Canon EOS C80 กล้อง Cinema Full-Frame ที่ลงตัวที่สุดในยุคนี้

บทนำ

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2024 Canon ได้เปิดตัว Canon EOS C80 กล้อง Cinema EOS รุ่นล่าสุดที่ใช้เมาท์ RF ซึ่งถูกวางตำแหน่งไว้ระหว่าง C70 และ C400 ถือเป็นก้าวสำคัญของ Canon ในการขยายไลน์ กล้อง Cinema EOS เพื่อตอบโจทย์ผู้สร้างภาพยนตร์ยุคใหม่ที่ต้องการคุณภาพระดับสูงในบอดี้กะทัดรัด

EOS C80 ผสมผสาน เซ็นเซอร์ BSI Stacked Full-Frame 6K รุ่นใหม่, ระบบ Triple Base ISO, การบันทึก Cinema RAW Light 12 บิต, พร้อมการเชื่อมต่อระดับโปรอย่าง SDI, Ethernet และ Wi-Fi ทั้งหมดนี้มาในร่างที่ใกล้เคียงกับ C70 แต่ยกระดับคุณภาพขึ้นอีกขั้น

สเปกหลัก

เซ็นเซอร์และการประมวลผล

หนึ่งในหัวใจสำคัญของ Canon EOS C80 คือการเลือกใช้ เซ็นเซอร์ BSI Stacked CMOS แบบฟูลเฟรมรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่อยู่ในรุ่นเรือธงอย่าง EOS C400 การนำเซ็นเซอร์ตัวนี้มาใส่ในบอดี้ขนาดกะทัดรัดอย่าง C80 จึงถือว่าเป็นการยกระดับที่สำคัญ เพราะช่วยปลดล็อกศักยภาพการถ่ายทำได้ในระดับโปร แต่ยังคงความสะดวกในการพกพาและการใช้งาน

ความละเอียดและคุณภาพของภาพ

เซ็นเซอร์นี้รองรับการบันทึก 6K ฟูลเฟรม ที่ให้รายละเอียดสูงมาก เหมาะสำหรับงานที่ต้องการคุณภาพการเก็บรายละเอียดสูงสุด เช่น ภาพยนตร์โฆษณา, งานสารคดี, และงาน VFX ที่ต้องการความคมชัดเพื่อการครอปหรือปรับแต่งในโพสต์โปรดักชัน อีกทั้งยังให้ ไดนามิกเรนจ์สูงสุดถึง 16 สต็อป ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้ทั้งในส่วนมืดและส่วนสว่างที่ต่างกันมากโดยไม่สูญเสียคุณภาพ

Cinema RAW Light 12 บิต

กล้องสามารถบันทึกในฟอร์แมต Cinema RAW Light 12 บิต ที่ 6K/30p ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่ใช้ในงานโปรดักชันระดับมืออาชีพ การบันทึก RAW แบบ 12 บิตช่วยให้ได้โทนสีและรายละเอียดที่สมบูรณ์ที่สุด พร้อมความยืดหยุ่นสูงสุดในการทำ Color Grading ไม่ว่าจะต้องการโทนภาพแบบสมจริง หรือการปรับแต่งสไตล์ภาพยนตร์ที่ซับซ้อน

Triple Base ISO

อีกหนึ่งไฮไลท์ของ EOS C80 คือระบบ Triple Base ISO (800 / 3200 / 12,800) ที่ให้ผู้ใช้เลือกใช้งาน ISO พื้นฐานได้สามระดับตามสภาพแสงจริง โดยกล้องสามารถสลับอัตโนมัติเพื่อรักษาคุณภาพของภาพและลด noise ให้เหมาะสมที่สุด ตัวอย่างเช่น ในการถ่ายทำฉากกลางวันสามารถใช้ ISO 800 เพื่อให้ได้ภาพที่ใสสะอาด แต่เมื่อถ่ายในที่แสงน้อย กล้องสามารถขยับไปที่ ISO 3200 หรือแม้แต่ 12,800 ได้โดยยังคงคุณภาพที่ดีเยี่ยม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานที่ต้องปรับตัวเร็ว เช่น ข่าว, สารคดี, หรือการถ่ายทอดสด

