บทนำ: ทำไมแฟลชจึงยังสำคัญในยุคกล้อง Canon R-series
ในปัจจุบัน กล้อง Canon R-series อย่าง R5, R6, R50 หรือแม้แต่ R100 ล้วนเป็นกล้องมิเรอร์เลสที่มีเซ็นเซอร์คุณภาพสูง พร้อมระบบโฟกัสที่ฉลาด และสามารถดัน ISO ได้สูงโดยที่ภาพยังคมชัด ซึ่งทำให้หลายคนอาจรู้สึกว่า “ไม่จำเป็นต้องใช้แฟลชอีกต่อไปแล้ว”
แต่ในความเป็นจริง แฟลชไม่ได้มีหน้าที่แค่ “ช่วยให้ภาพสว่างขึ้น” เท่านั้น — มันคือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณ “ควบคุมแสงได้ตามใจ” และสร้าง “อารมณ์ภาพ” ได้หลากหลายกว่าที่กล้องจะให้ได้ลำพัง
สิ่งที่แฟลชช่วยให้คุณทำได้ดีขึ้น:
-
Freeze Motion: การหยุดการเคลื่อนไหวให้คมกริบ โดยไม่ต้องพึ่งสปีดชัตเตอร์สูงมากหรือ ISO สูงจนเกิด noise
-
เติมแสงฉากหลังหรือฉากหน้า: ทำให้ภาพดูสมดุล ไม่แบน ช่วยดึง subject ออกจากพื้นหลัง
-
กำหนดทิศทางแสงได้: ไม่ว่าจะเป็นแสงนุ่ม, แสงแข็ง, หรือ rim light คุณสามารถบงการมันได้ทั้งหมด
-
ลด ISO = ลด noise: เมื่อมีแฟลชช่วยเติมแสง คุณสามารถใช้ ISO ต่ำลง ทำให้ภาพใสและคมมากขึ้น
-
สร้างมิติภาพ: ด้วยการ bounce แฟลชหรือใช้แฟลชแยก แสงจะมีทิศทางมากขึ้น และช่วยให้ภาพบุคคลดูโดดเด่นขึ้นอย่างชัดเจน
ในกล้อง Canon R-series ส่วนใหญ่ — โดยเฉพาะรุ่นใหม่ๆ — ไม่มีแฟลชในตัว (built-in flash) อีกต่อไปแล้ว เช่นเดียวกับกล้องโปรส่วนใหญ่ที่ออกแบบมาให้ผู้ใช้เลือกใช้แฟลชแยกตามต้องการแทน
เพราะฉะนั้น หากคุณอยากควบคุมแสงได้มากกว่าเดิม หรืออยากพัฒนาไปอีกขั้น แฟลชคืออุปกรณ์เสริมที่ “จำเป็น” ไม่แพ้เลนส์เลยครับ
ทำความเข้าใจระบบแฟลชของ Canon
การเลือกแฟลชสำหรับกล้อง Canon ในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้นนิดหน่อย เพราะ Canon ได้มีการพัฒนาระบบ hot shoe และการสื่อสารระหว่างกล้องกับแฟลชให้ทันสมัยขึ้น โดยเฉพาะในกล้องรุ่นใหม่ ทำให้การเลือกแฟลชต้องดูทั้ง “ระบบ TTL” และ “ประเภทของ hot shoe” ให้ดี
1 ระบบ TTL (E-TTL / E-TTL II)
ระบบ TTL (Through-The-Lens) ของ Canon ใช้ชื่อว่า E-TTL และ E-TTL II โดยระบบนี้จะทำให้กล้องสามารถวัดแสงจากเลนส์และคำนวณกำลังแฟลชที่เหมาะสมได้อัตโนมัติ แฟลชที่ใช้กับ Canon ต้องรองรับ E-TTL หรือ E-TTL II เท่านั้น จึงจะใช้งานระบบนี้ได้
ทำไม TTL จึงสำคัญ?
-
สำหรับมือใหม่ มันคือ “โหมด Auto สำหรับแฟลช” ที่ช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องแสงแฟลชแรงเกินไปหรืออ่อนเกินไป
-
สำหรับมืออาชีพ TTL ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่แสงเปลี่ยนแปลงเร็ว เช่น งานอีเวนต์ หรือถ่ายงานแต่ง
2 Multi-Function Shoe (Hot Shoe รุ่นใหม่)
ตั้งแต่ปี 2022 Canon เริ่มนำระบบ hot shoe แบบใหม่มาใช้กับกล้องหลายรุ่น เช่น:
-
EOS R3
-
EOS R7
-
EOS R10
-
EOS R6 Mark II
Hot shoe ใหม่นี้เรียกว่า Multi-Function Shoe ซึ่งสามารถถ่ายข้อมูลได้มากกว่าเดิม เช่น ใช้ส่งเสียงจากไมโครโฟน, ส่งข้อมูลแฟลช, และให้พลังงานกับอุปกรณ์เสริมโดยไม่ต้องใช้สายแยก
ผลกระทบต่อการเลือกแฟลชคืออะไร?
