การถ่ายภาพ High Dynamic Range (HDR)

การถ่ายภาพ High Dynamic Range (HDR)
การถ่ายภาพ High Dynamic Range (HDR)
การถ่ายภาพ High Dynamic Range (HDR)
การถ่ายภาพ High Dynamic Range (HDR)
การถ่ายภาพ High Dynamic Range (HDR)
การถ่ายภาพ High Dynamic Range (HDR)
การถ่ายภาพ High Dynamic Range (HDR)
การถ่ายภาพ High Dynamic Range (HDR)
การถ่ายภาพ High Dynamic Range (HDR)

          ในช่วงนี้หลายท่านคงเคยได้ยินคำว่า ภาพถ่ายแบบ HDR กันค่อนข้างบ่อยและกำลังเป็นที่นิยมกันในขณะนี้ก่อนแล้วกัน ถ้างั้นวันนี้เราลองมาเรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพแบบ HDR กันดูบ้างครับ แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับภาพแบบ HDR หรือ High Dynamic Range กันก่อนครับ

01

ภาพถ่าย HDR อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือ ปราสาทหินพนมรุ้ง ถ่ายภาพในช่วงแสงทไวไลท์ ช่วงเดือนมีนาคม ก่อนช่วงที่ดวงอาทิตย์จะตกด้านหลังปราสาทและดวงอาทิตย์จะตรงช่องประตูทั้ง 15 บาน ในวันที่ 6-8 มีนาคม ของทุกปี
(ภาพ โดย : ศุภฤกษ์  คฤหานนท์ / Camera : Nikon D80 / Lens : Nikon 10-24mm. / Focal length : 10 mm. / Aperture : 11 / ISO : 200 / (จำนวน 5 ภาพ เทคนิค HDR)

HDR ย่อมาจาก High Dynamic Range
          HDR (High Dynamic Range) คือ ความสามารถในการสร้างภาพที่มีช่วงการรับแสงสูงกว่าปกติ ที่กล้องดิจิตอลทั่วไปจะสามารถทำได้ เป็นภาพที่มีความสว่างชัดเจนทั่วทั้งภาพ และดูมีมิติ         
         ปกติกล้องดิจิตอลที่เราใช้กัน จะมีช่วงการรับแสง จากเงามืด (shadow) ที่มีรายละเอียดถึงส่วนสว่าง (Highlight) ที่มีรายละเอียด ประมาณ 6-9 สตอป ทำให้เมื่อต้องถ่ายภาพในสภาพแสงที่แตกต่างกันมากกว่านี้  เช่น การถ่ายภาพย้อนแสง หรือการถ่ายภาพกาแล็กซี หรือเนบิวลาสว่าง ที่มีแสงแตกต่างกัน เราจะสูญเสียความสามารถในการเก็บรายละเอียดของส่วนมืด หรือไม่ก็ส่วนสว่างในภาพไป ถ้าเราถ่ายภาพแบบ HDR ก็จะทำให้ได้ภาพที่มีความสว่างชัดเจนทั่วทั้งภาพทั้งส่วน เงามืด (shadow) ถึงส่วนสว่าง (Highlight)         
         ซึ่งปัจจุบันก็มีกล้องบางรุ่นได้พัฒนากล้องให้สามารถได้ภาพอย่างที่ตาเรา เห็นมากที่สุด เท่าที่ผมทราบตอนนี้ก็มีทั้งกล้องคอมแพค และกล้อง D-SLR ที่มีระบบการถ่ายภาพแบบ HDR ออกมาแล้ว โดยการกดชัตเตอร์ถ่ายภาพเพียงครั้งเดียว กล้องจะทำการถ่ายภาพตั้งแต่ช่วงแสงสว่างน้อยสุดไปจนถึงสว่างมากสุด แล้วนำไปโปรเซสภาพพออกมาให้เลย ซึ่งขณะถ่ายภาพเราจะได้ยินเสียงชัตเตอร์รัวหลายๆครั้ง  ซึ่งในการถ่ายภาพนั้นคำว่า High Dynamic Range นั้นหมายถึงช่วงการรับแสงตั้งแต่สว่างน้อยสุดไปจนถึงสว่างมากสุดที่กล้องจะ สามารถให้รายละเอียดได้ โดยขึ้นอยู่กับความสามารถของเซนเซอร์รับภาพ (Image Sensor) และระบบประมวลผลภาพ แต่ถึงแม้ว่าจะมีการพัฒนาเซนเซอร์รับภาพให้สูงขึ้น ก็ยังไม่สามารถเก็บรายละเอียดเท่ากับตามนุษย์ จึงต้องพัฒนาระบบประมวลผลภาพร่วมด้วย
          ในทางดาราศาสตร์การถ่ายภาพวัตถุท้องฟ้า หรือแม้กระทั่งภาพประเภท Deep Sky Object ปัจจุบันก็นิยมนำเอาเทคนิคการถ่ายภาพแบบ HDR มาประยุกต์ใช้ไม่น้อย เพื่อให้สามารถเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วนตั้งแต่ช่วงแสงสว่างน้อยสุดไปจนถึง สว่างมากสุด  ดังตัวอย่างภาพด้านล่างเป็นภาพเนบิวลา M42 ในกลุ่มดาวนายพราน หากถ่ายภาพเพียงช่วงการรับแสงเดียวเพื่อเก็บรายละเอียดของกลุ่มก๊าช กระจุกดาวทราปีเซียมที่อยู่ในใจกลางเนบิวลานายพรานก็จะสว่างโอเวอร์จนไม่ เห็นรายละเอียด ดังนั้นการถ่ายภาพในแต่ละช่วงแสงตั้งแต่สว่างน้อยสุดไปจนถึงสว่างมากสุด แล้วนำมาทำเป็นภาพ HDR ก็จะได้ภาพที่มีรายละเอียดของภาพมากยิ่งขึ้น