ระบบโฟกัส Dual Pixel CMOS AF II

EOS C80 ยังมาพร้อมกับระบบ Dual Pixel CMOS AF II ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในระบบโฟกัสที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม สามารถโฟกัสและติดตามได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยเฉพาะกับการตรวจจับใบหน้าและดวงตาของมนุษย์ ซึ่งสำคัญมากในงานถ่ายภาพยนตร์และวิดีโอสัมภาษณ์ รวมถึงความสามารถในการติดตามสัตว์หรือวัตถุเคลื่อนไหว ทำให้มั่นใจได้ว่าภาพจะคมชัดแม้ในสถานการณ์ที่การถ่ายทำมีความซับซ้อน

การบันทึกวิดีโอ

หนึ่งในจุดเด่นที่สุดของ Canon EOS C80 คือความสามารถในการบันทึกวิดีโอที่ครอบคลุมทั้งงานโปรดักชันระดับมืออาชีพและงานถ่ายทำที่ต้องการความคล่องตัว

6K RAW ภายในกล้อง

C80 สามารถบันทึก Cinema RAW Light 12 บิต ได้สูงสุด 6K 30p โดยตรงในกล้อง ถือเป็นการยกระดับครั้งใหญ่ในกล้องระดับนี้ เพราะปกติการบันทึก RAW ความละเอียดสูงมักต้องใช้กล้องรุ่นใหญ่และมีราคาสูง การบันทึก RAW ช่วยให้ผู้สร้างภาพยนตร์สามารถเก็บข้อมูลได้ครบถ้วน ปรับแต่งสีและรายละเอียดได้เต็มที่ในงานโพสต์โปรดักชัน

4K Oversample จาก 6K

หากไม่ต้องการไฟล์ RAW ขนาดใหญ่ กล้องยังสามารถใช้ประโยชน์จากการ Oversample จาก 6K → 4K สูงสุด 60p ทำให้ได้ไฟล์ 4K ที่คมชัดและเก็บรายละเอียดดีกว่าการบันทึก 4K โดยตรง เหมาะสำหรับงานโปรดักชันที่ต้องการคุณภาพสูง แต่ยังคงต้องการไฟล์ที่จัดการง่าย

Slow Motion ความละเอียดสูง

C80 รองรับการถ่าย Slow Motion 4K ที่ 120p และ Full HD ที่ 180p ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้ผู้สร้างภาพยนตร์สามารถเล่าเรื่องได้อย่างมีพลังในฉาก Action หรือฉากที่ต้องการสโลว์โมชั่นเพื่อเน้นอารมณ์ อย่างไรก็ตาม บางโหมด Slow Motion จะจำกัดการใช้งานเฉพาะ Manual Focus เท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำในการโฟกัส

โหมดภาพยนตร์และการเกรดสี

Canon EOS C80 รองรับโปรไฟล์สีหลากหลาย ได้แก่ Canon Log 2, Log 3, PQ และ HLG ซึ่งให้ความยืดหยุ่นสูงในงาน Color Grading ไม่ว่าจะต้องการโทนภาพสไตล์ภาพยนตร์ (C-Log) หรือการทำงานแบบ HDR (PQ/HLG) เพื่อรองรับการแสดงผลบนหน้าจอสมัยใหม่


การออกแบบและการใช้งาน

Canon EOS C80 ยังคง DNA ของการเป็น Cinema EOS ที่ กะทัดรัดแต่ใช้งานจริงได้ในกองถ่าย โดยอ้างอิงจากการออกแบบของ EOS C70 แล้วปรับปรุงให้ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น

