DJI ได้เปิดตัวไม้กันสั่นสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด Osmo Mobile 8 (OM 8) ซึ่งเป็นการอัปเกรดที่ละเอียดอ่อนแต่ทรงพลังจากรุ่นก่อนหน้า โดยเฉพาะการเพิ่มความสามารถด้านการเคลื่อนที่และการติดตามวัตถุด้วย AI ที่ชาญฉลาดกว่าเดิม หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์ชิ้นเดียวที่สามารถยกระดับวิดีโอจากมือถือให้ดูเป็นมืออาชีพได้ทันที นี่คือทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ Osmo Mobile 8
การอัปเกรดครั้งสำคัญที่ทำให้ OM 8 ฉลาดกว่าเดิม
DJI Osmo Mobile 8 ยังคงใช้เทคโนโลยีกันสั่น 3 แกนอันเป็นเอกลักษณ์ในรุ่นที่ 7 เพื่อมอบฟุตเทจที่นิ่งและราบรื่นตามมาตรฐานของ DJI แต่ได้เพิ่มฟีเจอร์สำคัญที่มอบความยืดหยุ่นและการควบคุมที่เหนือกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเคลื่อนที่และการติดตามวัตถุ
อิสระแห่งการเคลื่อนที่: การหมุนแพน 360 องศาแบบไร้ขีดจำกัด
ฟีเจอร์ใหม่ที่โดดเด่นที่สุด คือ Seamless 360° Pan Rotation ซึ่งเป็นครั้งแรกในตระกูล Osmo Mobile ที่แกนแพน (Pan Axis) สามารถหมุนในแนวนอนได้รอบทิศทางแบบไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้การถ่ายภาพพาโนรามาที่กว้างสุดสายตา และการถ่ายวิดีโอติดตามวัตถุแบบวนเป็นวงกลมทำได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น นอกจากนี้ OM 8 ยังมาพร้อมกับ Ultra-Comfortable Grip ที่ออกแบบด้ามจับให้มีสัมผัสที่สบายและมั่นคงยิ่งขึ้น แม้จะต้องเอียงกิมบอลลงเพื่อถ่ายวิดีโอในมุมต่ำ (Low-Angle) เช่น การถ่ายภาพเด็กหรือสัตว์เลี้ยงในระดับสายตาของพวกเขา
ระบบติดตามอัจฉริยะ (AI Tracking) ที่ครอบคลุมทุกการสร้างสรรค์
DJI Osmo Mobile 8 นำเสนอทางเลือกในการติดตามวัตถุที่ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้สร้างคอนเทนต์ โดยเฉพาะการรองรับเทคโนโลยีใหม่ที่สำคัญอย่าง Apple DockKit สำหรับผู้ใช้ iPhone นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะช่วยให้สามารถใช้ฟังก์ชันติดตามวัตถุอัจฉริยะได้ โดยตรงผ่านแอปกล้องถ่ายรูป (Native Camera App) ของ iPhone หรือแอป iOS อื่น ๆ กว่า 200 แอปที่รองรับ DockKit โดยไม่จำเป็นต้องเข้าแอป DJI Mimo
นอกจากนี้ Multifunctional Module ซึ่งเป็นโมดูลเสริมที่ติดตั้งมาพร้อมกับ DJI Osmo Mobile 8 ก็ได้รับการอัปเกรดให้มีความสามารถในการติดตาม สุนัขและแมว (Pet Tracking) เพิ่มเติมนอกเหนือจากการติดตามมนุษย์ ทำให้คุณไม่พลาดทุกโมเมนต์น่ารักของเพื่อนซี้สี่ขา ส่วนผู้ใช้ Android และ iOS ยังคงใช้งาน ActiveTrack 7.0.1 ผ่านแอป DJI Mimo ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการติดตาม AI ที่แม่นยำยิ่งขึ้น สามารถติดตามคน สัตว์ หรือวัตถุได้อย่างเสถียรแม้ในสถานการณ์ที่ท้าทายหรือมีสิ่งกีดขวาง โดยใช้ฟีเจอร์ Dual Lens Boost เพื่อผสานการทำงานของเลนส์ Wide-angle และ Telephoto เข้าด้วยกัน
โมดูลมัลติฟังก์ชัน: อุปกรณ์เสริมในตัวที่ครบจบ
อุปกรณ์เสริมขนาดเล็กที่เรียกว่า Multifunctional Module คือหัวใจสำคัญที่ทำให้กิมบอลรุ่นนี้มีความสามารถที่หลากหลายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยรวมฟังก์ชันสำคัญสามอย่างไว้ในชิ้นเดียว
โมดูลนี้ทำให้การติดตามวัตถุทำงานได้ โดยตรงในแอปกล้องถ่ายรูปหลักของสมาร์ทโฟน หรือแอปกล้องถ่ายรูปภายนอก โดยไม่ต้องพึ่งพาแอป DJI Mimo นอกจากนี้การติดตั้งโมดูลยังปลดล็อก Gesture Control ให้คุณควบคุมกิมบอลด้วยท่าทางได้ง่าย ๆ เช่น การโชว์ฝ่ามือเพื่อเริ่มหรือหยุดการติดตาม การทำสัญลักษณ์ "V" เพื่อถ่ายภาพ หรือการทำสัญลักษณ์ "Double L" เพื่อปรับเฟรมให้วัตถุอยู่กึ่งกลาง