02

ภาพเนบิวลา M42 ในกลุ่มดาวนายพราน ที่ถ่ายภาพด้วยเทคนิค HDR ทำให้เห็นรายละเอียดของก๊าชและบริเวณใจกลางเนบิวลาได้อย่างชัดเจน
(ภาพ โดย : M. Angelini and F. Tagliani / Image Processing: Francesco Antonucci / Telescope: Dall-Kirkham Astrograph 12″ F/7.8  / CCD: SBIG STX16803)

03ตัวอย่างภาพถ่ายเนบิวลา M42 โดยถ่ายภาพตั้งแต่ช่วงการรับแสงตั้งแต่สว่างน้อยสุดไปจนถึงสว่างมากสุด

เทคนิคและวิธีการถ่ายภาพเพื่อทำภาพ HDR
          จากที่แนะนำถึงหลักการของภาพ HDR มาถึงขั้นตอนการถ่ายภาพเพื่อที่จะนำมาทำภาพ HDR กันบ้าง และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีในการนำภาพมาโปรเซส ลองทำตามคำแนะนำต่อไปนี้ครับ
1. ตั้งกล้องบนขาตั้งกล้องที่มั่นคง เพราะเราต้องถ่ายภาพเดิมหลายช่วงการรับแสง และนำภาพมาซ้อนเข้าด้วยกัน เราจึงจำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้องที่มั่นคงเพื่อให้มั่นใจว่าภาพที่ถ่ายจะอยู่ ในตำแหน่งเดียวกันทั้งหมด   
2. ใช้โหมดถ่ายภาพ A (Aperture Priority) ซึ่งเป็นโหมดถ่ายภาพอัตโนมัติที่ให้ผู้ใช้งานปรับเลือกค่ารูรับแสงตัวเอง หรือโหมดถ่ายภาพ M (Manual) เพื่อจะทำให้ระยะชัดในแต่ละภาพชัดเท่ากันทุกภาพ
3. ทำการวัดแสงโดยใช้การวัดแสงแบบเฉลี่ยทั่วทั้งภาพ (Evaluative metering) แล้วทำการถ่ายคร่อมค่าแสง เช่น -3, -2, -1, 0, 1, 2, 3 เป็นต้น หรืออาจมากกว่านี้ก็ได้ ซึ่งหลักการง่ายๆ ก็คือการถ่ายภาพ 3 ค่าแสงคือ แสงพอดี แสงอันเดอร์ แสงโอเวอร์ ซึ่งจะถ่ายภาพให้ช่วงแสงห่างกันกี่สตอป หรือกี่ภาพก็ได้ครับ ซึ่งหากถ่ายภาพมาจำนวนมาก ความละเอียดในการไล่โทนแสงก็จะดีมากยิ่งขึ้น แต่เวลาในการโปรเซสไฟล์ก็จะยิ่งนานขึ้นด้วย 
4. ใช้สายลั่นชัตเตอร์ เพราะเราต้องการได้ภาพที่คมชัดที่สุด เนื่องจากขณะที่เรากดปุ่มบันทึกภาพด้วยนิ้วมือเราจำเป็นต้องออกแรงกดกล้อง อาจเกิดการสั่นสะเทือนได้ ดังนั้นเพื่อให้กล้องนิ่งที่สุดเราจึงจำเป็นต้องใช้สายลั่นชัตเตอร์ หรือรีโมทเป็นตัวควบคุม 
5. ล็อคกระจกสะท้อนภาพ เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการดีดตัวของกระจกสะท้อนภาพจะส่งผลให้ภาพ ขาดความคมชัดได้ ซึ่งหากช่วงเวลาการเปิดรับแสงนานๆ ยิ่งจำเป็นต้องใช้ครับ และยิ่งต้องถ่ายต่อเนื่องติดต่อกันหลายภาพก็ควรเปิดระบบล็อคกระจกสะท้อนภาพ (หากกล้องมีระบบล็อคกระจกสะท้อนภาพ)
6. ตั้งค่าไวท์บาลานซ์ กำหนดค่าไวท์บาลานซ์เพื่อให้ได้โทนสีภาพตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันความผิดเพี้ยนของโทนสีในแต่ละภาพ หรือวิธีที่ดีที่สุดก็ควรตั้งค่าคุณภาพการบันทึกภาพ หากกล้องของเราสามารถตั้งไฟล์ภาพแบบ Raw File ได้ ควรตั้งเป็นแบบ Raw File เพื่อสามารถนำภาพมาปรับเปลี่ยนอุณภูมิสีให้ตรงตามต้องการได้ภายหลัง

