ในโลกของการสร้างสรรค์คอนเทนต์ยุคปัจจุบัน อุปกรณ์ส่องสว่างไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ในสตูดิโออีกต่อไป amaran ได้ตอกย้ำแนวคิดนี้อีกครั้งด้วยการเปิดตัว Amaran Ray Series ตระกูลไฟ Full-color COB รุ่นเรือธงที่ผสมผสานระหว่าง "พลังทำลายล้าง" ของความสว่างและ "ความประณีต" ของคุณภาพแสงไว้อย่างลงตัว โดยการมาถึงของซีรีส์นี้เปรียบเสมือนการนำเทคโนโลยีระดับไฮเอนด์มาไว้ในมือของครีเอเตอร์ทุกระดับ ตั้งแต่ YouTuber สายลุยไปจนถึงทีมโปรดักชั่นระดับมืออาชีพ
หัวใจสำคัญที่เป็นตัวชูโรงของ Ray Series คือนวัตกรรม OmniColor Light Engine ซึ่งเป็นการออกแบบชิปกำเนิดแสงใหม่ทั้งหมดเพื่อลบจุดบอดเดิมๆ ของไฟ RGB ทั่วไป amaran ได้ตัดสินใจเพิ่มตัวปล่อยแสงสีคราม (Indigo) เข้าไปในสเปกตรัมแสง ร่วมกับการขยายช่วงสีแดงและน้ำเงินให้กว้างขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือแสงที่มีความต่อเนื่องและสมดุลสูงมาก โดยมีค่า SSI (Tungsten) สูงถึง 87 และ SSI (D56) ที่ 80 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งสำหรับไฟในระดับราคานี้ สิ่งนี้ช่วยให้การถ่ายทำที่เน้นสีผิว (Skin Tone) มีความสมจริงและจัดการสีหลังบ้านได้ง่ายขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
นอกจากคุณภาพแสงที่ยอดเยี่ยม amaran ยังยกระดับความอึดด้วยมาตรฐาน IP54 Weather Resistance ในทุกรุ่นของซีรีส์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มักจะพบในไฟรุ่นโปรราคาแพงเท่านั้น ความสามารถในการป้องกันฝุ่นและละอองน้ำนี้ช่วยให้ครีเอเตอร์ไม่ต้องหยุดการถ่ายทำเพียงเพราะสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทำกลางสายฝนปรอยๆ หรือในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นละอองมาก ตัวเครื่องได้รับการออกแบบมาให้ทนทานและพร้อมรับมือกับสถานการณ์หน้างานที่คาดเดาไม่ได้

สำหรับรุ่นเล็กอย่าง Amaran Ray 60c และ Amaran Ray 120c นั้นถูกนิยามใหม่ในเรื่องของความพกพา ด้วยตัวเครื่องที่บางและน้ำหนักเบาเพียงครึ่งกิโลกรัมเศษ แต่กลับให้ความสว่างที่สูงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างมหาศาล โดยเฉพาะรุ่น 120c ที่มีขนาดเล็กลงถึง 85% เมื่อเทียบกับรุ่น 150c แต่ให้กำลังไฟที่มากกว่าเดิม ระบบการทำงานถูกออกแบบมาให้เป็นมิตรกับการเดินทางอย่างที่สุดผ่านการรองรับ USB-C PD และระบบแบตเตอรี่แบบไร้สาย amaran Peak ที่ช่วยให้การถ่ายทำแบบ Handheld หรือการเดินถือไฟทำได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องมีสายไฟระโยงระยางให้ยุ่งยาก

ในขณะที่รุ่นใหญ่อย่าง Amaran Ray 360c และ Amaran Ray 660c ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของไฟสตูดิโอด้วยดีไซน์แบบ All-in-one Monolight ซึ่งเป็นการรวมเอาภาคจ่ายไฟและชุดควบคุมไว้ในตัวเครื่องเดียว ทำให้กองถ่ายดูสะอาดตาและคล่องตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะรุ่น 660c ที่ขึ้นแท่นเป็นไฟ COB ที่สว่างที่สุดเท่าที่ amaran เคยผลิตมา พร้อมทั้งรองรับการควบคุมผ่าน DMX สำหรับงานสเกลใหญ่ที่ต้องการความแม่นยำสูง
การมาของ amaran Ray Series จึงไม่ใช่เพียงแค่การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการประกาศยุคสมัยใหม่ที่ความแตกต่างระหว่างอุปกรณ์ระดับสมัครเล่นและระดับอาชีพเริ่มจางหายไป ด้วยเทคโนโลยี OmniColor ที่ให้สีสันแม่นยำ ความทนทานระดับ IP54 และความคล่องตัวในการใช้งานที่ครอบคลุมทุกมิติ ทำให้ไฟซีรีส์นี้เป็นตัวเลือกที่ยากจะปฏิเสธสำหรับใครก็ตามที่ต้องการแสงคุณภาพระดับภาพยนตร์ในแพ็กเกจที่พกพาไปได้ทุกที่ทุกเวลา
สรุปข้อมูลสเปกที่สำคัญของ amaran Ray Series ทั้ง 4 รุ่น
เทคโนโลยีหลัก (Core Features)
-
Light Engine: OmniColor (RGBWW + Indigo) ให้สเปกตรัมแสงที่สมบูรณ์และสีผิวแม่นยำ
-
Color Accuracy: SSI (Tungsten) 87 / SSI (D56) 80 / CCT 2,300K - 10,000K (ขยายได้ถึง 1,800K - 20,000K)
-
Durability: มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP54 ทุกรุ่น
- Control: รองรับแอป amaran (NFC Tap-to-pair), ปุ่มควบคุม FlowTurn และ DMX (เฉพาะรุ่นใหญ่)
รุ่นพกพา: Ray 60c & 120c
เน้นความบางเบาและคล่องตัวสูง เหมาะกับงานนอกสถานที่และ Creator สาย Solo
-
Ray 60c: กำลังไฟ 60W (กินไฟ 75W) / หนัก 528 กรัม / บางเพียง 4.4 ซม.
-
Ray 120c: กำลังไฟ 120W (กินไฟ 140W) / หนัก 599 กรัม / ขนาดเล็กลงจากเดิม 85%
-
Mount: Bowens Mount ขนาดมาตรฐาน (แม้ตัวไฟจะเล็กมาก)
-
Power: รองรับ DC Adapter, แบตเตอรี่ amaran Peak (ไร้สาย) และ USB-C PD
-
Included: มาพร้อมชุด Kit (Softbox, Grid, Diffuser, กระเป๋า)
รุ่นสตูดิโอ: Ray 360c & 660c
เน้นกำลังไฟสูงและดีไซน์แบบ Monolight ที่รวมชุดควบคุมไว้ในตัว (All-in-one)
-
Ray 360c: กำลังไฟ 360W (กินไฟ 410W) / หนัก 3.3 กก. / สว่างกว่ารุ่น 300c เดิม 80%
-
Ray 660c: กำลังไฟ 660W (กินไฟ 750W) / หนัก 5.7 กก. / เป็นไฟ amaran ที่สว่างที่สุดในปัจจุบัน
-
Design: ไม่มีกล่อง Control Box แยก ช่วยลดสายระโยงระยางและประหยัดพื้นที่เซตอัป
-
Control: รองรับ DMX ผ่านอะแดปเตอร์ USB-C to 5-Pin
-
High-Speed Mode: รองรับการถ่ายภาพหรือวิดีโอเฟรมเรตสูงโดยไม่เกิดอาการ Flicker