ในปี 2025 นี้ โดรน Dji ก็ยังคงเป็นผู้นำในตลาดโดรนระดับโลกอย่างเหนียวแน่น และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะมีโดรนหลายรุ่นที่ทั้งคุณภาพจัดเต็ม และราคาสมเหตุสมผลเหมาะกับทั้งมือใหม่และมือโปร วันนี้เราคัดมาให้ 5 รุ่นเด่นจาก dji ที่คุ้มค่าที่สุดในปีนี้ ถ้าใครกำลังลังเลว่าจะซื้อรุ่นไหนดี บทความนี้น่าจะช่วยให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้น!


จะเลือกโดรนให้เหมาะกับเราอย่างไรดี?
หลายคนพอเริ่มสนใจเรื่องโดรน ก็มักจะเจอกับคำถามยอดฮิตว่า “เราควรซื้อรุ่นไหนดี?” เพราะในท้องตลาด drone มีให้เลือกเยอะมาก ทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ กล้องดี บินนาน หรือโดรนแบบ FPV ที่ภาพลื่นไหลมันส์สุดๆ แต่คำตอบจริงๆ ไม่มีรุ่นไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน มันขึ้นอยู่กับว่า “คุณคือใคร และจะเอาโดรนไปทำอะไร” มากกว่าครับ มาดูกันดีกว่าว่าเราควรพิจารณาอะไรบ้างก่อนจะตัดสินใจ
อย่างแรกเลยคือ คุณต้องรู้ก่อนว่า “คุณจะเอาโดรนไปใช้ทำอะไร” ถ้าแค่จะบินเล่น ถ่ายวิวสวยๆ เวลาไปเที่ยว หรืออยากมีภาพวิดีโอเก็บความประทับใจจากมุมสูง รุ่นเริ่มต้นอย่างพวกซีรีส์ Mini ก็ถือว่าตอบโจทย์แล้ว เพราะน้ำหนักเบา พกพาง่าย กล้องก็ดีเกินพอสำหรับงานทั่วๆ ไป ไม่ต้องแบกให้เมื่อย แถมบางรุ่นยังไม่ต้องลงทะเบียนกับ กสทช. อีกด้วย เรียกว่าเหมาะกับสายเที่ยว สายถ่ายเล่น หรือมือใหม่หัดบินแบบสุดๆ
แต่ถ้าคุณเริ่มจริงจังกับการถ่ายวิดีโอ หรืออยากทำคอนเทนต์ลง YouTube, TikTok, Reel อย่างต่อเนื่อง ก็อาจต้องขยับมาใช้รุ่นกลางขึ้นมาหน่อย ซึ่งมักจะมีกล้องที่ดีกว่า บินได้นานขึ้น มีระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวาง และลูกเล่นในการถ่ายที่หลากหลายขึ้น เช่นกล้องคู่แบบ Telephoto, การถ่าย D-Log หรือการติดตามวัตถุแบบอัจฉริยะ แบบนี้จะช่วยให้คุณสร้างผลงานที่ดู “มือโปร” มากขึ้นได้ง่ายขึ้น และไม่ต้องเหนื่อยกับการตัดต่อหรือแก้แสงมากนัก


ในทางกลับกัน ถ้าคุณเป็นคนที่ทำงานด้านวิดีโอจริงจัง เช่นสายโปรดักชัน สายถ่ายโฆษณา ถ่ายหนังสั้น หรือเป็นช่างภาพมืออาชีพ การเลือกโดรนที่มีกล้องคุณภาพระดับกล้องใหญ่ เช่น เซ็นเซอร์ 1 นิ้วขึ้นไป หรือกล้องที่พัฒนาโดยแบรนด์กล้องระดับโลกอย่าง Hasselblad ก็จะให้คุณภาพภาพที่เหนือกว่ามาก ทั้งในเรื่องของรายละเอียด สีสัน ความยืดหยุ่นในการเกรดสี รวมถึงลูกเล่นในการถ่ายแบบมืออาชีพอย่าง D-Log, HLG หรือแม้แต่การบินที่นิ่งและเสถียรกว่าในสถานการณ์ที่มีลมแรง


