Lumix G95 เปรียบเทียบ Lumix G85 ก้าวไปอีกขั้นกับกล้องSemi-Proประสิทธิภาพสูงขึ้น Leave a comment

Lumix G95 กล้อง Semi-Pro รุ่นล่าสุดจาก Panasonic ต่อยอดความสำเร็จจาก Lumix G85 ซีรีย์ยอดนิยมของค่ายอย่างเนื่องจากการผสมผสานการใช้งานอย่างสมดุล ที่รวมเอาความสามารถทั้งภาพนิ่งและวีดีโอไว้ร่างเดียวกัน เหมาะสำหรับการถ่ายภาพแบบไฮบริดในราคาที่เข้าถึงได้ทุกระดับใช้งาน Lumix G95 จึงเป็นกล้องที่ Panasonic ตัดสินใจให้เป็นผู้สืบทอดความสำเร็จนี้ โดยได้การปรับปรุงหลายอย่างให้ดีขึ้นกว่าเดิม รวมถึงยังได้รับความดีหลายอย่างจากเรือธงของค่ายมาอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเซนเซอร์ภาพ การควบคุม ฯลฯ ทำให้ Lumix G95 มีพัฒนาจาก Lumix G85 อย่างก้าวกระโดดเลยทีเดียว

มาดูพัฒนาการระหว่าง Lumix G95 และ G85 นั้นมีอะไรต่างกันอย่างชัดเจน แต่ก่อนอื่นมาดูสิ่งที่ทั้ง 2 รุ่นนี้มีเหมือนกัน คือ

  • ระบบกันภาพสั่นไหวในบอดี้ 5 แกนและ Dual I.S.2 (เซ็นเซอร์ + ออปติคัล IS) พร้อมการชดเชยสูงสุด 5 สต็อป
  • โหมดถ่ายภาพ 4K Photo
  • การโฟกัสอัตโนมัติแบบ Contrast Detection 49 จุดที่มีระบบ DFD
  • ระบบประมวลผลภาพ Venus Engine
  • ช่องมองภาพ OLED ความละเอียด 2360k-dot พร้อมกำลังขยาย 74 เท่า
  • หน้าจอสัมผัสเต็มระบบ ปรับได้รอบทิศ
  • เอาต์พุต HDMI 8-bit 4: 2: 2

ข้อเปรียบเทียบ

  1. เซนเซอร์

กล้องทั้งสองรุ่นจะใช้เซ็นเซอร์ Live MOS ขนาด Micro Four Thirds  แต่ G95 ใช้เซ็นเซอร์ที่มีความละเอียดภาพ 20.3MP เช่นเดียวกับเรือธงของค่าย ในขณะที่ G85 เป็นเซ็นเซอร์รุ่นเก่าที่มีเพียง 16MP แต่ทั้งสองกล้องไม่มี low-pass filter ช่วยให้สามารถปรับปรุงความละเอียดเล็กน้อยในภาพ โดยความไวแสง ISO นั้นเหมือนกัน 200-25600 ขยายเป็น ISO 100

  1. การออกแบบ

การออกแบบของ G95 นั้นเหมือนกับของ G85 แต่เพิ่มขนาดบริเวณด้ามจับให้ใหญ่ขึ้น เพิ่มปุ่มลัด 3 ปุ่มWB, ISO,EVไว้ด้านบนกล้อง, เปลี่ยนที่วางนิ้วหัวแม่มือด้านหลังใหม่, เปลี่ยนตำแหน่งอินพุตไมโครโฟนที่ช่วยให้หน้าจอพลิกไปด้านข้างโดยไม่กีดขวาง, เพิ่มวงแหวนสำหรับปรับค่าส่วนที่3 และที่น่าสนใจคือจอ LCD ของ G95 มีการพัฒนาความละเอียดพิกเซลให้สูงขึ้นเป็น 1.24 ล้านจุด จากเดิมที่ G85 มีเพียง 1.04 ล้านจุด แต่มีขนาดเท่ากัน 3 นิ้ว ส่วนช่องมองภาพดูภายนอกแตกต่างกัน แต่ภายในเหมือนกันทุกอย่าง

ทั้งสองรุ่นมีโครงสร้างป้องกันฝุ่นและละอองน้ำ โดยขนาดกล้องและน้ำหนักมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
G95: 533 กรัม (พร้อมการ์ด SD และแบตเตอรี่); 130.4 x 93.5 x 77.4 มม
G85: 505 กรัม (พร้อมการ์ด SD และแบตเตอรี่); 128.4 x 89 x 74.3 มม
นอกจากนี้ทั้ง2รุ่นยังสามารถต่อการแบตเตอรี่กริปDMW-BGG1เหมือนกัน เพื่อเพิ่มกำลังไฟในการใช้งาน

