แนะนำกล้องขายดี กล้องรุ่นดีประจำปี 2025: เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมตอบโจทย์การถ่ายทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

ปี 2025 นี้วงการกล้องยังคงเติบโตต่อเนื่องทั้งในกลุ่มคนที่ต้องการ ถ่ายภาพท่องเที่ยว, ถ่ายวิดีโอ Vlog, งานคอนเทนต์รีวิวสินค้า, รวมถึงสาย ถ่ายงานรับปริญญา งานแต่งงาน ที่ต้องการกล้องพร้อมเลนส์ที่ให้ไฟล์สวย โฟกัสไว ถ่ายวิดีโอได้ลื่น รองรับงานทั้งภาพนิ่งและวิดีโอในตัวเดียว ทำให้ “การเลือกกล้องดี” เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการลงทุนในกล้องดีจะทำให้ได้ภาพที่คม สีสวย ไฟล์จัดการง่าย และยังเป็นการยืดอายุการใช้งานให้นานที่สุด

ในปีนี้ กล้อง Mirrorless ยังคงครองตลาด เพราะน้ำหนักเบา พกง่าย แต่ได้คุณภาพไฟล์ที่ไม่แพ้ DSLR แถมยังตอบโจทย์การถ่ายวิดีโอระดับ 4K 10-bit รองรับงาน Live Stream หรือการถ่าย Content แนว Cinematic ได้แบบมืออาชีพ ส่วนกล้อง Compact ยังคงได้รับความนิยมในสาย Vlogger และคนที่ต้องการกล้องถ่ายง่าย สะดวก โฟกัสติดตา พร้อมกันสั่นในตัว ส่วน Action Camera เช่น GoPro หรือ Insta360 ก็ยังเหมาะสำหรับคนที่ต้องการพกกล้องติดตัว ถ่ายกิจกรรม Adventure เดินป่า เล่นเซิร์ฟ หรือ Vlog ระหว่างเดินทาง

สิ่งที่หลายคนต้องคิดก่อนซื้อกล้อง 2025:

  • ต้องการถ่ายอะไรหลัก ๆ? เช่น ท่องเที่ยว ถ่ายคน ถ่าย Vlog หรือถ่ายงานลูกค้า

  • ต้องการพกง่ายแค่ไหน? เพราะกล้อง Full Frame แม้จะให้คุณภาพดีเยี่ยม แต่บางรุ่นยังค่อนข้างหนัก

  • ต้องการวิดีโอ 4K หรือ 6K ไหม? หากต้องการถ่ายวิดีโออย่างจริงจังควรเลือกกล้องที่มี 10-bit, HLG, S-Cinetone, Canon Log หรือ V-Log สำหรับสาย Color Grading

  • งบประมาณเท่าไหร่? เพราะกล้องที่ดีไม่จำเป็นต้องแพงที่สุด แต่ต้องตอบโจทย์งานและเลนส์ที่ใช้ร่วมกัน

บทความนี้ จะพาคุณไปแนะนำกล้องขายดีประจำปี 2025 ที่คุ้มค่า น่าใช้ จัดอันดับตามความนิยมและความเหมาะสมในการใช้งาน ทั้งจากยอดขาย ความนิยม และฟีเจอร์เด่นที่เหมาะกับช่างภาพและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในยุคนี้ เพื่อให้คุณเลือกซื้อกล้องได้ตรงโจทย์ที่สุด คุ้มค่าที่สุด และได้กล้องคู่ใจสำหรับทุกโอกาสการถ่ายภาพและวิดีโอ

DJI Osmo Pocket 3 กล้องกันสั่นไซส์พกพา 4K สำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ 2025

ในยุคที่คอนเทนต์คือทุกอย่าง กล้องขนาดเล็กที่ถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงได้ทุกที่ทุกเวลาคืออาวุธสำคัญของครีเอเตอร์ และ DJI Osmo Pocket 3 คือคำตอบสำหรับทุกคนที่ต้องการพลังการถ่ายทำระดับมืออาชีพในขนาดกระทัดรัด ใช้งานง่าย พกพาสะดวก เหมาะกับสาย Vlog, TikTok, YouTube, ไลฟ์สดขายของ ไปจนถึงงาน B-roll แบบซีเรียส

DJI อัปเกรดครั้งใหญ่มาในรุ่นนี้ โดยมาพร้อมเซนเซอร์ขนาด 1 นิ้วที่ให้คุณภาพวิดีโอดีขึ้นอย่างชัดเจน รองรับการถ่าย 4K ที่ 120fps รวมถึงมีจอ OLED ขนาด 2 นิ้วที่หมุนใช้งานแนวตั้งได้ เหมาะมากกับการถ่ายคอนเทนต์แนวตั้งในปัจจุบัน

ตัวกล้องรองรับโหมดสีแบบ D-Log M และ HLG ช่วยให้สายเกรดสีสามารถดึงรายละเอียดและโทนสีได้เต็มที่เทียบชั้นกล้องใหญ่ ถ่ายในที่แสงน้อยก็เอาอยู่ด้วย ISO สูงสุด 6400 แถมยังมีระบบโฟกัส Full-Pixel PDAF ที่โฟกัสได้เร็วแม่นยำแบบมืออาชีพ

สำหรับคนที่เน้นความนิ่งของภาพ Osmo Pocket 3 มาพร้อม Gimbal กันสั่นแบบ 3 แกน ช่วยให้วิดีโอลื่นไหลน่าดูแม้ถ่ายขณะเดิน ไมโครโฟนในตัวมีถึง 3 ตัว รับเสียงรอบทิศทางได้ดีขึ้น และยังรองรับ DJI Mic 2 สำหรับคนที่ต้องการเสียงระดับโปร

แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 166 นาทีที่ความละเอียด 4K 30fps และรองรับ microSD สูงสุด 512GB จึงเหมาะมากกับสาย Travel ที่ต้องถ่ายวิดีโอเยอะ ๆ โดยไม่ต้องพกอุปกรณ์เสริมมากมาย น้ำหนักตัวกล้องเพียง 179 กรัม จับถือมือเดียวสบาย ๆ

DJI Osmo Pocket 3 เหมาะกับใคร?

