Filter กล้องคืออะไร? เจาะลึกประเภท การใช้งาน และการเลือกซื้อ

เมื่อเริ่มเข้าสู่วงการถ่ายภาพ “ฟิลเตอร์” มักเป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กที่คนมองข้าม แต่จริง ๆ แล้ว ฟิลเตอร์ไม่ใช่แค่แผ่นกระจกบาง ๆ ที่เอาไว้กันรอยหน้าเลนส์ แต่เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ช่างภาพควบคุมแสง สี และอารมณ์ของภาพได้อย่างมืออาชีพ

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับฟิลเตอร์กล้องประเภทต่าง ๆ พร้อมคำแนะนำการใช้งาน เพื่อให้คุณเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมกับแนวภาพและสถานการณ์


1. UV Filter / Protector Filter – ปกป้องเลนส์ไว้ก่อน

ฟิลเตอร์ที่ช่างภาพส่วนใหญ่มักมีติดไว้กับเลนส์ตลอดเวลา ช่วยป้องกันฝุ่นละออง, รอยนิ้วมือ และการกระแทกเล็กน้อย

  • UV Filter เดิมทีมีไว้ลดแสง UV ในฟิล์ม แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่ทำหน้าที่คล้าย protector มากกว่า

  • เหมาะสำหรับ ทุกแนวถ่าย ใช้ติดหน้าเลนส์ประจำวันเพื่อยืดอายุเลนส์

ทิป: เลือกฟิลเตอร์ที่มี multi-coating เพื่อคงคุณภาพของภาพโดยไม่ทำให้คอนทราสต์ลดลง


2. Circular Polarizer (CPL) – ฟ้าใส น้ำใส สีสดขึ้น

ฟิลเตอร์ยอดฮิตของสาย Landscape ที่ช่วยลดแสงสะท้อนจากผิวน้ำ ใบไม้ หรือกระจก พร้อมเพิ่มความอิ่มสี (saturation) ให้ภาพดูสดขึ้นโดยไม่แต่งเพิ่ม

  • เหมาะกับ ทิวทัศน์ ธรรมชาติ ภาพสถาปัตย์กลางแจ้ง

  • ข้อควรระวัง ประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อหมุนกล้องตั้งฉากกับดวงอาทิตย์


3. ND Filter – เปิดชัตเตอร์ได้นานขึ้น

ND ย่อจาก Neutral Density เป็นฟิลเตอร์ที่ “ลดแสงเข้ากล้อง” โดยไม่เปลี่ยนสีของภาพ ทำให้สามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำในเวลากลางวันได้

  • ใช้ทำอะไร?

    • น้ำฟุ้ง, ก้อนเมฆเคลื่อนไหว, คนเบลอในภาพเมือง

  • มีแบบ ค่า stop คงที่ (เช่น ND8, ND64) และแบบแปรผัน (Variable ND)


4. Graduated ND Filter (GND) – ท้องฟ้าสวยแบบไม่จมขาว

เป็น ND Filter ที่ลดแสงเฉพาะด้านบนของเฟรม (เช่นท้องฟ้า) เหมาะกับฉากที่มี dynamic range กว้าง เช่น พระอาทิตย์ตกหรือวิวทะเล

  • มีแบบ

    • Soft edge: ไล่แสงนุ่มนวล เหมาะกับภูเขา

    • Hard edge: ขอบชัด เหมาะกับขอบฟ้าตรง

    • Reverse GND: เข้มตรงกลาง เหมาะกับพระอาทิตย์ตก


5. Color Filters – ควบคุมอุณหภูมิสีตั้งแต่ต้นทาง

แม้กล้องดิจิทัลจะมีฟังก์ชัน white balance แต่ฟิลเตอร์สีช่วยปรับโทนได้อย่างรวดเร็ว เช่น

  • Warming (85B): ทำให้แสงดูอบอุ่น เหมาะกับภาพบุคคลหรือแสงเย็น

  • Cooling (80A): ทำให้ภาพดูโทนเย็น เหมาะกับหิมะ หรือแสงฟ้า


6. Soft / Diffusion Filter – ภาพนุ่มนวลเหมือนหนัง

ใช้ลดความคมชัดเล็กน้อย ทำให้ผิวดูเรียบเนียน และสร้างบรรยากาศภาพแบบ cinematic

  • นิยมใน ภาพพอร์เทรต วิดีโอ และแฟชั่น

  • ตัวอย่าง Tiffen Black Pro-Mist, Moment CineBloom


7. Infrared (IR) Filter – โลกอีกใบที่มองไม่เห็น

ใช้กรองแสงอินฟราเรด เพื่อสร้างภาพขาวดำที่แปลกตา เช่น ใบไม้ขาว ท้องฟ้าดำ ต้องใช้ร่วมกับกล้องดัดแปลง (IR modified)


8. FLD Filter – สร้างแสงฟลูออเรสเซนต์โดยไม่พึ่งไฟ

แม้ไม่ฮิตในยุคปัจจุบัน FLD ยังคงเป็นทางเลือกสนุก ๆ สำหรับสายครีเอทีฟที่ต้องการสร้าง mood แสงเรืองแปลกตา