-
แฟลชรุ่นใหม่อย่าง Canon EL-5 จะใช้ได้เฉพาะกับกล้องที่มี Multi-Function Shoe เท่านั้น (ใส่กับ R5, R6 รุ่นแรกไม่ได้)
-
แฟลชรุ่นเก่า เช่น 430EX III-RT หรือ 600EX II-RT จะยังใช้ได้กับกล้องที่มี hot shoe แบบเดิม
-
หากคุณต้องการใช้แฟลชรุ่นเก่ากับกล้องรุ่นใหม่ คุณจะต้องใช้ Adapter Canon AD-E1 เพื่อให้แฟลชเก่าเข้ากันได้กับ hot shoe ใหม่
ประเภทของแฟลช: แบบไหนเหมาะกับสไตล์คุณ?
การเลือกแฟลชไม่ใช่แค่เรื่องของสเปคหรือยี่ห้อ แต่ขึ้นอยู่กับ “สไตล์การถ่ายภาพ” ของคุณเป็นหลัก เพราะแฟลชที่เหมาะกับการถ่าย Vlog อาจไม่เหมาะกับการถ่ายแฟชั่น และแฟลชที่ดีสำหรับพอร์เทรตอาจไม่จำเป็นสำหรับสายท่องเที่ยว
ลองดูแต่ละประเภทด้านล่าง แล้วถามตัวเองว่า “สิ่งนี้ใช่แนวที่ฉันถ่ายหรือเปล่า?”
1 แฟลชหัวกล้อง (On-Camera Flash)
นี่คือแฟลชที่เราเอามาติดบน hot shoe ด้านบนของกล้องโดยตรง ซึ่งเป็นรูปแบบที่หลายคนเริ่มต้นด้วย เพราะมันใช้งานง่าย ไม่ต้องตั้งค่าเยอะ ไม่ต้องเชื่อมต่ออะไรเพิ่ม แค่ติดแล้วก็เปิดกล้อง ใช้ได้ทันที
แฟลชหัวกล้องสมัยนี้ไม่ใช่ของเล่นเหมือนในอดีตนะครับ หลายรุ่นรองรับระบบ TTL (วัดแสงแฟลชอัตโนมัติ), มีฟังก์ชัน HSS (ยิงแฟลชกับชัตเตอร์สปีดสูง), และสามารถปรับซูมตามเลนส์ได้ด้วย
ข้อดีคือ ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เหมาะกับคนที่ต้องเดินทาง หรือถ่ายงานง่าย ๆ เช่น:
-
ถ่ายงานปาร์ตี้
-
ถ่ายวิดีโอ Vlog ในบ้าน
-
ถ่ายภาพครอบครัว หรือเพื่อน ๆ
สไตล์ที่เหมาะ: ถ้าคุณถ่ายแบบ “ถ่ายแล้วไป” ไม่ต้องเซ็ตอุปกรณ์เยอะ แค่ต้องการเติมแสงให้ดูดีขึ้น แฟลชแบบนี้ตอบโจทย์มาก
ตัวอย่างรุ่นที่น่าสนใจ: Canon 430EX III-RT, Godox TT685 II-C, Godox V350C
2 แฟลชแยกไร้สาย (Off-Camera / Studio Flash)
ถ้าคุณต้องการควบคุมแสงในระดับมืออาชีพ การใช้แฟลชแยกจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจน แฟลชแบบนี้จะไม่ติดอยู่บนกล้อง แต่จะวางแยกออกไป แล้วสั่งยิงผ่าน trigger หรือแฟลชตัวอื่นที่เป็น master
ข้อดีคือคุณสามารถจัดแสงจากมุมไหนก็ได้ — ข้างหลังแบบ ข้างหน้าแบบ ซ้ายเฉียง ฯลฯ ทำให้ได้ “มิติของแสง” ที่สวยกว่าการยิงตรง ๆ จากหัวกล้องมาก
การถ่ายแนวนี้อาจใช้แฟลชหลายตัวร่วมกัน เช่น:
-
ไฟหลัก (Key Light)
-
ไฟเติม (Fill Light)
-
ไฟฉากหลัง (Background Light)
สไตล์ที่เหมาะ: ถ้าคุณถ่ายพอร์เทรตในสตูดิโอ, แฟชั่น, ถ่ายโฆษณาสินค้า, หรือจริงจังกับการควบคุมแสง — แฟลชแบบนี้คือคำตอบ
ตัวอย่างรุ่นที่น่าสนใจ: Godox AD200 Pro, Godox V1-C (รองรับทั้งติดหัวกล้องและวางแยก), Profoto A10 + Trigger