ดีไซน์บอดี้ที่คุ้นเคยแต่สะดวกขึ้น

บอดี้ของ C80 มีขนาดใกล้เคียงกับ C70 แต่มีการปรับหลักสรีรศาสตร์ใหม่ ทำให้ถือถ่ายได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะเวลาถือถ่ายด้วยมือหรือใช้งานกับกิมบอลและโดรน

ด้ามจับบน (Top Handle) แบบถอดได้

มาพร้อมด้ามจับบนที่สามารถถอดได้ ออกแบบให้รองรับ อุปกรณ์เสริมแบบ Multi-function เช่น ไมโครโฟนดิจิทัล หรือระบบเสียงขั้นสูง ซึ่งทำให้ C80 มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการใช้งานจริงในกองถ่าย

หน้าจอ LCD 3.5 นิ้ว

กล้องติดตั้งหน้าจอ LCD ขนาด 3.5 นิ้วแบบ Fully Articulating ที่สามารถหมุนได้รอบทิศทาง เหมาะสำหรับการใช้งานในทุกมุมมอง ไม่ว่าจะถ่าย Self-shoot, Low angle หรือ High angle ที่สำคัญคือหน้าจอได้รับการปรับให้ สว่างขึ้น ทำให้ใช้งานกลางแจ้งได้ง่ายขึ้น

Joystick ดีไซน์ใหม่

Canon ปรับดีไซน์และตำแหน่งของ Joystick ให้ใช้งานได้ใกล้กับนิ้วหัวแม่มือมากขึ้น ตอบสนองเร็วขึ้น ช่วยให้ควบคุมเมนูหรือเลือกจุดโฟกัสได้สะดวกกว่าเดิม เหมาะกับงานที่ต้องปรับเปลี่ยนค่ากล้องอย่างรวดเร็ว

ระบบการเชื่อมต่อ

Canon EOS C80 ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับงานโปรดักชันจริง จึงมาพร้อมการเชื่อมต่อที่ครบถ้วนและยืดหยุ่นกว่ารุ่นก่อนหน้า

SDI Output (ใหม่ เพิ่มจาก C70)

สิ่งที่หลายคนรอคอยคือการมาของ SDI Output ซึ่งถูกเพิ่มเข้ามาใน C80 (ไม่มีใน C70) การมี SDI ทำให้ C80 สามารถเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ในกองถ่ายระดับโปร เช่น จอมอนิเตอร์, สวิตช์เชอร์ และระบบบันทึกสัญญาณวิดีโอโดยตรงได้อย่างเสถียรและเชื่อถือได้ ถือเป็นการยกระดับให้กล้องรุ่นนี้พร้อมสำหรับการใช้งาน Broadcast และ Live Production

Ethernet Port + Wi-Fi

C80 มาพร้อมทั้ง Ethernet Port และ Wi-Fi ในตัว รองรับการใช้งานในงาน Live Streaming, Remote Control และ IP Streaming ได้อย่างเต็มรูปแบบ ผู้ใช้สามารถควบคุมกล้องจากระยะไกล ส่งไฟล์ หรือทำงานร่วมกันในระบบโปรดักชันที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น

พอร์ตเสียงและการเชื่อมต่อมาตรฐาน

  • Mini XLR จำนวน 2 ช่อง สำหรับการเชื่อมต่อไมโครโฟนมืออาชีพ พร้อมจ่ายไฟ Phantom Power

  • Mic In + Headphone Jack → รองรับการบันทึกและมอนิเตอร์เสียงแบบครบวงจร

  • HDMI Type A + USB-C → รองรับการเชื่อมต่อกับจอนอก, External Recorder และการโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง

รองรับอะแดปเตอร์เลนส์ RF → PL

อีกหนึ่งความยืดหยุ่นที่ผู้สร้างภาพยนตร์ต้องการคือ การรองรับอะแดปเตอร์เมาท์ RF ไปยัง PL ซึ่งเปิดโอกาสให้ใช้งานเลนส์ Cinema ระดับอุตสาหกรรมได้ เช่น เลนส์ Cooke /i ที่มี Metadata ครบถ้วน → เหมาะสำหรับงาน VFX, Virtual Production และงานที่ต้องการ Workflow ระดับมืออาชีพ