กล้องตัวนี้เหมาะกับ YouTuber และ Vlogger ที่ต้องการพกกล้องตัวเดียวออกกองได้ทุกสถานการณ์ หรือ TikToker และ Reels Creator ที่อยากได้กล้องแนวตั้งคุณภาพสูงแบบพกพา นักเดินทางและ Travel Blogger ก็จะชอบความเบาและพกง่ายของ Osmo Pocket 3 โดยเฉพาะใครที่ชอบถ่ายระหว่างเดินหรือขี่จักรยาน

นอกจากนี้ยังเหมาะกับสายไลฟ์สดขายของ เพราะสามารถใช้เป็น Webcam ผ่าน USB-C ได้เลย และถ้าใครทำงานสายโปรดักชัน กล้องตัวนี้สามารถเป็นตัวเสริมในการถ่าย B-roll หรือช็อตที่ต้องการความคล่องตัว โดยไม่ต้องแบกกล้องใหญ่ออกกอง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่: DJI Osmo Pocket 3 จาก EC MALL

Canon EOS R50 กล้องมิเรอร์เลส APS-C สุดคุ้มสำหรับครีเอเตอร์ 2025

ในยุคที่การสร้างคอนเทนต์คือหัวใจของทุกแพลตฟอร์ม กล้องที่ “ใช้งานง่ายแต่ให้ผลลัพธ์ระดับโปร” คืออาวุธคู่ใจที่ครีเอเตอร์ยุคใหม่ต้องมี และ Canon ก็เข้าใจสิ่งนี้เป็นอย่างดี ด้วยการเปิดตัว Canon EOS R50 กล้อง Mirrorless APS-C RF Mount รุ่นใหม่ ที่ออกแบบมาสำหรับมือใหม่ที่จริงจังกับการทำคอนเทนต์

EOS R50 มาในขนาดกะทัดรัด เบา ใช้งานง่าย แต่ให้คุณภาพระดับหาเงินได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือวิดีโอ รองรับการถ่าย 4K จาก oversample ของ 6K จึงได้ภาพคมชัดกว่ากล้องทั่วไปในระดับเดียวกัน พร้อมระบบโฟกัส Dual Pixel CMOS AF II ที่เร็วและแม่นยำ รองรับ Eye / Subject Tracking ทั้งคน สัตว์ และรถยนต์ — ครบเครื่องเรื่องโฟกัส!

กล้องรุ่นนี้ยังมีโหมด Auto Vlog ที่ช่วยให้มือใหม่เริ่มถ่ายวิดีโอได้ทันทีโดยไม่ต้องง้อ Editor หน้าจอพับได้แบบ Vari-angle เหมาะกับการถ่ายแนวตั้งลง TikTok หรือถ่าย Vlog ด้วยตัวเอง ขณะที่พอร์ต USB-C และไมค์ 3.5 มม. ก็พร้อมให้เชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมแบบครบ ๆ

แบตเตอรี่รุ่น LP-E17 ถ่ายภาพได้ราว 400 ช็อต หรือวิดีโอได้ต่อเนื่องประมาณ 90-120 นาที — เพียงพอต่อการถ่ายคลิปหรือ Vlog หนึ่งวัน และด้วยน้ำหนักเพียง 375 กรัม จึงถือเป็นกล้อง APS-C ที่เบาและพกง่ายมาก ๆ เหมาะสุด ๆ กับครีเอเตอร์ที่ต้องเดินทาง

Canon EOS R50 เหมาะกับใคร?

กล้องตัวนี้เหมาะกับ Creator มือใหม่ ที่เพิ่งเริ่มทำคอนเทนต์ เพราะใช้งานง่าย มีโหมดช่วยถ่ายมากมาย และยังได้ภาพสวยแบบอัตโนมัติ

Youtuber หรือ Vlogger จะชอบความคมชัดของวิดีโอ 4K ที่สามารถถ่ายและอัปโหลดได้ทันทีโดยไม่ต้องเกรดสีเพิ่มเติม ส่วน TikToker และ Reels Creator ก็จะหลงรักหน้าจอพับได้ที่ช่วยให้ถ่ายแนวตั้งได้สะดวกมาก ๆ

สำหรับ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ กล้องตัวนี้คือคู่ใจในการถ่ายรีวิวสินค้า ถ่ายวิดีโอโปรโมต หรือไลฟ์สดแบบชัดเป๊ะ เสียงชัด ส่วน ช่างภาพสายท่องเที่ยว จะประทับใจในขนาดที่เล็ก เบา และความสามารถที่ครบครันพกไปไหนก็ไม่หนักกระเป๋า

แม้แต่งานจริงจังอย่าง อีเวนต์ ก็เอาอยู่ เพราะสามารถใช้ได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ และสำหรับใครที่กำลังมองหา กล้องตัวแรกในชีวิต Canon EOS R50 คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ครบทุกด้าน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่: Canon EOS R50 จาก EC MALL

