Canon EOS RP ยังไหวไหมในปี 2025? กล้อง Full-Frame ราคาประหยัดที่ยังใช้งานได้ดี

ถ้าคุณกำลังเล็งจะเข้าสู่วงการกล้อง Full-Frame ในปี 2025 แล้วกำลังสงสัยว่า "Canon EOS RP ยังไหวไหม?" บอกเลยว่าคำตอบคือ... ยังไหว! และไหวแบบคุ้มสุด ๆ ด้วย

แม้ Canon EOS RP จะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2019 แต่ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย ประสิทธิภาพโดยรวมที่ยังน่าประทับใจ และความสามารถในการใช้งานร่วมกับเลนส์ RF รุ่นใหม่ ๆ ได้อย่างเต็มระบบ ทำให้กล้องรุ่นนี้ยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่หรือคนที่อยากลองกล้อง Full-Frame เป็นครั้งแรก

ทำไม Canon EOS RP ยังน่าใช้ในปี 2025?

กล้อง Full-Frame ที่เบาและเล็กที่สุดของ  กล้อง Canon – พกพาง่าย ใช้งานคล่องตัว

Canon EOS RP ได้ชื่อว่าเป็นกล้อง Full-Frame Mirrorless ที่มีขนาดเล็กและเบาที่สุดในไลน์ของ Canon ด้วยน้ำหนักเพียง 485 กรัม รวมแบตเตอรี่และการ์ด SD ซึ่งถือว่าเบามากเมื่อเทียบกับกล้อง Full-Frame ทั่วไปที่มักมีน้ำหนักเฉลี่ยราว 650-900 กรัมขึ้นไป จุดเด่นนี้เองที่ทำให้ RP กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการกล้องคุณภาพสูงแต่ไม่อยากแบกน้ำหนักเยอะ

ไม่ว่าจะเป็นการพกพาไปท่องเที่ยว ถ่ายภาพตามสถานที่ต่าง ๆ ถ่าย Street Photography แบบเดินถ่ายทั้งวัน หรือการขึ้นดอยไปถ่ายวิวบนยอดเขา EOS RP ก็พร้อมเป็นเพื่อนคู่ใจแบบไม่ถ่วงไหล่ อีกทั้งตัวบอดี้ถูกออกแบบให้จับถนัดมือ แม้ขนาดจะเล็กแต่ไม่รู้สึกว่ากล้องหลุดมือ บวกกับความสามารถในการใช้งานร่วมกับเลนส์ RF ที่น้ำหนักเบาหลายรุ่น ยิ่งทำให้ทั้งเซ็ตมีน้ำหนักรวมที่พกพาง่ายมากกว่ากล้อง DSLR แบบเดิมหลายเท่า

นอกจากนี้ ใครที่เคยรู้สึกว่ากล้อง Full-Frame คือของมือโปร พกยาก หนักไหล่ EOS RP จะเปลี่ยนความคิดนั้นไปเลย เพราะมันให้คุณได้สัมผัสคุณภาพไฟล์จากเซนเซอร์ขนาดใหญ่ โดยไม่ต้องแลกมากับบอดี้เทอะทะ พกพาลำบาก เหมาะมากกับคนที่อยาก “จริงจังขึ้น” ในการถ่ายภาพ แต่ยังต้องการความสะดวกแบบกล้อง Mirrorless ขนาดเล็กอยู่

เซนเซอร์ใหญ่ ให้คุณภาพภาพคมชัด สีสันสวยแบบ Canon แท้ ๆ

Canon EOS RP มาพร้อมเซนเซอร์แบบ CMOS ขนาด Full-Frame ที่มีความละเอียดอยู่ที่ 26.2 ล้านพิกเซล ซึ่งถือว่าเป็นขนาดเซนเซอร์เดียวกับกล้องมืออาชีพระดับสูง ความพิเศษของเซนเซอร์ขนาด Full-Frame คือการรับแสงและรายละเอียดของภาพได้มากกว่าเซนเซอร์ขนาด APS-C หรือ Micro Four Thirds อย่างเห็นได้ชัด ทั้งในแง่ของความคมชัด รายละเอียดเฉพาะจุด และการควบคุมระยะชัดลึก (Depth of Field) ที่ให้ภาพละลายหลังได้สวยเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งซอฟต์แวร์เบลอ