  1. ฟังก์ชั่นวีดีโอ

ความละเอียดวีดีโอสูงสุดของทั้ง 2 กล้องคือ 4K/30p(100MBps) แบบไม่มีการจำกัดเวลา โดยจะครอป(Crop)เซ็นเซอร์เมื่อบันทึก G95 (1.25x) มากกว่า G85 (1.18x) อัตราเฟรมสูงสุดของ G85 คือ 1080p/60fps ในขณะที่ G95 1080p/120fps เหมาะสำหรับการสโลโมชั่น(slowmotion) แต่ยังคงไม่สามารถบันทึกเสียงและใช้ออโต้โฟกัสได้ และสิ่งพิเศษที่สุดของ G95 คือมี V-Log L เป็นโปรไฟล์บันทึกของPanasonicซึ่งให้ช่วงไดนามิกที่กว้างขึ้น 12 จาก 10 สต๊อป โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเหมือน GH5,S1 อีกด้วย

  1. ฟังก์ชั่นภาพนิ่ง

ทั้ง 2 รุ่นสามารถบันทึกภาพต่อเนื่อง 9 ภาพ/วินาที ความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/16000 วินาที ในส่วน 4K photo ก็มีฟีเจอร์ 4k burst, 4k pre-burst, post-focus,focus stacking แต่สำหรับ G95 สิ่งที่เพิ่มมา คือ

  • 4K PHOTO Auto Marking (ฟังก์ชั่น Auto Marking ช่วยให้เลือกภาพที่ดีที่สุดได้ง่ายขึ้น กล้องจะตรวจจับการเคลื่อนไหวหรือใบหน้าของมนุษย์และตั้งเครื่องหมายเพื่อปรับปรุงโดยอัตโนมัติ)
  • 4K PHOTO Sequence Composition (ฟังก์ชั่นที่รวมภาพ 4K photo หลายๆภาพมารวมกันเป็นภาพเดียวกัน)
  • Low Light AF (ระบบออโต้โฟกัสสำหรับการถ่ายภาพที่มีแสงน้อยและคอนทราสต์ต่ำ)
  • Starlight AF (ระบบออโต้โฟกัสที่ช่วยให้สามารถโฟกัสของแสงดาวได้)
  • MF Assist 20x (ระบบช่วยโฟกัสแบบแมนนวล 20เท่า)
  • Live View Composite mode (ฟังก์ชั่นบันทึกข้อมูลแสงแล้วรวมเป็นภาพเดียวโดยไม่ทำให้ภาพโอเวอร์)
  1. แบตเตอรี่

DMW-BLC12 แบตเตอรี่ความจุ 1200 mAh เป็นแบตฯ ที่ทั้ง2กล้องใช้งาน แต่G95มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่สั้นลงเพียง 290 ภาพในการชาร์จหนึ่งครั้งเมื่อเทียบกับ 330 ภาพใน G85 แต่โหมดประหยัดพลังงาน LVF G95 สามารถทำได้ 1000 ภาพ G85 สามารถทำได้ 800 ภาพ

  1. การเชื่อมต่อ

ทั้งสองรุ่นรองรับการ์ดความจำ SDXC แบบ UHS-II 1 ช่อง, HDMI Type-D 1 ช่อง, ช่องต่อรีโมต 2.5mm, ช่องต่อไมโครโฟน 3.5mm สำหรับ G95 เพิ่มแจ็คหูฟัง 3.5mm เพื่อการมอนิเตอร์เสียง

  1. ฟังก์ชั่นเพิ่มเติม

Lumix G95 ยังได้เพิ่มฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่มีมากกว่า G85 เช่น

  • AWBw (สมดุลแสงสีขาวอัตโนมัติที่สามารถปรับอุณหภูมิสีให้อุ่น/เย็นกว่าปกติได้)
  • ชาร์จพลังงาน USB ทั้ง 2 รุ่นเชื่อมต่อด้วยUSB 2.0 แต่ G95 สามารถใช้พลังงานจากUSBแม้ในขณะที่กล้องกำลังทำงาน
  • Bluetooth 4.2 ที่ใช้พลังงานต่ำในการเชื่อมต่อกับแอพ Panasonic Image ได้ง่ายกว่าผ่าน Wi-Fi®
  • Live View Boost (เร่งการทำงานของช่องมองภาพให้สามารถทำงานในสภาพแสงน้อย)

ข้อสรุป

 

โดยสรุปแล้ว Lumix G95 นั้นเหมือนกับน้องใหม่ไฟแรงสูงที่มีความสามารถรอบด้านพร้อมดึงดูดความสนใจจากช่างภาพและยังรวมถึงช่างวิดีโอด้วย เช่น การบันทึกวิดีโอไม่จำกัด, โปรไฟล์ V-Log L และแจ็คหูฟัง รวมเข้ากับเซ็นเซอร์ Micro Four Thirds ล่าสุด, การชาร์จUSB ฯลฯ และประโยชน์มากมายที่ Lumix G85 จัดเตรียมไว้ให้แล้ว อย่างเช่น ระบบกันสั่นในบอดี้ 5 แกนพร้อม Dual I.S.2, คุณสมบัติพิเศษต่างๆ เช่น 4K Photo รวมถึงโฟกัสอัตโนมัติDFDที่รวดเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องที่รวดเร็ว เหมาะสำหรับการทำงานระดับมืออาชีพที่ต้องการความคุ้มค่าและเข้าถึงได้ทุกระดับใช้งาน

Share หน้านี้ :

Leave a Reply