Sony ZV-E10 กล้อง Vlog เปลี่ยนเลนส์ได้ที่ครีเอเตอร์ยุค 2025 ต้องมี

ในยุคที่ภาพและวิดีโอคืออาวุธของครีเอเตอร์ ผู้ที่เข้าถึงผู้ชมได้รวดเร็วด้วยคอนเทนต์คุณภาพสูง ย่อมมีโอกาสสร้างรายได้มากกว่า แต่การสร้างงานคุณภาพดีโดยไม่ต้องพึ่งทีมงานใหญ่หรืออุปกรณ์ยุ่งยากคือความท้าทายที่หลายคนเจอ Sony ZV-E10 จึงออกมาตอบโจทย์ตรงนี้ ด้วยแนวคิด “กล้อง Vlog เปลี่ยนเลนส์ได้” ที่ครบทุกฟีเจอร์เพื่อ Creator ยุคใหม่

กล้องรุ่นนี้ใช้เซนเซอร์ขนาด APS-C ความละเอียด 24.2MP ให้คุณภาพไฟล์ใกล้เคียงกล้องโปร แต่ในบอดี้ที่เล็ก เบา ใช้งานง่ายมาก โปรเซสเซอร์ BIONZ X ช่วยประมวลผลภาพได้ไว สีผิวดูสวยและสมจริงโดยไม่ต้องแต่งเพิ่ม แถมยังรองรับ ISO สูงสุดถึง 51,200 ทำให้ถ่ายในสภาพแสงน้อยได้ดี

ระบบโฟกัส Fast Hybrid AF มาพร้อม Eye AF และ Object Tracking ที่แม่นยำ ติดตามตาและวัตถุแบบเรียลไทม์ ทำให้ Vlog หรือคลิปสอนพูดหน้ากล้องมีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ถ่ายภาพนิ่งต่อเนื่องได้ถึง 11fps เหมาะกับทุกจังหวะที่ต้องการความเร็ว

ด้านวิดีโอ Sony ZV-E10 ถ่าย 4K ได้ที่ 30fps แบบไม่มีครอป พร้อม HLG และ S-Log3 สำหรับสายเกรดสี ให้คุณสร้าง Footage ระดับมืออาชีพได้ง่าย ๆ ขณะที่ Full HD ก็รองรับ Slow Motion ที่ 120fps ให้คุณสร้างช็อต B-roll ได้อย่างมือโปร

หน้าจอ LCD ขนาด 3 นิ้วแบบ Vari-Angle หมุนได้รอบ เหมาะกับการถ่ายแนวตั้ง ถ่ายเซลฟี่ หรือ Vlog มือเดียว กล้องมีไมโครโฟนในตัว พร้อม Wind Shield กันเสียงลม และยังมีพอร์ตเชื่อมต่อครบ USB-C, Micro HDMI, Mic และหูฟัง 3.5mm เพื่อเสียงระดับโปร

เชื่อมต่อมือถือได้ทันทีด้วย Wi-Fi และ Bluetooth ส่งไฟล์ขึ้นโซเชียลหรืออัปโหลดเข้าแอปตัดต่อได้เลย แบตเตอรี่รุ่น NP-FW50 ใช้งานได้นานพอสำหรับถ่ายคอนเทนต์ทั้งวัน น้ำหนักรวมแบตและเมมเพียง 343 กรัม — พกไปไหนก็คล่องตัว

Sony ZV-E10 เหมาะกับใคร?

กล้องรุ่นนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ Vlogger, YouTuber หรือ TikToker ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือโปร ก็สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องปรับเยอะ ใครที่ต้องการ Workflow ง่าย ถ่ายมือเดียวจบในเครื่องเดียว Sony ZV-E10 คือตัวเลือกที่ใช่

ผู้ค้าขายออนไลน์ จะชื่นชอบฟังก์ชันที่รองรับการไลฟ์และถ่ายรีวิวสินค้าแบบคมชัดพร้อมเสียงดี ส่วน นักเดินทาง จะรักความเบา พกง่าย และคุณภาพที่ไว้ใจได้ทุกสภาพแสง สำหรับใครที่อยากเริ่มทำคอนเทนต์แต่ยังไม่อยากลงทุนกล้องใหญ่ กล้องตัวนี้คือทางเลือกที่ “โปร” พอโดยไม่ต้องโปรฯ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่: Sony ZV-E10 จาก EC MALL

Canon EOS R10 กล้อง Mirrorless APS-C ตัวคุ้มที่สุดสำหรับ Creator, Youtuber และสายถ่ายงาน ปี 2025

ในยุคที่ภาพและวิดีโอคุณภาพสูงเป็นหัวใจของการทำคอนเทนต์ การมีกล้องที่ “คุ้มค่า ใช้งานง่าย ไฟล์ดี พร้อมลุยทุกงาน” คือสิ่งที่ Creator ทุกระดับมองหา และ Canon ก็เข้าใจตลาดนี้เป็นอย่างดีด้วยการเปิดตัว Canon EOS R10 กล้องมิเรอร์เลสระบบ RF Mount ที่เกิดมาเพื่อมือโปรที่ต้องการความคล่องตัว และผู้เริ่มต้นที่อยากก้าวสู่โลกการถ่ายภาพและวิดีโออย่างจริงจัง

กล้องรุ่นนี้ใช้เซนเซอร์ขนาด APS-C ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล ที่ให้คุณภาพภาพนิ่งและวิดีโอแบบคมชัดทุกสถานการณ์ ประมวลผลด้วย DIGIC X ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์ตัวเดียวกับกล้องระดับโปรอย่าง R3 และ R6 II จึงได้ภาพที่สีตรง เคลียร์ และเก็บรายละเอียดได้ดีแม้ในแสงน้อย

ระบบโฟกัสเป็น Dual Pixel CMOS AF II แบบเดียวกับรุ่นเรือธง มีจุดโฟกัสมากถึง 1,053 จุด ครอบคลุมทั้งเฟรม พร้อมฟีเจอร์ Eye Detection, Animal Detection และ Vehicle Detection ที่โฟกัสแม่นและเร็ว ช่วยให้คุณไม่พลาดทุกช็อตสำคัญ