นอกจากความละเอียดที่เพียงพอสำหรับงานพิมพ์ หรือตัดต่อภาพแบบมืออาชีพแล้ว EOS RP ยังใช้ชิปประมวลผล DIGIC 8 ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงานของกล้อง เช่น การประมวลผลภาพในที่แสงน้อย การจัดการกับ noise และยังทำให้สีภาพออกมาสวย คม และดูเป็นธรรมชาติ

หนึ่งในจุดแข็งที่ผู้ใช้หลายคนชื่นชอบ Canon มาโดยตลอดคือเรื่อง “โทนสี” โดยเฉพาะสีผิวและโทนแดงที่ออกมานุ่มนวลและดูอบอุ่นแบบไม่ต้องแต่งเยอะ กล้องรุ่นนี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์เหล่านั้นไว้ได้อย่างดี ใครที่ชอบถ่ายภาพบุคคล หรือภาพที่ต้องการอารมณ์อบอุ่นฟุ้ง ๆ Canon EOS RP ตอบโจทย์สุด ๆ

ที่สำคัญ ด้วยราคาที่จับต้องได้ในปี 2025 กล้องรุ่นนี้จึงกลายเป็นทางเลือกสำหรับใครที่ต้องการคุณภาพระดับ Full-Frame โดยไม่ต้องจ่ายในระดับมือโปร เป็นโอกาสทองสำหรับมือใหม่ที่อยากได้กล้องตัวแรกที่มีเซนเซอร์ใหญ่ รองรับการเติบโตทางฝีมือในระยะยาว

ระบบโฟกัส Dual Pixel CMOS AF แม่นยำระดับมือโปร จับตาเป้าหมายได้ไวทุกสถานการณ์

หนึ่งในไฮไลต์ที่ทำให้ Canon EOS RP โดดเด่นเหนือกล้องระดับเริ่มต้นหลายรุ่น คือระบบโฟกัสอัตโนมัติที่ใช้เทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของ Canon ที่ได้รับคำชมมายาวนาน โดยระบบนี้ใช้พิกเซลบนเซนเซอร์ภาพในการตรวจจับโฟกัสแบบ Phase Detection ช่วยให้การโฟกัสเร็ว แม่น และนุ่มนวลโดยเฉพาะในโหมด Live View หรือการถ่ายวิดีโอ

EOS RP มีจุดโฟกัสมากถึง 4,779 ตำแหน่ง ที่ผู้ใช้สามารถเลือกได้เองบนหน้าจอสัมผัส โดยจุดโฟกัสเหล่านี้ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 88% แนวนอน และ 100% แนวตั้ง ของเฟรม ทำให้คุณสามารถเลือกโฟกัสได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าตัวแบบจะอยู่มุมไหนของภาพก็ตาม

ที่พิเศษไปกว่านั้นคือฟีเจอร์ Eye Detection AF ที่สามารถตรวจจับและล็อกโฟกัสที่ดวงตาของตัวแบบได้แบบอัตโนมัติ ซึ่งเหมาะมากกับการถ่ายภาพบุคคลหรือ Portrait ที่ต้องการความคมชัดในดวงตาเป็นพิเศษ โดยใน Canon EOS RP ระบบ Eye AF นี้สามารถใช้งานได้ทั้งในโหมดภาพนิ่งและวิดีโอ รวมถึงในโหมด Continuous AF (Servo) ซึ่งช่วยให้การติดตามตัวแบบที่กำลังเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างลื่นไหล ไม่พลาดช็อตสำคัญ

ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพเด็กที่วิ่งเล่น ถ่ายสัตว์เลี้ยงแสนซน หรือแม้แต่การถ่าย Vlog ของตัวเองที่ต้องโฟกัสตลอดเวลา Canon EOS RP ก็เอาอยู่ แถมยังโฟกัสได้แม้ในสภาพแสงน้อยระดับ EV-5 เมื่อใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้าง ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่กล้องในราคานี้มักทำไม่ได้

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณต้องการกล้องที่ “โฟกัสติดตลอดเวลา” Canon EOS RP คือหนึ่งในตัวเลือกที่มั่นใจได้เลยว่าไม่ทำให้คุณพลาดช็อตสำคัญแน่นอน

หน้าจอพับได้อเนกประสงค์ ตอบโจทย์ทั้งสาย Vlog, Selfie และ Live

Canon EOS RP มาพร้อมหน้าจอ LCD ขนาด 3 นิ้วแบบ Fully Articulating หรือที่เราเรียกกันง่าย ๆ ว่า "หน้าจอพับได้รอบทิศ" จุดเด่นคือสามารถกางออกด้านข้างและหมุนได้ 180 องศา ทำให้ไม่ว่าคุณจะถ่ายจากมุมสูง มุมต่ำ หรือแม้แต่กลับกล้องมาหาตัวเองเพื่อถ่าย Vlog หรือเซลฟี่ ก็ทำได้ง่ายดายและแม่นยำ

ด้วยความละเอียดหน้าจอที่ 1.04 ล้านจุด ให้ภาพแสดงผลคมชัด สีสันแม่นยำ ไม่ว่าจะใช้สำหรับจัดเฟรมภาพ ตรวจเช็กโฟกัส หรือดูภาพหลังถ่าย ก็ให้ประสบการณ์ที่ดี โดยเฉพาะกับ Creator หรือผู้ที่ต้องถ่ายงานคนเดียว การมีหน้าจอที่หมุนมาหาตัวเองได้คือความสะดวกอย่างแท้จริง ไม่ต้องพึ่งจอมอนิเตอร์แยกให้วุ่นวาย

นอกจากนี้หน้าจอยังรองรับ ระบบสัมผัสเต็มรูปแบบ (Full Touch) ทำให้ใช้งานได้สะดวกไม่ต่างจากการใช้สมาร์ตโฟน ไม่ว่าจะเป็นการโฟกัสด้วยการแตะบนจอ การเปลี่ยนเมนู หรือซูมภาพตอนพรีวิว เพียงปลายนิ้วก็สั่งงานได้ทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องพึ่งปุ่มกดแบบกล้องรุ่นเก่า ๆ ให้เสียเวลา

Creator ที่ทำ Live บน Facebook, YouTube หรือ TikTok ก็สามารถใช้ EOS RP คู่กับแอป Canon Camera Connect เพื่อส่งภาพเข้าโทรศัพท์ได้แบบเรียลไทม์ หรือจะต่อกับ Capture Card เพื่อ Live ผ่านคอมพิวเตอร์ก็ทำได้เช่นกัน หน้าจอที่พับได้จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพตัวเองตลอดเวลา ลดโอกาสเฟรมหลุด โฟกัสเพี้ยนได้อย่างดี

สำหรับสายท่องเที่ยว หน้าจอพับได้ก็ช่วยให้ถ่ายมุมสร้างสรรค์ได้หลากหลายยิ่งขึ้น เช่น มุมเตี้ยใกล้พื้นดิน มุมสูงเหนือศีรษะ หรือมุมเงยแบบ Dramatic โดยไม่ต้องหมอบหรือกางขาตั้งกล้องให้ยุ่งยาก

พูดได้เลยว่า “หน้าจอพับได้” ของ EOS RP ไม่ได้มีไว้แค่เพิ่มลูกเล่น แต่เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่เพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานจริงแบบเห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะในยุคที่ทุกคนสามารถเป็น Creator ได้ง่าย ๆ แค่มีกล้องดี ๆ ตัวเดียว

รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K – แม้มีข้อจำกัด แต่ยังตอบโจทย์สายคอนเทนต์ได้ดี

แม้ Canon EOS RP จะไม่ได้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นกล้องสายวิดีโอโดยตรง แต่ก็ถือว่า “พอมีของ” สำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายวิดีโอคุณภาพดีในราคาประหยัด โดยกล้องสามารถถ่ายวิดีโอในความละเอียด 4K UHD ได้ที่เฟรมเรต 25fps (หรือ 24fps ในระบบ NTSC) ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการสร้างคอนเทนต์ทั่วไป เช่น วิดีโอท่องเที่ยว, รีวิวสินค้า, Behind the Scene, การบันทึกบทเรียน หรือ Vlog ที่ไม่เน้นการเคลื่อนไหวเร็ว

จุดที่น่าสนใจคือ Canon ใส่ไมโครโฟนอินพุตและพอร์ตหูฟังเข้ามาให้ด้วยใน RP ซึ่งถือว่าเป็นข้อได้เปรียบสำหรับสายวิดีโอ เพราะสามารถต่อไมค์แยกเพื่อเพิ่มคุณภาพเสียง และมอนิเตอร์เสียงได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งกล้องระดับเริ่มต้นหลายรุ่นมักไม่มีมาให้

อย่างไรก็ตาม EOS RP ก็มีข้อจำกัดบางอย่างในด้านวิดีโอที่ควรทราบ เช่น:

  • การครอปภาพในโหมด 4K: วิดีโอที่ความละเอียด 4K จะมีการครอปเฟรมอยู่ประมาณ 1.6x ทำให้มุมมองภาพแคบลง โดยเฉพาะถ้าใช้เลนส์มุมกว้าง อาจต้องเผื่อระยะให้เหมาะสม

  • โฟกัสในโหมด 4K เป็นแบบ Contrast Detect: ซึ่งหมายความว่าไม่ใช้ระบบ Dual Pixel CMOS AF ที่แม่นและรวดเร็วอย่างที่หลายคนคุ้นเคยในการถ่ายภาพนิ่งหรือวิดีโอ Full HD การใช้ Contrast Detect อาจทำให้โฟกัสช้ากว่าและมีการ “หาโฟกัส” โดยเฉพาะในฉากที่มีแสงน้อยหรือวัตถุเคลื่อนไหว

ดังนั้น หากคุณต้องการความลื่นไหลในการโฟกัสแบบต่อเนื่อง (Continuous AF) หรือถ่ายวิดีโอที่เน้นความสมูธ การเลือกถ่ายที่ความละเอียด Full HD (1080p) อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะยังสามารถใช้ระบบ Dual Pixel CMOS AF ได้เต็มประสิทธิภาพ และได้เฟรมเรตสูงสุดถึง 60fps ทำให้ได้วิดีโอที่ลื่นกว่าและโฟกัสแม่นยำกว่าอย่างชัดเจน

สำหรับ Creator ที่ไม่ได้เน้นการเคลื่อนไหวเร็วมากนัก หรือเน้นความเรียบง่ายในการตั้งค่ากล้อง Canon EOS RP ก็ยังถือว่าเพียงพอสำหรับงานวิดีโอในระดับกลาง โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับขาตั้งกล้อง เลนส์มุมกว้าง และไมค์แยกดี ๆ กล้องรุ่นนี้ก็สามารถสร้างคอนเทนต์คุณภาพดีได้ไม่แพ้กล้องรุ่นใหม่ราคาแพงเลย

พอร์ตเชื่อมต่อครบเครื่อง ตอบโจทย์ Creator ยุคใหม่ทั้งสาย Live, Podcast และถ่ายคอนเทนต์

Canon EOS RP ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้หลากหลาย ไม่ใช่แค่เรื่องถ่ายภาพนิ่งหรือวิดีโอ แต่ยังมาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อที่รองรับไลฟ์สไตล์ของ Creator ยุคใหม่อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการถ่าย Vlog, Live สด, Podcast หรือแม้กระทั่งงานสัมภาษณ์