ในด้าน แสงและเสียง โมดูลนี้มี Fill Light ซึ่งเป็นไฟเสริม LED ในตัวที่สามารถปรับความสว่างได้ 8 ระดับ และปรับอุณหภูมิสีได้ระหว่าง 2500K ถึง 6000K ช่วยให้คุณสร้าง Mood & Tone ของวิดีโอได้ง่ายในสภาพแสงน้อย และยังทำหน้าที่เป็น Microphone Receiver โดยมี Bluetooth ในตัวโมดูลเพื่อรับสัญญาณเสียงจากไมโครโฟนไร้สายของ DJI (Mic 3, Mic 2, และ Mic Mini) ได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตัวรับสัญญาณแยก ทำให้ชุดอุปกรณ์มีความกะทัดรัดยิ่งขึ้น
ดีไซน์และประสบการณ์การใช้งาน
DJI Osmo Mobile 8 ยังคงรักษามาตรฐานงานประกอบระดับพรีเมียมไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมีด้ามจับเคลือบเทฟลอนและขอบยางแข็งที่ยึดโทรศัพท์ได้อย่างแน่นหนา การกระจายน้ำหนักทำได้ดีมาก ทำให้สามารถถือถ่ายวิดีโอได้ยาวนานโดยไม่รู้สึกเมื่อยล้า การตั้งค่าก็ง่ายและรวดเร็ว โดยรองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบเสียบสาย USB-C และไร้สายผ่าน Bluetooth 5.3 ซึ่งผู้ทดสอบยืนยันว่าทำงานได้อย่างราบรื่นไม่มีความหน่วง
เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน DJI Osmo Mobile 8 มาพร้อมกับ ขาตั้ง (Tripod) และ ไม้ต่อ (Extension Rod) ในตัวที่สามารถยืดได้สูงสุดถึง 8.46 นิ้ว (215 มม.) ทำให้พร้อมสำหรับการถ่าย Vlog หรือการถ่ายภาพหมู่ทันที นอกจากนี้ยังมีการนำ วงล้อด้านข้าง (Side Wheel) กลับมาใช้เพื่อการควบคุมที่รวดเร็ว ช่วยให้คุณปรับความยาวโฟกัสและซูมเข้า/ออกได้ง่าย
ข้อมูลทางเทคนิคและข้อสรุปที่น่าสนใจ
DJI Osmo Mobile 8 มีน้ำหนักรวมอุปกรณ์ทั้งหมดประมาณ 13.05 ออนซ์ (370 กรัม) และสามารถพับเก็บให้มีขนาดกะทัดรัดเพียง 7.48 x 3.74 x 1.81 นิ้ว ทำให้พกพาได้สะดวก มันรองรับสมาร์ทโฟนที่มีความกว้างระหว่าง 2.63 ถึง 3.3 นิ้ว (67-84 มม.) และสามารถรองรับน้ำหนักโทรศัพท์ได้สูงสุด 10.5 ออนซ์
ประสิทธิภาพแบตเตอรี่
แบตเตอรี่ความจุ 3,350mAh สามารถใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุด 10 ชั่วโมง และพอร์ต USB-C สามารถใช้เป็นเอาต์พุตเพื่อ ชาร์จสมาร์ทโฟน ได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ควรทราบว่าหากเปิดใช้งานฟีเจอร์ Intelligent Tracking เวลาใช้งานจะลดลงเหลือประมาณ 5 ชั่วโมง และหากเปิด Fill Light ด้วยความสว่างสูงสุด เวลาใช้งานจะลดลงเหลือ 4 ชั่วโมง โดยมีเวลาชาร์จกลับจนเต็มประมาณ 2.5 ชั่วโมง
ศักยภาพผ่านแอป DJI Mimo
แม้ว่า DockKit จะช่วยให้ผู้ใช้ iPhone สะดวกสบาย แต่แอป DJI Mimo ก็ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพเต็มที่ของ OM 8 เช่น โหมดสร้างสรรค์อย่าง Time-Lapse, DynamicZoom และ ShotGuides ที่ช่วยแนะนำการถ่ายทำสำหรับมือใหม่ นอกจากนี้ แอปยังรองรับการควบคุมระยะไกลผ่าน Apple Watch อีกด้วย
บทสรุป
DJI Osmo Mobile 8 ไม่เพียงแค่เป็นการปรับปรุงด้านเสถียรภาพเท่านั้น แต่เป็นการเพิ่มความฉลาดและความยืดหยุ่นในการทำงานผ่าน Multifunctional Module และการรองรับ Apple DockKit ที่ทำให้การสร้างสรรค์วิดีโอคุณภาพสูงบนมือถือเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการฟุตเทจที่นิ่งและราบรื่น รวมถึงคนรักสัตว์ที่ต้องการบันทึกวิดีโอสัตว์เลี้ยงของตนเอง หากคุณกำลังมองหาไม้กันสั่นระดับพรีเมียมที่มอบทั้งงานประกอบที่ยอดเยี่ยม การควบคุมที่สบายมือ และฟีเจอร์ AI Tracking ที่แม่นยำที่สุดในตลาด Osmo Mobile 8 คือคำตอบที่คุณตามหา