ด้านวิดีโอ EOS R10 ถ่าย 4K ได้ถึง 60p และรองรับ oversample 4K 30p จาก 6K เพื่อให้ได้คุณภาพสูงสุดแบบไม่มีครอป พร้อม FHD 120p สำหรับการถ่ายสโลว์โมชั่นที่ดูโปรมากขึ้น เหมาะกับสายคอนเทนต์ทั้งแบบสอน พรีเซนต์สินค้า หรือถ่าย Vlog

หน้าจอ LCD แบบพับได้ขนาด 3 นิ้ว พร้อมระบบสัมผัส ใช้งานง่ายเหมาะกับการถ่ายตัวเอง และ EVF OLED ความละเอียด 2.36 ล้านจุด ให้ภาพคมชัดเวลาใช้งานกลางแจ้ง เชื่อมต่อได้ทั้ง Wi-Fi และ Bluetooth ส่งไฟล์ไว อัปโหลดสะดวก มีพอร์ตครบทั้ง USB-C, HDMI, ไมโครโฟน และรีโมต

แบตเตอรี่ LP-E17 ใช้งานได้ราว 450 ภาพนิ่ง หรือถ่ายวิดีโอ 80-120 นาที ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป น้ำหนักเพียง 429 กรัม เหมาะกับการพกพาไปถ่ายงานทุกที่

Canon EOS R10 เหมาะกับใคร?

กล้องตัวนี้เหมาะกับ Creator, YouTuber และ TikToker ที่ต้องการกล้องคุณภาพระดับโปร แต่ใช้งานง่าย ตั้งค่าคล่อง เหมาะกับทุกแพลตฟอร์ม รวมถึง ช่างภาพงานอีเวนต์ หรือพรีเวดดิ้ง ที่ต้องการโฟกัสแม่น จับจังหวะไว

สำหรับ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือสายรีวิวสินค้า R10 ก็รองรับการไลฟ์ ขายของ หรือถ่ายโปรโมชันได้แบบไม่ต้องพึ่งกล้องใหญ่ ส่วน มือใหม่ที่อัปเกรดจากมือถือหรือกล้องคอมแพกต์ ก็จะพบว่ากล้องตัวนี้ใช้ง่ายกว่า และให้ผลลัพธ์คุ้มเกินราคา

ใครที่ชอบเดินทาง ชอบทำ Vlog หรือถ่ายคลิปสอนขายคอร์ส กล้องตัวนี้ก็พร้อมให้คุณได้ภาพและเสียงที่ดูดี พร้อมใช้งานได้ทันทีในแบบมืออาชีพ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่: Canon EOS R10 จาก EC MALL

Canon EOS RP กล้องฟูลเฟรม Mirrorless ราคาจับต้องได้ สำหรับครีเอเตอร์และมือโปรเริ่มต้น ปี 2025

ในยุคที่ภาพนิ่งและวิดีโอคุณภาพสูงกลายเป็นเครื่องมือทำมาหากินอย่างจริงจัง กล้องฟูลเฟรมจึงไม่ใช่แค่ของหรู แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และ Canon ก็เข้าใจถึงจุดนี้ดี จึงได้ออก Canon EOS RP กล้องฟูลเฟรม Mirrorless ที่ใช้ระบบ RF Mount แต่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย เหมาะทั้งสำหรับ Creator, YouTuber, TikToker, และช่างภาพที่ต้องการก้าวเข้าสู่โลกฟูลเฟรมโดยไม่ต้องจ่ายแพงเกินจำเป็น

กล้องรุ่นนี้ใช้เซนเซอร์ขนาดฟูลเฟรม ความละเอียด 26.2 ล้านพิกเซล ให้คุณภาพภาพถ่ายแบบละเอียดยิบ โทนสีผิวแบบ Canon Skin Tone ก็ยังคงเป็นจุดขายหลัก ที่สายถ่ายคนหลงรัก ส่วนการประมวลผลภาพใช้ DIGIC 8 ให้โทนภาพสวย คมชัดทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

แม้จะเป็นรุ่นประหยัด แต่ Canon ยังใส่ระบบโฟกัส Dual Pixel CMOS AF พร้อม Eye Detection ที่ช่วยให้การถ่ายภาพคนหรือ Vlog เป็นเรื่องง่าย โฟกัสเร็วและแม่น แถมยังมีหน้าจอ Vari-angle ขนาด 3 นิ้ว พับได้ ถ่ายมุมไหนก็สะดวก โดยเฉพาะการถ่ายตัวเองหรือถ่ายวิดีโอแนวตั้ง

วิดีโอรองรับ 4K ที่ 25p (ครอป) และ Full HD ที่ 60p เพียงพอกับการทำคอนเทนต์ทั่วไปหรือไลฟ์ขายของ พอร์ตต่าง ๆ ก็จัดเต็ม มีทั้ง USB-C, Micro HDMI, ไมค์ และหูฟัง 3.5 มม. รองรับทั้งการถ่ายและมอนิเตอร์เสียง

การเชื่อมต่อทำได้รวดเร็วผ่าน Wi-Fi และ Bluetooth ส่งไฟล์ขึ้นมือถือได้ง่าย ใช้งานกับแอป Canon ได้สะดวก และถึงแม้ใช้แบตเตอรี่ LP-E17 ขนาดเล็ก แต่ก็ถ่ายได้ราว 350-400 ภาพต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เหมาะกับการพกพาไปถ่ายนอกสถานที่ เพราะน้ำหนักเพียง 485 กรัมเท่านั้น

Canon EOS RP เหมาะกับใคร?

