจากกล้อง แต่มาจากเมมโมรี่การ์ด

  • กล้องหยุดบันทึกวิดีโอเอง เพราะการ์ดเขียนข้อมูลไม่ทันตาม Bitrate ของวิดีโอ
  • กล้องค้าง/ชัตเตอร์นิ่ง เมื่อถ่ายภาพรัว (Continuous Shot) แล้วบัฟเฟอร์เต็มเร็วเกินไป
  • ไฟล์เสีย (Corrupted File) เปิดในคอมพิวเตอร์ไม่ได้ หรือภาพแหว่ง
  • การ์ดร้อนจัด จนกล้องตัดการทำงานเพื่อป้องกันความเสียหาย

1. รู้จักประเภทการ์ด "ใส่ได้" ไม่ได้แปลว่า "ใช้ดี"

ก่อนจะดูความเร็ว สิ่งแรกคือต้องรู้ว่ากล้องของคุณใช้ "พอร์ต" แบบไหน เพราะต่อให้การ์ดเทพแค่ไหน ถ้าเสียบไม่ได้ก็จบ

  • SD Card (Standard Digital)  มาตรฐานยอดนิยมที่สุด แบ่งตามความจุ (ไม่ใช่ความเร็ว) ดังนี้

SD / SDHC ความจุ 4GB – 32GB

SDXC ความจุ 64GB – 2TB (เป็นมาตรฐานที่แนะนำสำหรับช่างภาพปัจจุบัน)

  • MicroSD Card จิ๋วแต่แจ๋ว มักใช้ใน Action Cam, โดรน หรือมือถือ จุดสำคัญคือ "ความเสถียร" เนื่องจากการใช้งานในโดรนหรือกล้องแอคชั่นมักมีการสั่นสะเทือนและความร้อนสูง การเลือกการ์ดเกรดต่ำอาจทำให้ไฟล์วิดีโอ 4K กระตุกได้

  • CFexpress (The Next Level) หัวใจของกล้องระดับโปร (High-end Mirrorless) แบ่งเป็น Type A (ขนาดเล็กกว่า มักใช้ใน Sony) และ Type B (ขนาดใหญ่กว่า มักใช้ใน Canon, Nikon, Panasonic) ให้ความเร็วเหนือกว่า SD Card หลายเท่าตัว เหมาะกับงานวิดีโอ 8K หรือ RAW Video

Type A

Type B

2. เลิกดูการ์ดที่ "สี" แต่ให้ดูที่ "สัญลักษณ์"

หลายคนติดภาพจำว่า การ์ดสีทองคือรุ่นโปร การ์ดสีแดงคือความแรง” แต่ในความเป็นจริง สีเป็นเพียงการตลาดของแต่ละแบรนด์ สิ่งที่การันตีประสิทธิภาพจริง ๆ คือสัญลักษณ์บนหน้าการ์ดเหล่านี้

  • ตัวเลข MB/s (Read Speed vs Write Speed)

ตัวเลขที่โชว์ตัวใหญ่ที่สุดบนหน้าการ์ด (เช่น 170MB/s) ส่วนใหญ่คือ "ความเร็วในการอ่าน" (Read Speed) ซึ่งช่วยให้คุณโอนไฟล์ลงคอมพิวเตอร์ได้เร็วขึ้น แต่ "ความเร็วในการเขียน" (Write Speed) ต่างหากที่เป็นตัวกำหนดว่ากล้องจะบันทึกภาพรัวหรือวิดีโอได้ลื่นไหลแค่ไหน

  • UHS-I vs UHS-II

UHS-I

มีแถบทองแดงแถวเดียว ราคาประหยัด เหมาะกับงานทั่วไป

UHS-II

มีแถบทองแดงสองแถว รับส่งข้อมูลเร็วกว่ามาก (ต้องเช็คว่ากล้องรองรับหรือไม่ หากกล้องไม่รองรับ การซื้อ UHS-II มาใช้จะได้ความเร็วเท่า UHS-I เท่านั้น)

  • V-Class (Video Speed Class)  หัวใจของสายวิดีโอ

นี่คือสัญลักษณ์ของความเร็วเขียนต่อเนื่องขั้นต่ำที่การ์ดการันตี

  • V30 เขียนขั้นต่ำ 30MB/s (เหมาะสำหรับ 4K ทั่วไป)
  • V60 / V90 เขียนขั้นต่ำ 60-90MB/s (จำเป็นมากสำหรับวิดีโอ 4K Bitrate สูง, 6K หรือ 8K)

3. ตารางสรุป เลือกการ์ดให้ตรงกับประเภทงาน

4. เคล็ดลับการเลือกซื้อแบบ "ไม่พลาด"

  • เช็คคู่มือกล้องเสมอ กล้องแต่ละรุ่นมีเพดานความเร็วที่รับได้ การซื้อการ์ดที่แรงเกินไปอาจเสียเงินเปล่า แต่การซื้อที่ต่ำเกินไปจะทำให้กล้องทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
  • เลือกแบรนด์ที่ไว้ใจได้ ยี่ห้ออย่าง SanDisk, Lexar, ProGrade หรือ Kingston มีการรับประกันและมาตรฐานการผลิตที่เสถียรกว่าการ์ดโนเนม
  • อย่าเน้นของถูก การ์ดราคาถูกผิดปกติมักจะเป็นของปลอม ซึ่งเสี่ยงต่อการที่ข้อมูลจะสูญหายทั้งหมด

บทสรุป

เมมโมรี่การ์ดอาจเป็นอุปกรณ์ชิ้นที่เล็กที่สุดในกระเป๋ากล้องของคุณ แต่มันคือ "หัวใจ" ของการบันทึกความทรงจำและผลงาน "เลือกการ์ดถูก งานลื่นไหล เลือกการ์ดผิด งานพังไม่รู้ตัว"