ปัจจัยและสเปคสำคัญในการเลือกซื้อแฟลช
เมื่อคุณรู้แล้วว่า “ประเภทของแฟลช” แบบไหนเหมาะกับสไตล์ของคุณ ขั้นตอนต่อไปคือการพิจารณา “ฟีเจอร์สำคัญ” ที่จะช่วยให้คุณถ่ายภาพได้ดีขึ้น ใช้งานได้สะดวกขึ้น และตอบโจทย์การถ่ายของคุณมากที่สุด
ลองดูทีละข้อแบบไม่ต้องท่องสเปค แค่เข้าใจว่าแต่ละอย่าง “ช่วยอะไร” กับภาพของเรา:
1. High-Speed Sync (HSS)
ฟีเจอร์นี้จะเปลี่ยนวิธีถ่ายกลางวันของคุณไปเลย โดยปกติกล้องกับแฟลชจะซิงค์กันได้แค่ความเร็วชัตเตอร์ประมาณ 1/200 วินาที — ถ้าคุณใช้ชัตเตอร์เร็วกว่า เช่น 1/1000s หรือ 1/4000s แฟลชจะยิงไม่ทัน กลายเป็นแสงตกครึ่งภาพ
HSS แก้ปัญหานี้ได้ โดยทำให้แฟลชยิงเป็นจังหวะถี่ ๆ ตามม่านชัตเตอร์ เปิดโอกาสให้คุณ:
-
ใช้แฟลชตอนแดดแรง ๆ ได้
-
ถ่ายย้อนแสงแล้วยังเห็นรายละเอียดใบหน้า
-
เปิดรูรับแสงกว้าง f/1.4 กลางแจ้ง เพื่อให้ฉากละลายสวย ๆ ได้
2. ระบบ Wireless (2.4GHz Radio)
หากคุณใช้แฟลชแยกจากตัวกล้อง การสั่งงานแบบไร้สายคือสิ่งจำเป็น ถ้าคุณถ่ายภาพบุคคลในห้อง และอยากมีไฟ rim light จากด้านหลัง ก็แค่ตั้งแฟลชอีกตัวไว้หลังแบบ แล้วสั่งยิงจากตัวกล้องโดยไม่ต้องเดินไปแตะมันเลย
แฟลชที่มีระบบ wireless radio (เช่น Godox, Canon RT) สามารถ:
-
วางแฟลชไว้ที่ไหนก็ได้ แล้วสั่งงานจากตัวกล้องหรือ trigger
-
ควบคุมกำลังแสงแฟลชหลายตัวพร้อมกัน
-
ตั้งกลุ่มแฟลช (เช่น A, B, C) เพื่อแยกการควบคุมแบบอิสระ
3. Zoom Head (หัวแฟลชปรับระยะ)
หัวแฟลชที่ “ซูมตามระยะเลนส์” ช่วยให้แสงถูกควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ถ้าคุณใช้เลนส์ 85mm แล้วแฟลชซูมตาม แสงก็จะกระจายแคบลงตรงกลางพอดี ไม่กระจายกว้างเกินไปเหมือนตอนใช้เลนส์มุมกว้าง
ข้อดี:
-
ควบคุมทิศทางแสงได้แม่นยำ
-
ใช้พลังงานแบตเตอรี่น้อยลง (แสงไม่ฟุ้ง)
-
เหมาะกับการถ่ายแบบแฟลชตรงตัวหรือผ่าน softbox
4. รูปทรงหัวแฟลช (ทรงกลม vs ทรงเหลี่ยม)
หัวแฟลชมีอยู่ 2 แบบหลัก ๆ คือ:
-
ทรงเหลี่ยม (Rectangular): แบบมาตรฐาน พบได้ทั่วไป เช่น Canon 430EX, Godox TT685
-
ทรงกลม (Round Head): แบบใหม่ ให้แสงที่ “นุ่มและกระจาย” สม่ำเสมอ เช่น Godox V1, Profoto A10 แฟลชทรงกลม มักใช้แม่เหล็กติด modifier ได้ง่าย เช่น dome, diffuser, softbox ขนาดเล็ก ทำให้พกง่ายและใช้งานเร็ว เหมาะกับช่างภาพพอร์เทรตที่อยากได้แสงสวยตั้งแต่แฟลชยิงครั้งแรก
5. แบตเตอรี่แบบ Li-ion
ถ้าแฟลชคืออุปกรณ์ที่คุณใช้ “ตลอดทั้งวัน” การเปลี่ยนจากถ่าน AA ธรรมดามาใช้แบตเตอรี่ Li-ion คือตัวเปลี่ยนเกม
ข้อดีคือ:
-
ยิงแฟลชได้มากกว่า 400–500 ครั้งต่อการชาร์จ 1 รอบ