กล้องตัวนี้เหมาะกับ Creator, YouTuber และ TikToker ที่อยากเริ่มต้นกับกล้องฟูลเฟรม โดยไม่ต้องจ่ายแพงหรือเรียนรู้อะไรซับซ้อน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการไฟล์คุณภาพดีตั้งแต่ในกล้อง ไม่ต้องแต่งเยอะ

สาย Portrait, Wedding และ Event ก็สามารถใช้ EOS RP ถ่ายงานได้จริง ทั้งในเรื่องคุณภาพโทนสี ความชัดลึกจากเซนเซอร์ฟูลเฟรม และการใช้งานที่คล่องตัว

หากคุณคือคนที่ใช้กล้องมือถือหรือ APS-C อยู่ แล้วอยากอัปเกรดสู่กล้องระดับโปรที่พกง่าย ใช้ง่าย ตัวนี้ตอบโจทย์เต็มที่ รวมถึงใครที่ทำคอนเทนต์แนว Live, รีวิว, ไลฟ์ขายของ หรือแม้แต่สาย ท่องเที่ยว ที่อยากได้กล้องคุณภาพสูงในน้ำหนักเบา EOS RP คือตัวเลือกสุดคุ้ม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่: Canon EOS RP จาก EC MALL

Fujifilm X100VI กล้อง Compact ระดับพรีเมียมสำหรับ Street, Vlog และ Everyday Carry ปี 2025

หากคุณกำลังมองหากล้องที่ “ดีไซน์คลาสสิก พกง่าย แต่ไฟล์ระดับโปร” ที่ตอบโจทย์ได้ทั้งการถ่าย Street, Documentary, Vlog หรือภาพในชีวิตประจำวัน Fujifilm X100VI คือคำตอบที่หลายคนรอคอย และในปี 2025 นี้ รุ่นล่าสุดในตระกูล X100 ได้ถูกพัฒนาให้สมบูรณ์ยิ่งกว่าที่เคย

กล้องรุ่นนี้มาพร้อมเซนเซอร์ APS-C X-Trans CMOS 5 HR ความละเอียดสูงถึง 40.2 ล้านพิกเซล ให้ภาพคมชัด รายละเอียดแน่น ตั้งแต่การถ่ายภาพนิ่งไปจนถึงวิดีโอระดับ 6.2K และยังทำงานร่วมกับโปรเซสเซอร์ X-Processor 5 ที่ประมวลผลได้ไว ภาพเคลื่อนไหวลื่น สีตรงตามสไตล์ Fujifilm

ระบบโฟกัสใหม่แบบ AI AF รองรับการตรวจจับใบหน้า ดวงตา และวัตถุต่าง ๆ ได้แม่นยำ ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ใช้ถ่ายคนหรือสถานการณ์ที่มีการเคลื่อนไหวได้มั่นใจยิ่งขึ้น พร้อมถ่ายภาพต่อเนื่องได้ถึง 20 fps ด้วยชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์

ด้านวิดีโอถือว่าก้าวกระโดดจากรุ่นก่อน รองรับการถ่าย 6.2K ที่ 30p, 4K ที่ 60p และ Full HD สูงสุด 240p สำหรับสาย Vlog หรือคนชอบทำ B-roll ช็อตสโลว์ ๆ ระบบกันสั่น IBIS ในตัวยังช่วยให้ได้ฟุตเทจที่นิ่งขึ้นโดยไม่ต้องใช้กิมบอล

เลนส์ Fixed 23mm F2 (เทียบเท่า 35mm) ที่ติดตั้งมากับกล้องนั้นให้คุณภาพสูง เหมาะกับการถ่ายทุกแนว ไม่ว่าจะเป็นภาพคน วิว หรือสถานที่ท่องเที่ยว เสริมด้วย Film Simulation มากกว่า 20 แบบ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Fujifilm ใครถ่าย JPG เป็นหลักจะต้องหลงรัก

หน้าจอ Touchscreen ขนาด 3 นิ้วแบบบิดพับได้ ใช้งานง่ายทั้งมุมสูงและมุมต่ำ เสริมด้วยช่องมองภาพ Hybrid ที่สลับได้ทั้ง EVF และ OVF ช่วยให้เลือกมุมมองที่ถนัดที่สุด กล้องยังมี ND Filter ในตัว ลดแสงได้ 4 Stop เหมาะกับการถ่ายกลางแจ้งหรือทำวิดีโอ

รองรับ Wi-Fi และ Bluetooth สำหรับส่งภาพเข้ามือถือทันที ใช้แบตเตอรี่รุ่น NP-W126S ถ่ายได้ประมาณ 420 ภาพ น้ำหนักกล้องรวมอยู่ที่ 521 กรัม — เบา พกง่าย แต่คุณภาพไม่เบาเลย

Fujifilm X100VI เหมาะกับใคร?

กล้องตัวนี้เหมาะกับ สาย Street Photography ที่อยากได้กล้องเล็กที่พกง่าย ถ่ายเร็ว และไฟล์คมมากโดยไม่ต้องพกกล้องใหญ่ให้เทอะทะ

ครีเอเตอร์, Youtuber หรือ Vlogger จะชอบ Workflow ที่จบได้ในกล้อง ทั้งสี ฟุตเทจ และเสียง โดยไม่ต้องพึ่งการแต่งเยอะ เหมาะกับการอัปโหลดทันที

สาย Travel Blogger ที่ต้องการกล้องตัวเดียวจบ — ถ่ายภาพก็สวย วิดีโอก็คุณภาพสูง ไม่ต้องพกเลนส์หลายตัวให้ยุ่งยาก