พอร์ตไมโครโฟน 3.5mmเสียบไมค์แยกเพื่อเสียงชัดขึ้น
จุดที่หลายคนชื่นชอบคือกล้องรุ่นนี้มีพอร์ตสำหรับเสียบไมโครโฟนภายนอกแบบ 3.5mm ทำให้สามารถใช้งานร่วมกับไมค์ Shotgun หรือ Lavalier (ไมค์หนีบปกเสื้อ) เพื่อให้ได้เสียงที่คมชัด ตัดเสียงรบกวนจากรอบข้าง ลดปัญหาเสียงลมหรือเสียงสะท้อนที่ไมค์ในตัวกล้องมักจะจับได้

Mini HDMI Outส่งสัญญาณภาพแบบ Clean HDMI สำหรับ Live หรือใช้เป็น Webcam
Canon EOS RP
สามารถส่งสัญญาณภาพผ่านพอร์ต Mini HDMI ไปยังอุปกรณ์อื่น เช่น Capture Card เพื่อใช้ในการ Live สดบนแพลตฟอร์มอย่าง Facebook, YouTube หรือ Zoom โดยเป็นสัญญาณภาพแบบ Clean HDMI คือไม่มีแสดง UI หรือกรอบโฟกัสในภาพที่ส่งออก ทำให้ภาพที่ได้ดูเป็นมืออาชีพและสะอาดตา เหมือนใช้กล้อง Live Studio จริง ๆ

ชาร์จผ่าน USB-C ได้โดยตรง – ใช้งานนาน ไม่ต้องกลัวแบตหมดกลางทาง
อีกฟีเจอร์ที่หลายคนอาจมองข้าม แต่มีประโยชน์มากคือ การชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB Type-C ซึ่งช่วยให้สามารถต่อกล้องกับ Power Bank ขณะใช้งานได้ เหมาะสำหรับ Creator ที่ต้องถ่ายงานนอกสถานที่ หรืองาน Live ที่ต้องใช้กล้องเปิดทิ้งไว้ยาว ๆ ลดปัญหา “แบตหมดระหว่าง Live” ได้แบบไม่ต้องง้อปลั๊กไฟหรือแบตเสริมราคาแพง

รองรับเลนส์ RF และ EF ครบไลน์ – ขยายโอกาสการถ่ายภาพ พร้อมเติบโตในอนาคต

Canon EOS RP ไม่ได้เป็นแค่กล้อง Full-Frame ราคาน่ารัก แต่ยังเป็นประตูสำคัญที่เปิดเข้าสู่ระบบเลนส์ RF Mount ของ Canon ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในระบบที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในตลาดตอนนี้ ด้วยคุณภาพ เลนส์ canon ที่สูงและหลากหลายรุ่นให้เลือกตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงมืออาชีพ

ใช้งานเลนส์ RF ได้เต็มระบบ – คุณภาพสูงในทุกระยะ

EOS RP รองรับเลนส์ตระกูล RF ทุกรุ่นอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเลนส์โปรในซีรีส์ L เช่น

หรือเลนส์ระดับคุ้มค่าเหมาะกับมือใหม่อย่าง

  • RF 50mm f/1.8 STM ที่ได้ฉายาว่า “Nifty Fifty” เวอร์ชัน Mirrorless ให้โบเก้สวย ราคาจับต้องได้

  • RF 16mm f/2.8 STM ที่กว้างพิเศษ เหมาะกับสาย Vlog, Travel, Interior และ Landscape

รวมถึงเลนส์อย่าง RF 28mm f/2.8 STM ที่เลนส์ที่เบาสุดในระบบ ก็ใช้งานกับ RP ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