9. White Balance Filter – ตั้งค่าไวท์บาลานซ์แม่นขึ้น

ฟิลเตอร์บางชนิด (เช่น Expodisc) ใช้ในการตั้ง custom white balance ได้อย่างแม่นยำ สำหรับมืออาชีพที่ต้องการโทนสีเป๊ะ


10. Drop-in / Rear Filter – เลนส์พิเศษก็ใช้ฟิลเตอร์ได้

สำหรับเลนส์บางรุ่นที่ใส่ฟิลเตอร์หน้าเลนส์ไม่ได้ เช่น Ultra-Wide หรือ Telephoto บางรุ่น จะมีช่องใส่ฟิลเตอร์แบบสอดด้านหลังแทน


11. ฟิลเตอร์เอฟเฟกต์พิเศษ – เติมความสนุก

  • Star filter: ทำให้ไฟเป็นแฉก

  • Center spot: โฟกัสเฉพาะกลางภาพ

  • Bokeh shape: เปลี่ยนรูปร่างดวงไฟให้เป็นรูปหัวใจ ดาว ฯลฯ

ประเภทของฟิลเตอร์ตามรูปแบบการใช้งาน

1. ฟิลเตอร์แบบวงกลม (Screw-in Filters)

  • คุณสมบัติ: เป็นฟิลเตอร์ที่มีเกลียว สามารถหมุนติดกับหน้าเลนส์โดยตรง

  • ขนาด: มีหลากหลายเส้นผ่านศูนย์กลาง เช่น 49mm, 67mm, 77mm ฯลฯ

  • ข้อดี: พกพาสะดวก ใช้งานรวดเร็ว

  • ข้อจำกัด: ใช้กับเลนส์ขนาดเฉพาะ อาจต้องใช้ ring adapter หากเปลี่ยนเลนส์

2. ฟิลเตอร์แบบแผ่นสี่เหลี่ยม (Square / Rectangular Filters)

  • คุณสมบัติ: ใช้ร่วมกับระบบ Holder (เช่น Lee, NiSi, K&F) ที่ติดตั้งบนหน้าเลนส์

  • ข้อดี:

    • สามารถใช้งานกับเลนส์หลายขนาดได้ (แค่เปลี่ยน ring)

    • เลื่อนตำแหน่งของฟิลเตอร์ได้อิสระ เหมาะกับ GND ที่ต้องจัดระนาบแสงพอดี

  • วัสดุ: มีทั้งแบบแก้ว optical และ resin

  • ขนาดยอดนิยม: 100x100mm, 100x150mm, 150x150mm

3. Drop-in / Rear Filters

  • ใช้ในเลนส์พิเศษ เช่น ultra-wide หรือเลนส์ telephoto ที่หน้าเลนส์กว้างจนใส่ screw-in filter ไม่ได้

  • ฟิลเตอร์จะถูกใส่ไว้ในช่องพิเศษด้านหลังเลนส์


วัสดุและการเคลือบของฟิลเตอร์

วัสดุฟิลเตอร์:

  1. Optical Glass (แก้วคุณภาพสูง)

    • ความใสสูง ทนรอยขีดข่วน

    • ใช้ในฟิลเตอร์ระดับโปร

  2. Resin (พลาสติกโพลีเมอร์)

    • น้ำหนักเบา ราคาถูก

    • ขูดง่ายกว่ากระจก และอาจมีความเพี้ยนของสี

  3. Quartz หรือ Gorilla Glass

    • ทนแรงกระแทกดีมาก

    • ใช้ในฟิลเตอร์เกรดโปรหรือสาย outdoor/sports

การเคลือบ (Coating)

  • Multi-Coating (MC): เคลือบหลายชั้นเพื่อลดการสะท้อน เพิ่มคอนทราสต์ และกันน้ำ/ฝุ่น

  • Nano Coating / Hydrophobic Coating: น้ำไม่เกาะ เช็ดทำความสะอาดง่าย

  • IR Coating: ป้องกันแสงอินฟราเรดที่อาจรบกวน sensor


ฟิลเตอร์สำหรับสาย Production และวิดีโอ

ฟิลเตอร์พิเศษที่ใช้ในงานวิดีโอ / Cinema:

1. Matte Box System

  • เป็น housing ที่ใช้ฟิลเตอร์แบบแผ่นขนาดใหญ่ เช่น 4x4”, 4x5.65”

  • ใช้ได้หลายแผ่นพร้อมกัน มีฟังก์ชันบังแสงเพื่อกันแฟลร์

2. Cinema ND / True ND

  • ND ที่มีคุณภาพสูง ค่าคงที่เป๊ะ (ไม่มี color cast)

  • เช่น Tiffen ND, Arri FSND, Firecrest ND

3. Mist Filter / Pro-Mist / Black Mist

  • ใช้เพิ่ม softness และ glow ให้กับแสงไฟ

  • นิยมใช้ในงานหนัง โฆษณา หรือคอนเทนต์แบบ cinematic

4. Streak / Flare Filter

  • ทำให้แสงไฟกลายเป็นเส้นแนวนอนเหมือนในเลนส์ anamorphic

5. IR-Cut Filter

  • ป้องกันแสงอินฟราเรดที่ส่งผลต่อ skin tone และภาพวิดีโอเมื่อใช้ ND หนา ๆ