ใครที่อยากได้ไฟล์ JPG ที่แต่งสวยจบในตัว หรือกำลังมองหา กล้อง Everyday Carry ที่ใช้ถ่ายทุกวันโดยไม่ต้องตั้งค่าเยอะ ก็จะตกหลุมรัก X100VI ได้ไม่ยาก

รวมถึงผู้ที่อยากเริ่มใช้ Fuji เพื่อสัมผัสประสบการณ์ Film Simulation ที่ขึ้นชื่อในวงการ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่: Fujifilm X100VI จาก EC MALL

Fujifilm X Half กล้องดิจิทัลสไตล์ฟิล์มที่มอบประสบการณ์ถ่ายภาพสุดคลาสสิกในยุคดิจิทัล

เมื่อความคิดถึงกล้องฟิล์มกลับมาแรงในยุคดิจิทัล Fujifilm X Half ก็ถือกำเนิดขึ้นในฐานะกล้อง Compact ที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีอย่างลงตัว มอบประสบการณ์ถ่ายภาพแบบเรียบง่าย สนุก และเต็มไปด้วยอารมณ์ของยุคกล้องฟิล์มในขณะเดียวกันก็มีความสะดวกทันใจในแบบดิจิทัล ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่หลงใหลสไตล์วินเทจ

กล้องรุ่นนี้ใช้เซนเซอร์ขนาด 1 นิ้ว ความละเอียด 18 ล้านพิกเซล ให้ภาพที่คมชัดและมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว เสริมด้วยเลนส์ Fixed 10.8mm f/2.8 ที่เทียบเท่าระยะ 32mm บนฟูลเฟรม ซึ่งเป็นระยะเอนกประสงค์ เหมาะทั้งถ่ายคนและสถานที่ในชีวิตประจำวัน

ด้วยอัตราส่วนภาพ 3:4 ในแนวตั้ง ทำให้ภาพดูแปลกตา มีความเฉพาะตัว เหมาะกับการโพสต์บนโซเชียลโดยไม่ต้องครอปหรือแต่งเพิ่ม โดยเฉพาะคนที่ชอบถ่ายภาพแนว Vlog หรือ Street ก็จะสนุกกับมุมมองภาพที่แตกต่างนี้

Fujifilm ยังคงจุดขายด้วย Film Simulation ถึง 13 แบบ และฟิลเตอร์วินเทจอีก 26 แบบ ที่ให้ฟีลภาพกล้องฟิล์มหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่โทนคลาสสิก ไปจนถึงฟีลแฟชั่นหรือนิตยสาร แถมยังมีโหมดพิเศษอย่าง “Film Camera Mode” และ “2-in-1” ที่จำลองฟิล์มจริงทั้งภาพและเสียงชัตเตอร์

กล้องรองรับวิดีโอแนวตั้งที่ความละเอียด 1080x1440p เหมาะกับ Creator สาย TikTok หรือ IG Reels โดยเฉพาะ หน้าจอ LCD แบบแนวตั้งขนาด 2.4 นิ้วใช้งานง่าย และยังมี Optical Viewfinder ที่ให้ความรู้สึกแบบกล้องฟิล์มแท้ ๆ ทุกครั้งที่กดชัตเตอร์

ส่งภาพเข้าสมาร์ตโฟนได้ทันทีด้วย Wi-Fi และ Bluetooth ไม่ต้องเสียเวลาย้ายไฟล์ผ่านคอมฯ แบตเตอรี่ก็อึดเกินคาด ใช้งานได้ราว 880 ช็อตต่อการชาร์จ น้ำหนักเพียง 240 กรัม เบาและพกง่าย ใส่กระเป๋าเสื้อยังได้!

Fujifilm X Half เหมาะกับใคร?

กล้องตัวนี้เหมาะกับ คนที่รักกล้องฟิล์ม แต่ไม่อยากยุ่งยากเรื่องฟิล์มและการล้างภาพ รวมถึง ครีเอเตอร์สายฟิล์ม ที่อยากได้กล้องเล็ก ใช้งานง่ายแต่ภาพสวยมีคาแรกเตอร์จบในตัว

สำหรับคนที่อยากเริ่มถ่ายภาพแนว Street หรือ Travel ก็สามารถใช้ X Half เป็นกล้อง Everyday Carry ที่ตอบสนองได้ทั้งอารมณ์และคุณภาพไฟล์

Vlogger หรือผู้ใช้โซเชียล จะหลงรักกล้องตัวนี้ เพราะให้ไฟล์สำเร็จที่พร้อมแชร์ในแนวตั้งทันที และหากคุณเป็นคนที่ชอบของสะสม กล้องรุ่นนี้ก็คือหนึ่งในไอเท็ม Limited ที่คุณควรมีติดกระเป๋า

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่: Fujifilm X Half จาก EC MALL

Insta360 X5 กล้อง 360 องศา 8K ที่ครบเครื่องที่สุดสำหรับ Creator, Vlogger และสายผจญภัย ปี 2025

เมื่อวิดีโอ 360 องศาและคอนเทนต์ VR กลายเป็นเทรนด์มาแรงของยุค Insta360 X5 จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้สร้างคอนเทนต์ที่ต้องการสร้างมุมมองใหม่แบบ “รอบตัว” โดยไม่ต้องพึ่งกล้องหลายตัวหรือโดรนให้ยุ่งยาก กล้องรุ่นนี้ถือเป็นรุ่นเรือธงของ Insta360 ที่พัฒนาทุกอย่างมาเพื่อให้ได้คุณภาพระดับสูงสุด ในบอดี้ที่เล็ก พกง่าย แต่ทรงพลังเกินตัว

