ไลฟ์สตรีมมิ่ง (Livestreaming) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การสื่อสารแบบเรียลไทม์และโต้ตอบกันได้แบบทันที ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณา เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีส่วนร่วม สร้างประสบการณ์ที่แท้จริงและน่าสนใจผ่านการเปิดตัวสินค้า, การถาม-ตอบ, การร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์ หรือการแสดงเบื้องหลังการทำงาน ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถทำได้โดยไร้ขีดจำกัดทางภูมิศาสตร์
ไลฟ์สตรีมมิ่งคืออะไร?
ไลฟ์สตรีมมิ่งคือการออกอากาศเนื้อหาเสียงและ/หรือวิดีโอแบบเรียลไทม์ผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ผู้ชมสามารถรับชมได้ทันทีที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น
สำหรับด้านการตลาด ไลฟ์สตรีมมิ่งมีบทบาทอย่างมากในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรง ช่วยให้ธุรกิจสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ จัดกิจกรรม และสร้างความสัมพันธ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์, การมีส่วนร่วมของลูกค้า, และยอดขาย โดย Coresight Research คาดการณ์ว่ายอดขายจากไลฟ์สตรีมในสหรัฐอเมริกาจะสูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2023 เนื่องจากแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Poshmark และ eBay พยายามนำรูปแบบที่ประสบความสำเร็จในประเทศจีนมาปรับใช้
ประโยชน์ของไลฟ์สตรีมมิ่งสำหรับนักการตลาด
1. การค้าผ่านไลฟ์สตรีม (Livestream Commerce)
ในปี 2023 การค้าผ่านไลฟ์สตรีมจะคิดเป็น 19.2% ของยอดขายอีคอมเมิร์ซค้าปลีกทั้งหมดในประเทศจีน โดยแพลตฟอร์มโซเชียลและอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีนเกือบทั้งหมดได้มีการนำการไลฟ์สดมาใช้ในการซื้อขาย ไม่ว่าจะเป็น Tmall และ Taobao ของ Alibaba, JD.com, Pinduoduo, และ WeChat รวมถึงแอปวิดีโอสั้นอย่าง Douyin (TikTok ในจีน) และ Kuaishou ซึ่ง Douyin เพียงแพลตฟอร์มเดียวก็มีสัดส่วนเกือบ 40% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เข้าร่วมการช็อปปิ้งผ่านไลฟ์สตรีม
ในทางกลับกัน การค้าผ่านไลฟ์สตรีมยังไม่ได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกามากเท่าที่ควร โดยมีเพียง 18% ของผู้บริโภคที่เคยซื้อสินค้าผ่านการไลฟ์สตรีมและมีเพียง 6% เท่านั้นที่ซื้อเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม eMarketer คาดการณ์ว่ายอดขายโซเชียลคอมเมิร์ซในสหรัฐฯ จะสูงถึง 130.10 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2026 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการค้าผ่านไลฟ์สตรีมยังคงเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับนักการตลาดในการเข้าถึงลูกค้าในรูปแบบที่น่าสนใจและสร้างปฏิสัมพันธ์ได้สูง
2. การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
การไลฟ์สตรีมช่วยให้ผู้ค้าปลีกเข้าถึงลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ และสามารถแสดงความเชี่ยวชาญ แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่า และสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับลูกค้า ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความจริงใจ นอกจากนี้ การโต้ตอบแบบทันทีทำให้ผู้ค้าปลีกสามารถตอบคำถาม, ตอบกลับคอมเมนต์, และจัดการกับข้อสงสัยต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว สร้างความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งในชุมชน และตอบสนองต่อลูกค้าได้ดี
การไลฟ์สตรีมยังสร้างความรู้สึกเร่งด่วนและพิเศษเฉพาะ (Sense of Urgency and Exclusivity) เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมเข้ารับชมในเวลาที่กำหนด เช่น แบรนด์แฟชั่นหรูอย่าง Telfar ที่ใช้กลยุทธ์ "FOMO" (Fear of Missing Out) หรือความกลัวที่จะพลาดโอกาส โดยการจัดไลฟ์สตรีมเพื่อเปิดตัวสินค้าพิเศษแบบ "Drops" ซึ่งผู้ชมต้องเฝ้ารอเพื่อที่จะได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ก่อนใคร