ฟีเจอร์ระดับ Cinema EOS

แม้จะมาในบอดี้ที่กะทัดรัด แต่ EOS C80 ก็ยังใส่ฟีเจอร์ระดับ Cinema EOS ที่จำเป็นต่อการถ่ายทำภาพยนตร์เข้ามาอย่างครบถ้วน

ฟิลเตอร์ ND ในตัว

C80 มาพร้อม ND Filter แบบ Built-in ที่มีระดับ 2 / 4 / 6 stop และสามารถขยายได้สูงสุด 10 stop เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการควบคุมแสงกลางแจ้งหรือการถ่ายทำที่ต้องการรักษา Speed Shutter ให้นิ่งตามหลัก Cinematic

ระบบระบายความร้อน Active Cooling

กล้องมีระบบ Active Cooling พร้อมพัดลมควบคุมอัตโนมัติ ที่ทำงานได้เงียบและมีหลายโหมดให้เลือก → ช่วยให้ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงต่อเนื่องได้นาน โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง Overheating

รองรับ VR Workflow

EOS C80 ยังรองรับการทำงานในสาย VR/Immersive Content โดยเฉพาะกับเลนส์ RF 5.2mm F2.8L Dual Fisheye ของ Canon ที่ออกแบบมาสำหรับการสร้างคอนเทนต์ VR 180° โดยตรง → ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมต่อโลกภาพยนตร์กับเทคโนโลยี Virtual Production

การเปรียบเทียบกับรุ่นพี่

Canon EOS C70

  • ข้อจำกัด: Super 35, ถ่ายได้สูงสุด 4K120p, ไม่มี SDI และ Ethernet

  • C80 ก้าวข้าม: Full-Frame 6K, Triple Base ISO, การเชื่อมต่อ SDI และ Ethernet → ยกระดับจาก C70 อย่างชัดเจน

Canon EOS C400

  • ข้อได้เปรียบ: 6K60p RAW, รองรับการ์ด CFexpress + SD, ฟีเจอร์ครบสุด แต่บอดี้ใหญ่และราคาสูงกว่า

  • C80 ตำแหน่ง: เปรียบเสมือน “C400 Mini” ที่คงคุณภาพหลัก ๆ เอาไว้ แต่ย่อส่วนให้น้ำหนักเบาและราคาคุ้มค่ากว่า


บทสรุป

Canon EOS C80 คือ Cinema EOS รุ่นที่ผสมผสานคุณภาพระดับ C400 เข้ากับความกะทัดรัดของ C70 ได้อย่างลงตัว จุดเด่นคือ 6K Full-Frame BSI Sensor, Triple Base ISO, การบันทึก Cinema RAW Light 12 บิต, ND Filter ในตัว และการเชื่อมต่อระดับ Broadcast (SDI + Ethernet) ทั้งหมดนี้ทำให้ C80 เป็นกล้องที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ

  • งานโฆษณาและภาพยนตร์ที่ต้องการคุณภาพสูง

  • งานสารคดีและรายการทีวีที่เน้นความคล่องตัว

  • งานถ่ายทอดสด / Live Production ที่ต้องการ Workflow มืออาชีพ

  • โปรดักชันขนาดกลางที่อยากได้คุณภาพ Full-Frame Cinema โดยไม่ต้องขยับไป C400

สำหรับผู้ที่กำลังมองหากล้อง Cinema Full-Frame 6K ที่สมดุลที่สุดทั้งด้าน คุณภาพ, ขนาด และราคาCanon EOS C80 คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดในปีนี้

ดูรายละเอียดสินค้า ติดต่อสั่งซื้อได้ที่

Canon EOS C80 Cinema Camera

Canon EOS C400 Full-Frame Cinema Camera