แต่ไม่ใช่แค่เรื่องกล้องกับการใช้งานเท่านั้นนะครับ สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ต้องคิดก็คือ “สไตล์การบินของคุณ” เพราะบางคนไม่ชอบแค่บินถ่ายวิวนิ่งๆ แต่ชอบความเร็ว ชอบความหวือหวา อยากได้ฟุตเทจที่ตีลังกา มุดซอกบินทะลุกำแพง แบบที่โดรนทั่วไปทำไม่ได้ แบบนี้โดรนแนว FPV ก็จะเหมาะมากๆ อย่างเช่น DJI Avata ที่แม้จะเป็น FPV แต่ก็ออกแบบมาให้ใช้ง่าย แม้แต่คนที่ไม่เคยบินมาก่อนก็เริ่มต้นได้ แถมภาพยังสวยนิ่งด้วยระบบกันสั่นสุดเทพ ใครที่อยากได้ฟีลเหมือนเล่นเกมแต่ได้วิดีโอจริงๆ ต้องลองแนวนี้เลย
สุดท้าย อย่าลืมพิจารณาเรื่องงบประมาณ และความพร้อมของตัวคุณเองด้วย เพราะโดรนไม่ใช่แค่ซื้อแล้วบินเลยได้ทุกกรณี หากคุณอยู่ในพื้นที่ที่กฎหมายควบคุมเข้มงวด เช่นในไทย ก็อาจต้องมีการลงทะเบียนกับ กสทช. และทำประกันบุคคลที่ 3 ด้วย บางรุ่นที่มีน้ำหนักเกิน 250 กรัม ก็ต้องจดทะเบียน ซึ่งถ้าคุณอยากหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ การเลือกโดรนเล็กน้ำหนักเบา ก็จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น
จะเห็นว่า การเลือกโดรนให้เหมาะกับตัวคุณ ไม่ใช่แค่เรื่องสเปกหรือราคาถูกที่สุด แต่คือการ “เลือกตามการใช้งานจริง” และ “เลือกตามตัวตนของคุณเอง” ว่าคุณเป็นคนแบบไหน ชอบบินแบบไหน อยากได้ภาพแนวไหน และต้องการคุณภาพระดับไหน อย่าเพิ่งรีบซื้อเพราะแค่เห็นรีวิวว่าสวย ให้ถามตัวเองก่อนว่า “เราจะใช้มันอย่างไร” แล้วคุณจะได้โดรนที่ไม่ใช่แค่บินได้ แต่บินแล้ว “ใช่” กับคุณจริงๆ


DJI Mini 4 Pro – เล็กแต่แจ๋ว ครบเครื่องกว่าที่เคย
เริ่มต้นกันด้วย โดรน รุ่นเล็กตัวท็อปอย่าง DJI Mini 4 Pro โดรนน้ำหนักเบาเพียง 249 กรัม ที่คุณไม่ต้องจดทะเบียนในหลายประเทศ พกพาง่ายแต่ฟังก์ชันไม่ธรรมดาเลย กล้องให้มาคือเซ็นเซอร์ 1/1.3 นิ้ว พร้อมรองรับ HDR และถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงถึง 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที หรือถ้าอยากได้ภาพสโลว์โมชั่นก็จัดไปที่ 4K/100fps ได้แบบลื่นๆ อีกทั้งยังมีระบบกันชนรอบทิศทางช่วยให้มือใหม่บินได้อย่างมั่นใจมากขึ้น พร้อมระบบ APAS 5.0 ที่ช่วยเลี่ยงสิ่งกีดขวางแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีแบตที่บินได้นานประมาณ 34 นาที หรือถ้าใครอยากได้นานกว่านั้นก็สามารถอัปเกรดเป็นแบต Intelligent Plus เพื่อบินได้นานสูงสุดถึง 45 นาทีเลยทีเดียว สายเที่ยว สายคอนเทนต์ หรือมือใหม่หัดบิน จะต้องหลงรักรุ่นนี้แน่นอน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่: DJI Mini 4 Pro จาก EC MALL


DJI Air 3 – กล้องคู่ มุมมองหลากหลาย ไม่ต้องพกหลายลำ
หากคุณอยากได้โดรนที่ยกระดับขึ้นมาอีกหน่อยในเรื่องของกล้องและระยะการบิน DJI Air 3 คือคำตอบที่ลงตัวที่สุดในตอนนี้ จุดเด่นคือกล้องคู่แบบ Dual Camera ที่มาพร้อมเลนส์ Wide และ Telephoto ทำให้คุณสามารถเลือกมุมมองได้หลากหลายโดยไม่ต้องเปลี่ยนโดรน เซ็นเซอร์ของทั้งสองกล้องเป็นขนาด 1/1.3 นิ้ว คุณภาพดีเยี่ยมและรองรับการถ่าย 4K สูงสุดถึง 100fps พร้อมกับโหมดสี 10-bit D-Log M ที่สายเกรดสีต้องปลื้ม ระบบหลบหลีกรอบทิศทางยังคงอยู่ครบถ้วนพร้อม ActiveTrack 5.0 ที่ช่วยติดตามวัตถุได้แม่นยำขึ้น และด้วยระยะเวลาการบินที่น่าประทับใจถึง 46 นาทีต่อแบต ทำให้คุณสามารถถ่ายงานได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องเปลี่ยนแบตบ่อยๆ ถ้าคุณเป็นสายสร้างสรรค์ที่ชอบภาพมุมสูงที่หลากหลาย DJI Air 3 น่าจะทำให้คุณยิ้มได้
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่: DJI Air 3 จาก EC MALL