Insta360 X5 ใช้เซนเซอร์คู่ CMOS ขนาด 1/1.28 นิ้ว ที่ให้คุณภาพภาพดีขึ้นทั้งกลางวันและแสงน้อย รองรับการถ่ายวิดีโอ 360 องศาที่ความละเอียดสูงสุดถึง 8K ที่ 30fps พร้อมโหมด 5.7K 60fps สำหรับงานที่ต้องการความลื่นไหล และยังถ่าย Slow Motion ได้ที่ 4K 120fps

สายถ่ายภาพนิ่งก็ไม่ผิดหวัง เพราะกล้องนี้ให้ความละเอียดสูงถึง 72 ล้านพิกเซลในโหมด 360° ที่สามารถนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์หรือโปรเจกต์ VR ได้แบบเต็ม ๆ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ PureShot HDR และ Active HDR Video ที่ช่วยดึงรายละเอียดภาพได้ดีแม้ในซีนย้อนแสง

การกันสั่นถือเป็นไฮไลต์ของ X5 ด้วยเทคโนโลยี FlowState Stabilization ผสานกับฟีเจอร์ Horizon Lock 360 ที่ช่วยให้ภาพนิ่งแม้กล้องจะหมุน หรือใช้งานขณะเล่นกีฬา Extreme เช่น ปั่นจักรยาน วิ่ง ปีนเขา หรือเล่นเซิร์ฟ

เลนส์สามารถถอดเปลี่ยนได้ และมีรูรับแสงกว้าง F2.0 แบบ Ultra-Wide เก็บมุมได้กว้างสุด ๆ โดยไม่เสียคุณภาพ พร้อมรองรับการกันน้ำระดับ IPX8 ลงน้ำได้ลึกถึง 10 เมตรโดยไม่ต้องใส่เคสเพิ่ม

แบตเตอรี่ 2,400mAh รองรับการถ่าย 8K ต่อเนื่องประมาณ 90 นาที และสามารถชาร์จผ่าน USB-C ได้ทันที การเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi และ Bluetooth ก็ทำให้ส่งไฟล์เข้าสมาร์ตโฟนหรือตัดต่อผ่านแอปได้รวดเร็ว — โดยเฉพาะฟีเจอร์อย่าง AI Frame Picking และ AI Auto Editing ที่ช่วยให้คุณได้คลิปเจ๋ง ๆ พร้อมโพสต์ทันที

แม้จะครบเครื่องขนาดนี้ แต่กล้องหนักแค่ 200 กรัมเท่านั้น ถือว่าเป็นคู่ใจสายท่องเที่ยวและ Vlogger ที่แท้จริง

Insta360 X5 เหมาะกับใคร?

กล้องตัวนี้เหมาะกับ Vlogger, YouTuber หรือ TikToker ที่ต้องการภาพแปลกใหม่แบบ 360 องศา ไม่ซ้ำใคร และสามารถใช้งานเดี่ยวได้โดยไม่ต้องมีทีมงาน

สายท่องเที่ยว, Travel Blogger และนักผจญภัย จะชื่นชอบกล้องรุ่นนี้ เพราะพกง่าย กันน้ำได้ และสร้างมุมมองที่โดดเด่นยิ่งกว่าเดิม

สำหรับ Sport Creator และผู้ที่ทำคอนเทนต์แนว Adventure อย่างขี่จักรยาน เซิร์ฟ หรือสเกต กล้องนี้คือเพื่อนร่วมทางที่พร้อมเก็บทุกแอคชันได้แบบนิ่งเป๊ะ

ใครที่ทำงานด้าน VR Content หรือ Virtual Tour ก็จะได้ประโยชน์จากความละเอียดสูงและมุมมองรอบตัวที่เก็บภาพได้ครบในช็อตเดียว ส่วนสาย Live Streaming ก็สามารถไลฟ์แบบ 360° ได้ในคุณภาพสูงทันที

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่: Insta360 X5 จาก EC MALL

KODAK PIXPRO C1 กล้องคอมแพค 13MP ใช้งานง่าย สีสด พกสะดวกสำหรับผู้เริ่มต้นและสายเที่ยว ปี 2025

ถ้าคุณกำลังมองหากล้องตัวเล็กใช้ง่าย ภาพสวยสีสด พร้อมพกพาทุกวันในราคาที่เข้าถึงได้ KODAK PIXPRO C1 คือกล้อง Compact ที่ตอบโจทย์ทุกข้อ ด้วยน้ำหนักเพียง 115 กรัม แต่จัดเต็มด้วยเซ็นเซอร์ BSI CMOS ขนาด 1/3 นิ้ว ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และเลนส์มุมกว้างเทียบเท่า 26mm f/2.0 ที่เหมาะกับการถ่ายทั้งวิว คน และอาหารในชีวิตประจำวัน

ตัวกล้องถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ 1080p/30fps พร้อมไฟล์ภาพ JPEG และวิดีโอ MOV (H.264) ที่พร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องแปลงไฟล์ให้ยุ่งยาก โหมดถ่ายภาพมีให้เลือกหลากหลายทั้งอัตราส่วน 4:3 และ 16:9 ความละเอียดสูงสุดถึง 4160x3120 พิกเซล และสามารถซูมดิจิทัลได้ถึง 4 เท่า

แม้จะเป็นกล้องเล็ก ๆ แต่ KODAK ก็ใส่ใจรายละเอียดด้วยโหมดโฟกัสปกติและมาโครที่ถ่ายได้ใกล้สุดถึง 8 ซม. เหมาะกับสายถ่ายของกินหรือสินค้าขนาดเล็ก ระบบโฟกัสแบบ Fixed Focus ใช้งานง่าย ไม่ต้องตั้งค่าให้วุ่นวาย

หน้าจอ LCD ขนาด 2.8 นิ้ว หมุนอัตโนมัติขึ้นบน 180° เหมาะกับการเซลฟี่หรือถ่าย Vlog เบา ๆ แบตเตอรี่ในตัวขนาด 700mAh ใช้งานได้ราว 220 ช็อต หรือถ่ายวิดีโอได้นานประมาณ 30 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ชาร์จง่ายผ่านสาย USB-C พกกล้องจบครบพร้อมใช้งานทุกที่

ตัวกล้องรองรับ microSD/SDHC สูงสุด 32GB และสามารถใช้งานในอุณหภูมิ -10°C ถึง 40°C จึงพกพาไปเที่ยวได้หลากหลายสถานการณ์โดยไม่ต้องกังวล

KODAK PIXPRO C1 เหมาะกับใคร?

