Fujifilm เปิดตัวกล้อง instax mini Evo Cinema ดีไซน์ย้อนยุคพร้อมฟีเจอร์บันทึกวิดีโอ

กล้อง instax™ ที่ถ่ายวิดีโอและ “ส่งต่อ” ความประทับใจผ่านภาพพิมพ์ instax™ ได้! เพลิดเพลินกับประสบการณ์ข้ามเวลาด้วยเอฟเฟกต์ “Eras Dial™” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุคสมัยต่าง ๆ

ฟูจิฟิล์ม คอร์ปอเรชั่น ประกาศเปิดตัวกล้อง “instax mini Evo Cinema™” (mini Evo Cinema) สมาชิกใหม่ในตระกูลกล้องไฮบริดอินสแตนท์ “Evo series” โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นวันที่ 30 มกราคม 2026

กล้องตระกูล “Evo Series” เป็นกล้องไฮบริดที่ให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพพร้อมเช็กรูปผ่านหน้าจอ LCD ด้านหลัง เลือกรูปที่ชอบที่สุดเพื่อสั่งพิมพ์ และสนุกไปกับประสบการณ์การถ่ายภาพที่สมจริงผ่านเอฟเฟกต์สร้างสรรค์ที่หลากหลาย

instax mini Evo Cinema สามารถบันทึกได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยตัวกล้องจะแปลงข้อมูลวิดีโอเป็น QR code และพิมพ์ลงบนภาพ instax™ พร้อมกับเฟรมภาพนิ่งที่ตัดมาจากวิดีโอ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถ “ส่งต่อวิดีโอ” ให้แก่กันได้ การเปลี่ยนวิดีโอให้เป็นภาพพิมพ์ไม่เพียงแต่ช่วยเก็บรักษาความทรงจำล้ำค่าให้อยู่ในรูปแบบที่จับต้องได้ แต่ยังสามารถย้อนกลับมาดูวิดีโอได้ทุกเมื่อเพียงแค่สแกน QR code

ฟีเจอร์เด่นของ “instax mini Evo Cinema™”

1.บันทึกวิดีโอและส่งต่อผ่าน QR Code บนภาพพิมพ์ บันทึกวิดีโอความยาวสูงสุด 15 วินาทีด้วยการควบคุมที่ง่ายดาย เพียงกดปุ่มชัตเตอร์ค้างเพื่อบันทึกและปล่อยเพื่อหยุดชั่วคราว สามารถตัดต่อหลายช็อตได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้สามารถเลือกฉากที่ชอบที่สุดมาพิมพ์พร้อม QR code เมื่อสแกนผ่านสมาร์ทโฟน วิดีโอจะเล่นพร้อมเฟรม instax™ หรือดาวน์โหลดเพื่อแชร์ลงโซเชียลมีเดียได้ทันที

2. เอฟเฟกต์ “Eras Dial™” แรงบันดาลใจจากยุคสมัยต่างๆ มาพร้อมเอฟเฟกต์ 10 รูปแบบ เช่น “1960” ที่ได้แรงบันดาลใจจากกล้องฟิล์ม 8 มม. และ “1970” ที่ให้กลิ่นอายจอทีวีสีสมัยก่อน แต่ละเอฟเฟกต์ปรับระดับความเข้มข้นได้ 10 ระดับ รวมการสร้างสรรค์ได้ถึง 100 รูปแบบ นอกจากภาพแล้ว เสียงยังถูกปรับแต่งให้มีเอกลักษณ์ตามยุคสมัย (เช่น เสียงเฟืองฟิล์มหมุน) มองเห็นและได้ยินเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปจริงๆ

3. ดีไซน์ที่ยกระดับการถ่ายภาพด้วยกริปแนวตั้งและสัมผัสแบบอนาล็อก ตัวกล้องดีไซน์พรีเมียมสีดำ-เทา ใช้กริปแนวตั้งที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “FUJICA Single-8” กล้อง 8 มม. ในตำนานปี 1965 มาพร้อมปุ่มหมุน “Eras Dial™” ที่มีเสียงคลิกขณะหมุน และ “คันโยกสั่งพิมพ์” (Print Lever) ที่ให้ความรู้สึกเหมือนการขึ้นฟิล์มแบบอนาล็อก นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมอย่าง ช่องมองภาพ (Viewfinder) และ กริปจับ (Grip Attachment) เพื่อความมั่นคงในการถ่าย

4. แอปพลิเคชันเฉพาะสำหรับการตัดต่อและสั่งพิมพ์ แอปพลิเคชันรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi เพื่อการส่งข้อมูลที่รวดเร็ว ผู้ใช้สามารถรวมคลิปวิดีโอหลายตัวเข้าด้วยกัน (สูงสุด 30 วินาที) ใส่เทมเพลตเปิด-ปิดฉากแบบภาพยนตร์ หรือใช้เทมเพลต “Poster Template” เพื่อสร้างภาพพิมพ์ที่มีหน้าตาเหมือนโปสเตอร์หนัง รวมถึงฟังก์ชัน “Direct Print” ที่เปลี่ยนกล้องให้เป็นเครื่องพิมพ์ภาพจากสมาร์ทโฟนได้โดยตรง

ข้อมูลทางเทคนิค (Specifications)

  • เซนเซอร์รับภาพ: CMOS ขนาด 1/5 นิ้ว พร้อมฟิลเตอร์สีหลัก (Primary color filter)

  • ความละเอียดใช้งานจริง: ประมาณ 5 ล้านพิกเซล

ความละเอียดการบันทึก:

  • ภาพนิ่ง: 1,920 times 2,560 พิกเซล

  • วิดีโอ: 600 times 800 / 1,080 times 1,440 พิกเซล

  • อัตราเฟรมวิดีโอ (Frame Rate): 24fps

  • สื่อบันทึกข้อมูล: หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง, การ์ดหน่วยความจำ microSDXC

  • เลนส์: ทางยาวโฟกัส 28 มม. (เทียบเท่าระยะฟิล์ม 35 มม.) รูรับแสง F2

  • ระบบโฟกัสอัตโนมัติ: Single AF, ระบบตรวจจับใบหน้า (Face Detection AF)

  • ระยะโฟกัส: 10 ซม. ถึงระยะอนันต์ (Infinity)

  • ความไวแสง (ISO): ISO 100 ถึง 1600

  • การควบคุมค่าแสง: Program AE

  • การชดเชยแสง: -2.0EV ถึง +2.0EV(ปรับได้ขั้นละ 1/3EV)

ฟังก์ชันการพิมพ์: * ความละเอียดการพิมพ์ 1,600 \times 600 จุด (หากสั่งพิมพ์จากแอปสมาร์ทโฟนจะเป็น 800 \times 600 จุด)

  • การไล่เฉดสี 256 ระดับต่อสี (RGB)