ประเภทของไลฟ์สตรีมมิ่งและแพลตฟอร์มยอดนิยม
ปัจจุบันแพลตฟอร์มต่างๆ ได้ตอบสนองความต้องการการไลฟ์สตรีมอย่างรวดเร็วด้วยการเพิ่มฟังก์ชันไลฟ์และฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อรองรับผู้บริโภค, ครีเอเตอร์, และธุรกิจ แพลตฟอร์มยอดนิยมในสหรัฐอเมริกาได้แก่:
-
TikTok
-
Instagram
-
YouTube
-
Facebook
-
Twitch
สิ่งที่นักการตลาดต้องรู้เกี่ยวกับไลฟ์สตรีมมิ่ง
ประสบการณ์แบบโต้ตอบและเฉพาะบุคคลกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการไลฟ์สตรีมมิ่ง โดยเฉพาะการร่วมมือกับ ไมโครอินฟลูเอนเซอร์ และ ครีเอเตอร์ ซึ่งเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะแบรนด์ตระหนักถึงความจริงใจและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มที่พวกเขาทำได้ดี นอกจากนี้ ไลฟ์สตรีมมิ่งสำหรับเกม (Gaming Livestreams) ก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่น่าสนใจสำหรับนักการตลาด เนื่องจากช่วยให้เกิดการมีส่วนร่วมกับผู้ชมโดยตรงผ่านการเล่นเกมแบบโต้ตอบ การเป็นพันธมิตรกับแบรนด์และอินฟลูเอนเซอร์ ฯลฯ
อินฟลูเอนเซอร์กับการไลฟ์สตรีมมิ่ง การตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการไลฟ์สตรีมมิ่ง แบรนด์สามารถเพิ่มการเข้าถึงได้โดยการร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแคมเปญเพื่อเพิ่มการรับรู้, เปิดตัวผลิตภัณฑ์, หรือมุ่งเน้นการเพิ่มยอดขาย
วิดีโอไลฟ์สดให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติและ "ออร์แกนิก" มากกว่าภาพถ่ายที่ถูกจัดวางหรือวิดีโอที่บันทึกไว้ล่วงหน้า ผลลัพธ์ที่ได้คือการมีส่วนร่วมที่สูงขึ้นจากนักช้อป ซึ่งอิทธิพลแบบปากต่อปากนี้ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาไม่สามารถสัมผัสประสบการณ์จริงในร้านค้าได้ อย่างไรก็ตาม การไลฟ์วิดีโอก็มีความเสี่ยง ดังนั้นการเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่น่าเชื่อถือ มีความเชี่ยวชาญในการไลฟ์สตรีมมิ่ง และสามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ชมได้ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ไลฟ์สตรีมมิ่งเกม แพลตฟอร์มอย่าง Twitch, Facebook Gaming, และช่องเกมบน YouTube ได้สร้างพื้นที่เฉพาะของตนเองขึ้นมา ข้อมูล ระบุว่า ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2022 ผู้ชมทั่วโลก (ไม่รวมจีน) ใช้เวลาชมเนื้อหาวิดีโอเกมที่ถ่ายทอดสดรวมกันถึง 7.4 พันล้านชั่วโมง
วงการอีสปอร์ต (Esports) เป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมเกม คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมเกมจะมีรายได้สูงถึง 189.3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 ซึ่งเปิดโอกาสให้รายได้จากการโฆษณาในวงการอีสปอร์ตเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นประโยชน์ต่อครีเอเตอร์ที่สามารถสร้างรายได้จากไลฟ์สตรีมผ่านการโฆษณาแบบเสียเงิน
ช่องทางการตลาดเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวงการเกมเท่านั้น แต่คนดัง, นักกีฬา, ไลฟ์สไตล์อินฟลูเอนเซอร์, และแม้แต่นักการเมืองก็เริ่มใช้แพลตฟอร์มอย่าง Twitch เพื่อเชื่อมต่อกับกลุ่มผู้ชมใหม่ๆ ซึ่งทำให้เกิดการยอมรับในวงกว้างและอาจช่วยขยายฐานผู้ใช้ให้มีความหลากหลายมากขึ้นในอนาคต
การถ่ายทอดสด: เครื่องมือสำคัญในยุคดิจิทัลสำหรับนักการตลาดและผู้โฆษณา
ในยุคที่เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การถ่ายทอดสด (Live Streaming) ได้กลายเป็นมากกว่าแค่การรับชมรายการทีวีแบบเรียลไทม์ แต่ได้พัฒนามาเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลังและขาดไม่ได้สำหรับธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดและโฆษณา การถ่ายทอดสดคือการเผยแพร่วิดีโอและเสียงแบบเรียลไทม์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เช่น Facebook Live, YouTube Live, TikTok Live หรือ Instagram Live ทำให้ผู้ชมสามารถรับชมเนื้อหาได้พร้อมๆ กับการสร้างเนื้อหา