กล้องตัวนี้เหมาะกับ คนที่มองหากล้องพกติดตัวไว้ทุกวัน ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน โดยเฉพาะ ผู้เริ่มต้น, เด็ก หรือผู้สูงอายุ ที่ต้องการกล้องเล็ก ใช้งานง่าย แค่กดแล้วถ่าย

ใครที่อยากได้ กล้องสำหรับถ่าย Vlog แบบประหยัด ก็จะชอบหน้าจอที่พลิกขึ้นได้ และวิดีโอ 1080p ที่ใช้งานได้จริงแบบไม่ต้องแต่งเพิ่ม

สายเที่ยวหรือคนที่ชอบโทนภาพสด ๆ แบบ Kodak ก็จะหลงรักภาพสีจัดจ้านที่ออกจากกล้องนี้ รวมถึง ร้านค้าออนไลน์ ที่ต้องการกล้องถ่ายสินค้าแบบง่าย ๆ ไม่ต้องตั้งค่าหลายขั้นตอน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่: KODAK PIXPRO C1 จาก EC MALL

PENTAX WG-1000 กล้องกันน้ำกันกระแทกถึกทน พร้อมลุยทุกสภาพอากาศสำหรับสายลุย สายท่องเที่ยว ปี 2025

ถ้าคุณคือสายลุยที่ชอบเดินทาง ถ่ายภาพในสภาพแวดล้อมสุดโหด ไม่ว่าจะเป็นทะเล น้ำตก ปีนเขา หรือกิจกรรมกลางแจ้งแบบจัดเต็ม PENTAX WG-1000 คือกล้องคอมแพคที่เกิดมาเพื่อลุยทุกเส้นทางอย่างแท้จริง กล้องรุ่นนี้ไม่เพียงแค่ใช้งานง่าย แต่ยังออกแบบมาให้ “ถึก ทน พร้อมลุย” ได้โดยไม่ต้องห่วงเรื่องฝน น้ำ กระแทก หรือฝุ่นทรายใด ๆ

กล้องมาพร้อมเซนเซอร์ CMOS ขนาด 1/2.3 นิ้ว ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ให้คุณภาพภาพถ่ายที่ชัดเจนและคมพอสำหรับการเก็บความทรงจำในทุกการเดินทาง ไม่ว่าคุณจะถ่ายภาพกลางแดดจ้า กลางคืน หรือแม้แต่ใต้น้ำ

เลนส์ซูมออปติคัล 4 เท่า ครอบคลุมระยะเทียบเท่า 27-108 มม. ให้คุณถ่ายได้ทั้งภาพมุมกว้างและซูมระยะใกล้ได้อย่างยืดหยุ่น โดยมีค่ารูรับแสง f/3.5 ถึง f/6.6 ซึ่งเหมาะกับการถ่ายทั้งกลางวันและในสภาพแสงน้อย

PENTAX WG-1000 รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Full HD 1080p ที่ 30 เฟรมต่อวินาที พร้อมโหมดถ่ายใต้น้ำ, ถ่ายกลางคืน และโหมดมาโครที่ช่วยให้คุณถ่ายภาพระยะใกล้ได้ชัดเจน แม้ในสถานการณ์ท้าทาย

กล้องสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 15 เมตร ใช้งานใต้น้ำต่อเนื่องได้นานถึง 60 นาที และยังกันกระแทกจากการตกสูง 2 เมตร รวมถึงกันฝุ่นและทรายตามมาตรฐาน IPX6 ใช้งานในกิจกรรมลุยฝนหรือในทะเลทรายก็ไม่มีปัญหา

หน้าจอขนาด 2.7 นิ้ว ความละเอียด 230K จุด ใช้งานง่าย มองเห็นชัดในกลางแจ้ง ปรับ ISO ได้ตั้งแต่ 100 ถึง 6400 และความเร็วชัตเตอร์ตั้งแต่ 1/2000 จนถึง 4 วินาที รองรับการ์ด SD, SDHC และ SDXC พร้อมแบตเตอรี่ที่ถ่ายได้ราว 300 ภาพต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง น้ำหนักเพียง 174 กรัม จึงพกพาสบายแม้ต้องเดินป่าหลายชั่วโมง

PENTAX WG-1000 เหมาะกับใคร?

กล้องรุ่นนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ คนที่กำลังมองหากล้องกันน้ำ กันกระแทก เพื่อพกไปเที่ยวทะเล ดำน้ำ เล่นน้ำตก หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงกับอุปกรณ์

นักเดินทางและสาย Outdoor เช่น ปีนเขา ปั่นจักรยาน หรือเดินป่า ก็จะชื่นชอบความเบาและความทนของกล้องรุ่นนี้ ที่พร้อมลุยได้ทุกเส้นทางโดยไม่ต้องกังวล

นอกจากนี้ ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ที่ชอบเล่นกล้องหรือถ่ายภาพ ก็สามารถใช้งานกล้องนี้ได้อย่างมั่นใจ เพราะทนต่อแรงตกกระแทก และใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่PENTAX WG-1000 จาก EC MALL