-
เวลารีไซเคิลเร็ว (ประมาณ 1.5 วินาทีหรือเร็วกว่านั้น)
-
ไม่ต้องพกถ่านก้อน ๆ ไปเปลี่ยนระหว่างถ่ายงาน
แฟลชแนะนำสำหรับ Canon R-Series (แบ่งตามระดับ)
หลังจากรู้ว่า “ต้องใช้แฟลชแบบไหน” และควรดูสเปคอะไร ต่อไปคือคำแนะนำ “รุ่นที่น่าสนใจ” แบ่งตามระดับการใช้งานและงบประมาณ เพื่อให้คุณเลือกได้ตรงจุดที่สุด
เริ่มต้น (Budget-Friendly)
เหมาะสำหรับผู้ใช้ใหม่, ถ่ายทั่วไป, Vlog, พกพาเดินทาง หรือใช้งานในบ้าน
Canon Speedlite 430EX III-RT
แฟลชแท้จาก Canon ที่เล็ก เบา และใช้งานง่ายมาก รองรับ TTL และ wireless (ระบบ RT) เหมาะกับผู้ใช้ Canon ทุกระดับที่อยากได้แฟลชคุณภาพในงบจำกัด
- ขนาดเล็ก พกง่าย
- หน้าจอและปุ่มควบคุมชัดเจน
- มี bounce card ในตัว
Godox TT685 II-C
ทางเลือกยอดนิยมจากฝั่ง third-party รองรับทั้ง TTL, HSS และ wireless system ของ Godox ใช้กับ trigger ได้ มีราคาย่อมเยาแต่สเปคครบ
- ยิง HSS ได้
- ใช้เป็น slave หรือ master ก็ได้
- ราคาไม่ถึง 5 พันบาท (โดยประมาณ)
ระดับกลาง
สำหรับผู้ที่จริงจังมากขึ้น: ถ่ายพอร์เทรต, งานอีเวนต์, หรือต้องการความคล่องตัวและฟีเจอร์ครบ
Canon EL-5
แฟลชรุ่นใหม่จาก Canon ใช้ได้เฉพาะกล้องที่มี Multi-Function Shoe (เช่น R6 II, R7) เท่านั้น จุดเด่นคือใช้แบตเตอรี่ LP-EL ที่ยิงแฟลชได้นาน รีไซเคิลเร็ว และมีฟีเจอร์พรีเมียมจากรุ่นโปร
- TTL, HSS, wireless พร้อม
- แสดงค่าต่าง ๆ บนหน้าจอ OLED ชัดเจน
- ควบคุมผ่านแอป Canon ได้
Godox V1-C
แฟลชหัวกลมในราคาที่คุ้มมาก มีทั้ง TTL, HSS, wireless 2.4GHz และแบตเตอรี่ Li-ion ที่รีไซเคิลไว รองรับการใช้ร่วมกับ light modifier แบบแม่เหล็ก เหมาะมากกับสายพอร์เทรต
- แสงนุ่มจากหัวกลม
- ใช้ได้ทั้ง on-camera และ off-camera
- มี round head accessories ให้เลือกใช้หลากหลาย
ระดับโปร
สำหรับมืออาชีพที่ต้องการคุณภาพแสงสูงสุด ควบคุมได้แม่นยำ และใช้งานหนักในงานสตูดิโอหรืองานที่ต้องอาศัยความเสถียรของแฟลช
Canon Speedlite 600EX II-RT
แฟลชระดับโปรจาก Canon รองรับ wireless RT, TTL, HSS และการทำงานแบบ master/slave เหมาะกับงานสตูดิโอหรืองานแต่ง
- แฟลชแรง ใช้ยิงผ่านร่ม softbox ได้ดี
- วางระบบแฟลชหลายตัวได้ง่าย
- มี weather sealing ใช้งานภาคสนามได้
Profoto A10-C
ตัวเลือกระดับสูงสุดสำหรับช่างภาพที่ต้องการแสงคุณภาพที่สุดจากแฟลช on-camera ใช้ระบบ AirX wireless ที่เสถียรมากและควบคุมได้จากแอป Profoto
- หัวกลม แสงนุ่มมาก
- ควบคุมผ่าน Bluetooth และแอปมือถือได้
- เหมาะกับการถ่ายงานแฟชั่น, commercial, wedding