ประโยชน์ของการถ่ายทอดสดต่อการตลาดและการโฆษณา
การถ่ายทอดสดมีประโยชน์มากมายที่ช่วยให้นักการตลาดและผู้โฆษณาสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ดังนี้
1. สร้างการมีส่วนร่วมและปฏิสัมพันธ์แบบเรียลไทม์ (Real-time Engagement) สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของการถ่ายทอดสดคือการสร้างปฏิสัมพันธ์แบบทันทีระหว่างผู้สร้างเนื้อหากับผู้ชม ผู้ชมสามารถแสดงความคิดเห็น ถามคำถาม หรือส่งสติกเกอร์ได้ในขณะที่การถ่ายทอดสดกำลังดำเนินอยู่ ช่วยให้แบรนด์สามารถตอบโต้กับลูกค้าได้โดยตรงและทันท่วงที สร้างบรรยากาศที่ใกล้ชิดและเป็นกันเองมากกว่าการโพสต์วิดีโอทั่วไป
2. สร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใส (Authenticity and Transparency) การถ่ายทอดสดมีความเป็นธรรมชาติและไม่ได้ผ่านการตัดต่อ ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าได้รับชมเนื้อหาที่แท้จริงและไม่ได้ปรุงแต่ง แบรนด์สามารถใช้การถ่ายทอดสดเพื่อโชว์เบื้องหลังการทำงาน, สาธิตการใช้สินค้า, หรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ลูกค้าเห็นถึงความจริงใจและความโปร่งใสของแบรนด์ ซึ่งนำไปสู่การสร้างความไว้วางใจในระยะยาว
3. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขวางขึ้น (Wider Reach) แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดสด ทำให้การมองเห็นเนื้อหาสูงกว่าวิดีโอที่อัปโหลดทั่วไป นอกจากนี้ ผู้ชมยังสามารถแบ่งปันลิงก์การถ่ายทอดสดให้เพื่อนหรือคนรู้จักได้อย่างง่ายดาย ทำให้เนื้อหาสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ที่อาจไม่เคยรู้จักแบรนด์มาก่อนได้
4. เพิ่มโอกาสในการขาย (Increased Sales Opportunities) การถ่ายทอดสดถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการขายสินค้าและการโปรโมทผลิตภัณฑ์อย่างแพร่หลาย นักการตลาดสามารถจัดกิจกรรม Live Selling เพื่อสาธิตคุณสมบัติของสินค้า, ตอบคำถามลูกค้า, และเสนอโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะผู้ที่รับชมการถ่ายทอดสดเท่านั้น ซึ่งช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ทันที
5. เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึก (Gathering Insights) การมีปฏิสัมพันธ์แบบเรียลไทม์ช่วยให้แบรนด์สามารถเก็บข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าได้โดยตรง จากการอ่านคอมเมนต์หรือการตอบโต้ระหว่างการถ่ายทอดสด นักการตลาดสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับปรุงสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น
การนำไปใช้ในเชิงการตลาดและโฆษณา
นักการตลาดและผู้โฆษณาสามารถใช้การถ่ายทอดสดในรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างแคมเปญที่น่าสนใจและมีประสิทธิภาพ เช่น:
-
เปิดตัวสินค้าใหม่: ถ่ายทอดสดพิธีเปิดตัวสินค้าพร้อมตอบคำถามจากผู้ชม
-
ถาม-ตอบกับผู้เชี่ยวชาญ: เชิญผู้เชี่ยวชาญในวงการมาให้ความรู้และตอบคำถามเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ
-
พาชมเบื้องหลัง: พาผู้ชมไปดูเบื้องหลังการผลิตหรือการทำงานของทีม
-
จัดกิจกรรมแข่งขัน: จัดกิจกรรมเพื่อชิงรางวัลหรือโปรโมชั่นพิเศษ
-
Live Commerce: การขายสินค้าแบบสดๆ ที่ลูกค้าสามารถกดซื้อได้ทันที
โดยสรุปแล้ว การถ่ายทอดสดไม่ใช่เพียงแค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่ช่วยให้นักการตลาดและผู้โฆษณาสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้า, เพิ่มการรับรู้แบรนด์, และกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล การเข้าใจและใช้ประโยชน์จากเครื่องมือนี้อย่างชาญฉลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกธุรกิจที่ต้องการเติบโตในโลกออนไลน์