04ภาพ ถ่ายตัวอย่างที่จะนำมาเข้าสู่กระบวนการทำ HDR ในตัวอย่างนี้เป็นการถ่ายทั้งหมด 5 ภาพด้วยกัน โดยกำหนดค่ารูรับแสงตายตัวไว้ที่ F11 และปรับเปลี่ยนค่าความเร็วชัตเตอร์เพื่อควบคุมปริมาณแสงโดยปรับค่าความต่าง ของแต่ละภาพที่ 1 สตอป

         โปรแกรมที่เราจะใช้ในการซ้อนภาพเพื่อทำภาพ HDR นั้นมีอยู่หลายโปรแกรมด้วยกันครับ ไม่ว่าจะเป็น Photoshop, Photomatix, หรือ Nik Software HDR EFEX PRO แต่ที่เป็นที่นิยมและใช้งานง่ายและได้ผลลัพธ์ที่ดี ส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะเป็นโปรแกรม Photomatix โดยมีวิธีการทำดังนี้ครับ

05เปิดโปรแกรม แล้วทำการโหลดภาพที่จะนำมาทำภาพ HDR

06โปรแกรม จะมีหน้าต่างให้เลือกรูปแบบการ Align Image ส่วนตัวผมมักเลือกใช้ By matching features เพื่อให้โปรแกรมซ้อนภาพ นอกจากนั้นโปรแกรมยังมีฟังก์ชั่นการกำจัดภาพหลอนที่เกิดจากการถ่ายภาพย้อน แสง และระบบกำจัด Noise อีกด้วย

07
08หลังจากรวมภาพเพื่อเป็นภาพ HDR แล้วสามารถปรับโทนสีและความสว่างๆได้ตามความต้องการ

09

ถ่าย ภาพ พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริช่วงเช้าทางทิศตะวันออก ด้วยเทคนิค HDR โดยถ่ายภาพคร่อมค่าแสงทั้งหมด 7 ภาพแล้วนำมาทำภาพ HDR ด้วยโปรแกรม Photomatix
(ภาพ โดย : ศุภฤกษ์  คฤหานนท์ / Camera : Canon EOS 5D Mark ll / Lens : Canon Fisheye 15mm. / Focal length : 15 mm. / Aperture : 4 / ISO : 200 / (จำนวน 7 ภาพ เทคนิค HDR) 

           ในขั้นตอนการถ่ายภาพหากเราได้ศึกษาเทคนิคและวิธีการและรู้ถึงข้อจำกัดต่าง ๆ ของกระบวนทำภาพ ก็จะทำให้เราถ่ายภาพได้อย่างถูกต้องและเมื่อนำภาพเข้าสู่กระบวนการทำ HDR ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดี ในการทดลองถ่ายช่วงแรกๆอาจมีข้อผิดพลาดบ้าง อาจรู้สึกว่ายุ่งยากทั้งในขั้นตอนการถ่ายและกระบวนการโพรเซส หากได้ฝึกทำบ่อยๆ ก็จะคุ้นเคยและสนุกกับมันครับ

ที่มา : http://www.narit.or.th

Leave a Comment