Sony a7 V ยุคของ 'Partially Stacked' กล้อง Hybrid 33MP ที่เร็วที่สุดในตลาด

Sony เปิดตัว Sony a7 V ความสมดุลของการแข่งขันครั้งนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะ Sony ไม่ได้มองกล้องรุ่นนี้เป็นเพียงการอัปเกรดเล็กน้อยแบบเดิม หากแต่คือการยกเครื่องกลไกสำคัญในระดับพื้นฐาน ด้วยการนำเทคโนโลยีเซ็นเซอร์แบบ Partially Stacked Exmor RS ความละเอียด 33 ล้านพิกเซลมาใช้ ซึ่งทำให้อัตราการอ่านข้อมูลเร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า และปลดล็อกคุณสมบัติที่เคยจำกัดอยู่ในซีรีส์ระดับสูงอย่าง Sony a9 หรือ Sony a1 ให้มาอยู่ในกล้องไฮบริดระดับกลางรุ่นนี้ได้แบบเต็มที่

หัวใจใหม่: เซ็นเซอร์ Partially Stacked Exmor RS™ 33MP

กุญแจสำคัญที่ทำให้ Sony a7 V แตกต่างจากรุ่นพี่อย่าง Sony a7 IV คือการนำเทคโนโลยี "Partially Stacked" Exmor RS CMOS Sensor ความละเอียด 33.0 ล้านพิกเซล มาใช้ โดยเซ็นเซอร์นี้มีวงจรความเร็วสูงอยู่เหนือและใต้ชั้นรับภาพ ส่งผลให้ความเร็วในการอ่านข้อมูลเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึงประมาณ 4.5 เท่า

ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่งมาก กล้องสามารถทำความเร็วชัตเตอร์สูงสุดได้ถึง 1/16000 วินาที และสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ได้สูงสุดถึง 30 เฟรมต่อวินาที (Blackout-free) พร้อมการติดตาม AF/AE อย่างเต็มรูปแบบ เซ็นเซอร์ยังให้ Dynamic Range สูงสุดถึง 16 สต็อป พร้อม Gradation ที่ราบรื่น ช่วยในการประมวลผล HDR ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ความเร็วในการอ่านข้อมูลเซ็นเซอร์ที่เร็วขึ้นยังช่วยลดปัญหา Rolling Shutter ลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์และการถ่ายวิดีโอ 4K มีคุณภาพที่ดีขึ้น

Bionz XR2: พลัง AI ที่เป็นหนึ่งเดียว

Sony a7 V ใช้เอนจิ้นประมวลผล BIONZ XR2™ ที่รวมเอาหน่วยประมวลผล AI ของกล้องซีรีส์ $\alpha$ รุ่นล่าสุดเข้ามาไว้ด้วยกัน ซึ่งนำมาซึ่งการปรับปรุงที่ครอบคลุมทั้งคุณภาพของภาพ, เสียง และประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม

ในส่วนของระบบโฟกัส AI Real-time Recognition AF ได้รับการปรับปรุงการรู้จำดีขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับ Sony a7 IV โดยใช้เทคโนโลยี Human Pose Estimation ทำให้กล้องสามารถรู้จำดวงตา ร่างกาย และตำแหน่งศีรษะของมนุษย์ได้อย่างน่าเชื่อถือ แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย ระบบยังรองรับการรู้จำวัตถุที่หลากหลายยิ่งขึ้น ได้แก่ [Human], [Animal], [Bird], [Insect], [Car/Train] และ [Airplane] และมีโหมด [Auto] ที่ตรวจจับประเภทวัตถุโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรู้จำสัตว์และนกยังได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นถึง 30% และ 50% ตามลำดับ นอกจากนี้ ระบบ AF ความหนาแน่นสูง ตรวจจับระยะระนาบโฟกัส 759 จุด ครอบคลุมพื้นที่ภาพประมาณ 94% และมีความแม่นยำสูงในที่แสงน้อยถึง EV-4.0 (ในโหมด AF-S) ส่วนเรื่องสี การปรับปรุง White Balance (AWB) ด้วยเทคโนโลยี Deep Learning ทำให้กล้องสามารถประเมินสีของแหล่งกำเนิดแสงได้แม่นยำและเสถียรยิ่งขึ้น แม้ในสภาพแสงที่ซับซ้อน