DJI Mavic 3 Classic – คุณภาพระดับภาพยนตร์ ในราคาที่จับต้องได้
ถ้าคุณต้องการโดรนที่ “จริงจัง” ในเรื่องคุณภาพของภาพ DJI Mavic 3 Classic คือตัวเลือกที่หรูหราแต่คุ้มค่าอย่างแท้จริง กล้องหลักมาพร้อมเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 4/3 นิ้ว ซึ่งพัฒนาโดย Hasselblad แบรนด์กล้องระดับตำนาน ภาพนิ่งที่ได้คมชัดและมีไดนามิกเรนจ์กว้างจนเก็บรายละเอียดได้ดีแม้ในแสงน้อย ส่วนวิดีโอนั้นสามารถถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 5.1K และถ้าอยากได้เฟรมเรตสูงก็ยังมี 4K/120fps ให้เลือกเช่นกัน ที่สำคัญคือมันรองรับการถ่าย 10-bit D-Log ทำให้เหมาะมากกับงานโปรดักชันหรือภาพยนตร์สั้น จุดเด่นอีกอย่างคือบินได้นานถึง 46 นาที และมีเซนเซอร์รอบทิศทางที่ช่วยให้บินได้ปลอดภัย รุ่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เน้นคุณภาพของภาพเป็นหลัก และอยากได้โดรนที่ตอบโจทย์มืออาชีพ แต่ไม่อยากจ่ายแพงเกินไป
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่: DJI Mavic 3 Classic จาก EC MALL


DJI Mini 4K – ราคาประหยัด สเปกดี เหมาะกับสายเริ่มต้น
สำหรับใครที่เพิ่งเข้าสู่โลกของโดรน หรืออยากได้เครื่องเล็กๆ สำหรับถ่ายเล่นตอนเที่ยว โดยไม่ต้องเจ็บตัวกับราคาแพงๆ รุ่นนี้คือคำตอบ DJI Mini 4K หรือที่ในบางประเทศเรียกว่า DJI Mini Neo เป็นโดรนที่เบาเพียง 249 กรัม จึงไม่ต้องจดทะเบียนในหลายพื้นที่ กล้องสามารถถ่ายวิดีโอระดับ 4K ที่ 30fps ซึ่งถือว่าชัดมากสำหรับราคาเท่านี้ อีกทั้งยังพับเก็บได้ขนาดเล็กจิ๋ว พกใส่กระเป๋าเป้ไปได้ทุกทริป ที่น่าชื่นใจคือถึงแม้จะเป็นรุ่นประหยัด แต่ก็ยังมีระบบกันสั่นแบบ 3 แกนที่ทำให้ภาพนิ่งและดูมืออาชีพขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถึงจะไม่มีเซนเซอร์หลบหลีกหรือฟีเจอร์ล้ำๆ แบบรุ่นแพงกว่า แต่ถ้าคุณต้องการแค่ถ่ายวิว ถ่ายวิดีโอแนวตั้งลงโซเชียล หรือเก็บความทรงจำจากมุมสูงแบบเรียบง่าย DJI Mini Neo ก็เป็นทางเลือกที่ดีมากในงบเบาๆ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่: DJI Mini 4K จาก EC MALL


DJI Avata 2 – FPV สำหรับคนอยากมันส์แบบปลอดภัย
หากคุณเป็นคนที่ชอบความเร็ว ชอบบินทะลุซอกซอย หรืออยากได้ฟุตเทจที่มันส์แหวกแนว โดรน FPV คือตัวเลือกที่คุณควรลอง และในปีนี้ DJI Avata 2 ก็เป็นตัวที่เหมาะสุดๆ สำหรับมือใหม่ในสายนี้ ด้วยดีไซน์แบบ CineWhoop ที่มีโครงกันใบพัดรอบตัว ทำให้บินในพื้นที่แคบได้อย่างปลอดภัย มาพร้อมกล้องเซ็นเซอร์ 1/1.3 นิ้ว ที่ถ่ายวิดีโอได้เนียนทั้งแบบ 4K และมีระบบกันสั่น RockSteady + HorizonSteady ที่ช่วยให้ภาพนิ่งแม้ขณะบินเร็ว โดยความเร็วสูงสุดสามารถทำได้ถึง 97 กิโลเมตรต่อชั่วโมง! ที่สำคัญคือควบคุมได้ง่ายมากผ่าน Motion Controller รุ่นใหม่ ที่แค่เอียงมือก็บังคับทิศทางได้เลย มันให้ฟีลเหมือนเล่นเกม แต่มันคือโดรนของจริง เหมาะทั้งกับมือใหม่ที่อยากสัมผัส FPV และคนที่อยากได้ภาพมุมแปลกใหม่มาใส่ในคลิปของตัวเอง
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่: DJI Avata 2 จาก EC MALL
สรุป
ในบรรดาโดรน DJI ทั้ง 5 รุ่นที่คัดมานี้ แต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นและจุดเหมาะสมที่ต่างกันออกไป DJI Mini 4 Pro คือที่สุดของความเบาแต่ครบ DJI Air 3 คือตัวครีเอทีฟสารพัดประโยชน์ Mavic 3 Classic คือตัวเทพด้านภาพในราคาที่ไม่โอเวอร์ ส่วน Mini 4K ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและคุ้มค่า และ Avata 2 ก็คือตัวแสบสาย FPV ที่บินสนุกแบบไม่ต้องกลัวชน