รองรับเลนส์ EF และ EF-S ผ่านอะแดปเตอร์ – ใช้เลนส์เดิมต่อได้ ไม่ต้องเริ่มใหม่

จุดเด่นที่ทำให้ EOS RP เป็นที่นิยมอีกอย่างคือ ความเข้ากันได้กับเลนส์ EF และ EF-S จากระบบ DSLR เดิมผ่านอะแดปเตอร์แปลงเมาท์ (เช่น Canon Mount Adapter EF-EOS R หรือของแบรนด์อื่นอย่าง Viltrox, Urth) โดยไม่มีการลดทอนคุณภาพ

ไม่ว่าคุณจะใช้เลนส์ Prime, Zoom, Macro หรือ Telephoto ที่เป็น EF/EF-S อยู่เดิม กล้องก็สามารถใช้งานได้เหมือนเดิม ทั้งในด้านระบบโฟกัสอัตโนมัติที่แม่นยำ และระบบกันสั่นในตัวเลนส์ (หากเลนส์มี IS) ทำให้คุณสามารถนำเลนส์เดิมกลับมาใช้งานได้ทันที ประหยัดงบและต่อยอดจากอุปกรณ์เดิมได้ง่ายมาก

เหมาะกับผู้ใช้ทุกระดับ – ตั้งแต่มือใหม่ยันมืออาชีพ

สำหรับมือใหม่ที่เริ่มสะสมเลนส์ใหม่ RP เปิดโอกาสให้คุณเริ่มจากเลนส์ RF ราคาย่อมเยาก่อน แล้วค่อย ๆ เติบโตสู่เลนส์โปรได้ในอนาคต ขณะที่สำหรับผู้ใช้งาน DSLR เดิม ก็สามารถเปลี่ยนมาใช้งาน Mirrorless ได้แบบไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์ทั้งชุด

ยิ่งในปี 2025 ที่เลนส์ RF มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งเลนส์มุมกว้าง f/1.8 ราคาประหยัด เลนส์ซูมครอบจักรวาล หรือเลนส์เฉพาะทาง เช่น Macro และ Portrait – ทำให้ Canon EOS RP เป็นกล้องที่ “โตไปได้ไกล” มาก ไม่ใช่แค่กล้องเริ่มต้น แต่คือกล้องที่สามารถต่อยอดได้ในระยะยาวอย่างแท้จริง

สรุป 
Canon EOS RP ยังน่าใช้อยู่ไหมในปี 2025? คำตอบคือ ใช่!”

Canon EOS RP อาจไม่ใช่กล้องรุ่นใหม่ล่าสุดในตลาดปี 2025 แต่ด้วยคุณสมบัติหลายด้านที่ยังตอบโจทย์การใช้งานจริง ทำให้มันยังคงเป็นกล้อง Full-Frame ที่คุ้มค่าและน่าลงทุน โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ หรือผู้ใช้งานที่ต้องการกล้องสำรองคุณภาพสูงในราคาย่อมเยา

จุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้ EOS RP ยังน่าสนใจมีดังนี้:

  • น้ำหนักเบา ขนาดเล็ก เหมาะกับการพกพา

  • เซนเซอร์ Full-Frame ความละเอียด 26.2MP พร้อมโทนสีแบบ Canon ที่หลายคนหลงรัก

  • ระบบโฟกัส Dual Pixel CMOS AF แม่นยำ รองรับ Eye Detection ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

  • หน้าจอพับได้รอบทิศ สะดวกทั้งสำหรับ Vlog, Live, Selfie และถ่ายภาพมุมยาก

  • ถ่ายวิดีโอ 4K ได้ แม้มีข้อจำกัด แต่ก็ยังใช้ได้ดีในหลายสถานการณ์ทั่วไป

  • มีพอร์ตเชื่อมต่อครบ ทั้งไมค์, หูฟัง, HDMI, USB-C รองรับงานสาย Creator

  • รองรับเลนส์ RF เต็มระบบ และใช้เลนส์ EF / EF-S เดิมได้ผ่านอะแดปเตอร์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่: Canon EOS RP Mirrorless Digital Camera Full-Frame จาก EC MALL