คุณสมบัติด้านภาพนิ่งขั้นสูง

สำหรับช่างภาพนิ่ง กล้องมีฟังก์ชันใหม่ Composite RAW ที่ให้การถ่ายภาพ RAW หลายภาพเพื่อนำไปรวมกันบนคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีตัวเลือก [NR Shooting] สำหรับภาพ Noise ต่ำที่ความละเอียดสูง และ [Shooting for HDR] ที่สามารถรวมภาพได้ 4, 8 หรือ 16 ภาพที่ 30 fps นอกจากนี้ ผู้ใช้ Imaging Edge Desktop ยังสามารถใช้ฟีเจอร์ Extended RAW Processing ในการพัฒนาไฟล์ RAW เพื่อให้ได้ Noise ต่ำเป็นพิเศษ ([Extended NR]) หรือเพิ่มจำนวนพิกเซลเป็น 4 เท่า ([Extended Hi-Res]) ระบบ กันสั่น 5 แกน ในตัวกล้องได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงถึง 7.5 สต็อป ที่จุดศูนย์กลาง และ 6.5 สต็อปที่ขอบภาพ ทำให้สามารถถ่ายภาพแบบถือกล้องด้วยมือได้อย่างมั่นใจ และยังรองรับรูปแบบ RAW ที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ [Compressed (HQ)] และ [Compressed] ซึ่งให้คุณภาพของภาพสูงในไฟล์ขนาดเล็กลงที่จัดการได้ง่ายขึ้น

การบันทึกวิดีโอที่ละเอียดและราบรื่น

ในส่วนของวิดีโอ โปรเซสเซอร์ BIONZ XR2 และเซ็นเซอร์ Exmor RS ทำให้การบันทึก 7K Oversampled 4K 60p ทำงานแบบ Full Pixel Readout โดยไม่มี Pixel Binning ทำให้ได้ข้อมูลมากกว่า 4K ถึง 3.3 เท่า และบีบอัดเป็นภาพ 4K ที่ละเอียดเป็นพิเศษ กล้องยังรองรับ High Frame Rate 4K 120p และ Full HD สูงสุด 240 fps ทำให้สามารถสร้างวิดีโอ Slow Motion 5x และ 10x ได้อย่างง่ายดาย การป้องกันภาพสั่นไหวในโหมด Active ได้รับการเสริมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ใน Dynamic Active Mode ซึ่งช่วยปรับปรุงการกันสั่นได้มากกว่า Active Mode เพียงอย่างเดียวถึง 30% ทำให้ภาพมีความเสถียรแม้ในขณะวิ่งหรือเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และยังมีฟังก์ชัน การลดเสียงรบกวนในตัวกล้อง ที่จะช่วยลดเสียงรบกวนต่อเนื่อง เช่น เสียงลม หรือเสียงกลไกของเลนส์ Power Zoom

การเชื่อมต่อและคุณสมบัติด้าน Body

ในด้านบอดี้ Sony a7 V มาพร้อมกับ จอภาพ 4 แกน ซึ่งเป็นจอ LCD แบบ Multi-angle ขนาด 3.2 นิ้ว ความละเอียด 2.1 ล้านจุด ที่ไวต่อการสัมผัส และสามารถปรับหมุนได้ 4 ทิศทาง (98° ขึ้น, 40° ลง, 180° ข้าง, 270º หมุน) เพิ่มความยืดหยุ่นในการถ่ายภาพ ตัวกล้องใช้ Magnesium Alloy น้ำหนักเบาแต่มีความแข็งแกร่งสูง และได้รับการออกแบบให้ ทนทานต่อฝุ่นและความชื้น ช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์เป็นแบบ Quad-VGA OLED ความละเอียด 3.68 ล้านจุด ให้ภาพที่ชัดเจน การเชื่อมต่อก็ทันสมัยด้วย Wi-Fi ขั้นสูง ที่รองรับ (IEEE 802.11ax) พร้อม 2x2 MIMO และความถี่ 5 GHz และ 6 GHz เพื่อการถ่ายโอนแบบไร้สายที่รวดเร็วและเสถียร นอกจากนี้ยังรองรับ Live Streaming สูงสุด 4K 30p ผ่าน USB (UVC/UAC) หรือเครือข่าย LAN/Wi-Fi รวมถึงการรองรับโปรโตคอล RTMP, RTMPS และ SRT

สรุป: กล้องไฮบริดที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ใช้ Sony

Sony a7 V คือกล้องที่ "มาเพื่อทวงคืน" มันได้หยิบยืมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจากกล้องเรือธง (AF, Pre-Capture, เซ็นเซอร์เร็ว) มาใส่ไว้ในกล้องระดับ Enthusiast ด้วยราคาที่สมเหตุสมผลที่ประมาณ $2899 สำหรับช่างภาพ E-mount ที่ต้องการกล้องความละเอียดสูง 33MP พร้อมความเร็วในการถ่ายภาพที่เหนือกว่ากล้องทุกตัวในระดับเดียวกัน และยังสามารถถ่ายวิดีโอ 4K/60p ที่เชื่อถือได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อน Sony a7 V คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในปัจจุบัน และเป็นข้อพิสูจน์ว่ายุคของเซ็นเซอร์ 'Partially Stacked' ได้ยกระดับมาตรฐานของกล้องไฮบริดให้สูงขึ้นไปอีกขั้นแล้ว